น้ำลด เขมร โผล่ 'หนู-ปู-หยอย' แท็กทีม สู้เขมร จับตา เก้าอี้ 'แม่ทัพภาค 4' ร้อน กลางดงระเบิด-น้ำท่วม 'แม่ทัพยูร' บทเรียน 'บิ๊กปู'
หลังน้ำลด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
เพราะยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนแคะ เหน็บแนมประชดประชัน ต่อการที่รัฐบาลและกองทัพยังไม่เปิดการสู้รบกับกัมพูชา ทั้งๆ ที่ทหารไทยเสียขาจากการเหยียบทุ่นระเบิดของกัมพูชาไป 7 ขาแล้ว และถูกทหารกัมพูชายั่วยุมาตลอด
รวมทั้งมีข้อมูลที่ถูกเปิดเผยจากชาวบ้านและสื่อในพื้นที่ว่า ทหารกัมพูชาสามารถเข้ามายึดพื้นที่ที่เคยเป็นของไทยได้ในหลายจุด โดยที่กองทัพไม่ได้บอกประชาชนก่อน จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ผู้นำฝ่ายทหาร ตั้งแต่บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ลงมาจนถึง ผบ.หยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และโดยเฉพาะบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ. ทบ. ถูกโจมตีอย่างหนัก รวมถึงแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2
แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะเปิดไฟเขียวให้กองทัพสามารถปฏิบัติการทางทหารต่อกัมพูชาได้เลยก็ตาม แต่จังหวะและสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย
แม้ พล.อ.พนาจะยืนยันกับนายอนุทินว่ากองทัพบกพร้อมรบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องรอเงื่อนไขจากฝ่ายกัมพูชา และความชอบธรรมในการใช้กำลังของฝ่ายไทย
โดยคาดกันว่าโอกาสจะเกิดขึ้น หากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเข้าไปในพื้นที่ปัญหาถูกขัดขวางโดยฝ่ายทหารกัมพูชา หรืออาจเกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเป็นขาที่ 8 เกิดขึ้น เมื่อนั้นจะมีการยิงปะทะตามกฎการใช้กำลัง
โดยมีรายงานว่า หากทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ใด ให้ยิงไปที่ฐานทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ ด้วยปืน ค.60 หรือ ค.120 ม.ม. และเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะสู้รบตลอดแนว
อนุทิน ชาญวีรกูล กับ พลเอกอุกฤษฏ์ บุญตานน์
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในห้วงที่ผ่านมาทำให้นายอนุทิน และกองทัพมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะกองทัพต้องเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน
โดยเฉพาะนายอนุทิน และ พล.อ.อุกฤษฎ์ หัวหน้า ศป.กฉ.ส่วนหน้า ที่อยู่โยงในพื้นที่บัญชาการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองตลอด ลงพื้นที่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดในการช่วยเหลือประชาชนและลุยน้ำท่วมด้วยกัน รวมถึงการกินกล้วยทอดมันทอดถุงเดียวกัน ถุงที่ประชาชนชาวหาดใหญ่วิ่งเอามาให้ที่รถ
กล้วยทอดมันทอดที่นายอนุทินหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วทำตกพื้นบนรถ ขณะที่ส่งถุงไปให้ พล.อ.อุกฤษฎ์ และนายทหารคนอื่นแบ่งกันรับประทานแล้ว จนนายอนุทินต้องเก็บชิ้นที่ตกจากพื้นรถขึ้นมากินอย่างไม่เคอะเขิน ถือว่าได้ใจฝ่ายทหารไม่น้อย
การทำงานที่ใกล้ชิดกันทำให้นายอนุทินมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับทั้ง พล.อ.ณัฐพล และ พล.อ.อุกฤษฎ์มากขึ้น รวมถึง พล.อ.พนา ที่แม้ว่าจะไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วยแต่ก็มีการพูดคุยประสานงานกันตลอด
โดยจะเห็นได้ว่านายอนุทินเองก็ให้เกียรติฝ่ายทหาร โดยเฉพาะในงานแถลงผลการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้เวลาในงานนี้ถึง 90 นาที โดยเฉพาะการเดินชมนิทรรศการของทุก กอ.รมน.ภาคต่างๆ จนจบ โดยมี พล.อ.พนามาด้วยตนเอง
หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายอนุทิน และ พล.อ.พนา ได้พบปะรับประทานอาหารกันเป็นการส่วนตัวเพื่อคุยเรื่องงานความมั่นคงต่างๆ รวมถึงสถานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ท่ามกลางการจับตามองว่า กลยุทธ์ของสมเด็จฮุน เซน ที่เคย ใช้สถานการณ์การสู้รบกับไทยในการสร้างคะแนนนิยมให้กับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีลูกชาย จะถูกฝ่ายไทยนำมาใช้หรือไม่ เพราะในยามที่กระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทินลดลงจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้โดยเฉพาะหาดใหญ่
หากมีการสู้รบกับกัมพูชา ก็อาจจะดึงคะแนนนิยมจากกลุ่มสายอนุรักษนิยมและประชาชนรักชาติมาได้ไม่น้อย
โดยในห้วงที่ยังไม่มีการสู้รบรอบสองกับกัมพูชา กองทัพโดยเฉพาะ พล.อ.พนา ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากประชาสังคมโซเชียลมีเดีย รวมถึงเสธ.นัส พล.อ.มนัส จันดี อดีตเสนาธิการทหาร ที่โพสต์เฟซบุ๊ก สะกิดเตือนให้กองทัพทำการตอบโต้กอบกู้ศักดิ์ศรีของนักรบทหารไทยอยู่เป็นระยะๆ
แต่มีรายงานว่า พล.อ.พนาขอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องอดทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะหากตอบโต้หรือพูดอะไรไปอาจจะทำให้ฝ่ายกัมพูชารู้ตัว จึงเลือกที่จะนิ่งและเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ที่ชายแดน และเมื่อมีการประทะรอบสองเมื่อนั้นประชาชนจะได้รู้เองว่ากองทัพบกได้เตรียมพร้อมมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าไม่อยากรบ แต่แค่รอจังหวะ
ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาหากเกิดขึ้นจะรุนแรงและยาวนานกว่าการปะทะรอบแรกอาจจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะทำให้นายอนุทินไม่สามารถยุบสภา ได้เพราะต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาร่วมตัดสินใจในการทำการสู้รบนั้น
พล.อ.ณัฐพลยืนยันว่าแม้เป็นรัฐบาลรักษาการก็ยังสามารถมีอำนาจในการสั่งการตัดสินใจในเรื่องความมั่นคงได้
นายอนุทินก็ยืนยันอีกเสียงว่า ถ้าเป็นเรื่องความมั่นคงประเทศ และอธิปไตยของประเทศ ไม่มีกรอบเรื่องเวลา หรือการยุบสภา
“แต่กรอบอธิปไตยของประเทศ คือ ห้ามรุกล้ำ ห้ามย่ำยี ห้ามทำลายเกียรติภูมิ ห้ามคนไทยโดนทำร้าย” นายอนุทินออกกฎเหล็ก
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายไทยจะมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วแต่ก็ใช่ว่าการสู้รบรอบสองจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะฝ่ายกัมพูชาเองก็ต้องหาจังหวะเช่นกัน
พล.ท.นรธิป โพยนอก
ขณะที่ในกองทัพเป็นที่จับตามองหลังสถานการณ์น้ำลด จะมีผลสะเทือนถึงเก้าอี้แม่ทัพภาค 4 หรือไม่
เพราะตั้งแต่มาเป็นแม่ทัพภาค 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 แม่ทัพยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก ดูเคร่งเครียด เพราะแม้จะได้เป็น พลโท เป็นแม่ทัพ แต่เสมือนเป็นทุกขลาภ
เพราะถ้าหากเลือกได้ พล.ท.นรธิป คงอยากที่จะเป็นแม่ทัพภาค 2 มากกว่า เพราะเติบโตมาในกองทัพภาค 2 ภาคอีสาน แต่ด้วยเพราะความชอบธรรมของแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ที่เติบโตมาในชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอีสานใต้ กองกำลังสุรนารี กองพลทหารราบที่ 6 ผ่านมาทุกตำแหน่ง ที่ต้องได้เป็นแม่ทัพภาค 2
ส่วน พล.ท.นรธิป แม้เติบโตมาในกองทัพภาค 2 แต่ก็เติบโตในกองพลทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ด้านอีสานตอนบน ชายแดนไทย-ลาว
แต่บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ต้องการให้ พล.ท.นรธิป ได้เป็นพลโท เป็นแม่ทัพ จึงส่งลงชายแดนใต้นั่งเป็นแม่ทัพภาค 4 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนในพื้นที่ เพราะแม้พล.ท.นรธิปจะเคยลงมาอยู่ชายแดนใต้ ในนามกองทัพภาค 2 แต่ก็ไม่ถือว่าเชี่ยวชาญในพื้นที่ภาคใต้
แม้จะมี พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 เป็นแม่ทัพน้อย 4 อยู่ และ เสธ.จ้อย พล.ท.สุรเทพ หนูแก้ว เป็น ผบ.ศปป.5 กอ.รมน. อยู่แล้วก็ตาม แต่ พล.อ.พนาก็เลือก พล.ท.นรธิป มาเป็นแม่ทัพภาค 4
ที่นอกจากจะเจอ “รับน้อง” ด้วยเหตุการณ์ความรุนแรงและระเบิดหลายลูก ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มารับตำแหน่งแล้ว ยังจะมาเจอวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ สงขลา เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้อีก
ในฐานะแม่ทัพภาค 4 อาจจะไม่ได้ถูกโฟกัส ว่าต้องเป็นผู้มีส่วนในความรับผิดชอบ ในการเตรียมพร้อมสถานการณ์หรือการบริหารจัดการก็ตาม แต่ก็เป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาค 4 แต่ภาพรวม ความรับผิดชอบ ถูกจับจ้องไปที่นายกเทศมนตรี และนายกรัฐมนตรีมากกว่า
พลตรี ชาคริต อุจะรัตน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งความรุนแรงชายแดนใต้และน้ำท่วมใต้ วิกฤตครั้งใหญ่ ทำให้ในกองทัพจับตามองกันว่า พล.ท.นรธิปจะนั่งเป็นแม่ทัพภาค 4 ต่อจนครบ 1 ปี หรือไม่ หรือว่า พล.อ.พนาจะตัดสินใจเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 คนใหม่ ในการแต่งตั้งโยกย้ายกลางปี คือเดือนเมษายน 2569 นี้เลย
สำหรับ พล.ท.อนุสรณ์แล้ว คงอยากที่จะเป็นพลเอก เตรียมตัวเกษียณมากกว่า เพราะเดิมคาดการณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นแม่ทัพภาค 4 พล.อ.พนาก็อาจจะให้ติดยศพลเอกเลย แต่ก็ผิดคาด
หาก พล.อ.พนาจะยังคงดันเพื่อน ตท.26 นอกพื้นที่ มาเป็นแม่ทัพภาค 4 อีก ก็จะยิ่งซ้ำเติมแผลเก่า ทั้งนี้ ใน ตท.26 ยังมี รองต่อ พล.ต.นิติ ตฤณสูลานนท์ เป็นรองแม่ทัพน้อย 4 แต่ก็ไม่อาจขยับขึ้นแม่ทัพภาค 4 ได้
หากมองในระดับรองแม่ทัพภาค 4 ปัจจุบัน มี พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ และ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน ที่คาดว่ามีการวางตัว พล.ต.ชาคริต ทหารรบพิเศษ จาก ตท.28 จะขึ้นมาเป็น แม่ทัพภาค 4 คนต่อไป เพราะเป็นนายทหารที่ถูกมองว่าเป็นสายขั้วอำนาจเก่า ที่เป็นแม่ทัพภาค 4 ต่อเนื่องกันมา 3 คน ทั้งบิ๊กเดฟ พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ บิ๊กเกรียง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธาน ส.ว. อดีตแม่ทัพภาค 4 และบิ๊กต้น พล.อ.ศานติ ศกุนตนาค อดีตแม่ทัพภาค 4
ทั้งนี้ มีการวางตัว รองอ้วน พล.ต.วรเดช เดชรักษา เอาไว้ด้วย แต่ในโผที่ผ่านมา พล.ต.วรเดชถูกย้ายจากรองแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 (ผอ.ศปป.3) กอ.รมน. แต่ก็อาจยังได้ลุ้นย้ายกลับไปเป็นแม่ทัพภาค 4 ด้วย
แต่ไม่อาจมองข้ามคอนเน็กชั่นของ พล.อ.เกรียงไกร กับนายกฯ อนุทิน และถูกมองเป็นสายน้ำเงิน ที่อาจจะทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่ทัพภาค 4 โดยเฉพาะในยามที่ พล.ท.นรธิปไม่เข้าตา
ทั้งนี้ก็อยู่ที่ พล.อ.พนาว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่คาดการณ์ว่าจะไม่ยอมให้ขั้วอำนาจเก่ากลับมายึดกองทัพภาค 4 หากจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 กลางคันก็อาจจะเปิดโอกาสให้ พล.ต.ชาคริต ตท.28 ขึ้นมาเลย
อย่างไรก็ตาม พล.อ.พนายังถือเป็นผู้นำกองทัพที่มีมีอำนาจเด็ดขาดและมั่นคงที่สุดเพราะนั่งเป็น ผบ.ทบ. มาเป็นปีที่ 2 และจะนั่งเป็นปีที่ 3 ยันเกษียณตุลาคม 2570 จึงจะจัดวางตำแหน่งแม่ทัพนายกองด้วยตนเอง
เช่นเดียวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะมีความพร้อมรบแต่สำหรับ พล.อ.พนาแล้ว ยังคงเป็นห่วงว่าจะเกิดการสูญเสียมากกว่าครั้งที่แล้ว จึงพยายามยื้อเวลาให้เกิดความพร้อมมากที่สุด เพื่อให้สามารถเผด็จศึกได้รวดเร็วที่สุด และสูญเสียน้อยที่สุด
บทบาทของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. ที่พูดน้อย แต่ชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ยังถือว่าเป็นผู้ที่กุมชะตากรรมของประเทศ ที่สำคัญคนหนึ่งเลยทีเดียว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำลด เขมร โผล่ ‘หนู-ปู-หยอย’ แท็กทีม สู้เขมร จับตา เก้าอี้ ‘แม่ทัพภาค 4’ ร้อน กลางดงระเบิด-น้ำท่วม ‘แม่ทัพยูร’ บทเรียน ‘บิ๊กปู’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly