โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำลด เขมร โผล่ 'หนู-ปู-หยอย' แท็กทีม สู้เขมร จับตา เก้าอี้ 'แม่ทัพภาค 4' ร้อน กลางดงระเบิด-น้ำท่วม 'แม่ทัพยูร' บทเรียน 'บิ๊กปู'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 14.11 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 14.11 น.

หลังน้ำลด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

เพราะยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนแคะ เหน็บแนมประชดประชัน ต่อการที่รัฐบาลและกองทัพยังไม่เปิดการสู้รบกับกัมพูชา ทั้งๆ ที่ทหารไทยเสียขาจากการเหยียบทุ่นระเบิดของกัมพูชาไป 7 ขาแล้ว และถูกทหารกัมพูชายั่วยุมาตลอด

รวมทั้งมีข้อมูลที่ถูกเปิดเผยจากชาวบ้านและสื่อในพื้นที่ว่า ทหารกัมพูชาสามารถเข้ามายึดพื้นที่ที่เคยเป็นของไทยได้ในหลายจุด โดยที่กองทัพไม่ได้บอกประชาชนก่อน จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์

ผู้นำฝ่ายทหาร ตั้งแต่บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ลงมาจนถึง ผบ.หยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และโดยเฉพาะบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ. ทบ. ถูกโจมตีอย่างหนัก รวมถึงแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2

แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะเปิดไฟเขียวให้กองทัพสามารถปฏิบัติการทางทหารต่อกัมพูชาได้เลยก็ตาม แต่จังหวะและสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย

แม้ พล.อ.พนาจะยืนยันกับนายอนุทินว่ากองทัพบกพร้อมรบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องรอเงื่อนไขจากฝ่ายกัมพูชา และความชอบธรรมในการใช้กำลังของฝ่ายไทย

โดยคาดกันว่าโอกาสจะเกิดขึ้น หากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเข้าไปในพื้นที่ปัญหาถูกขัดขวางโดยฝ่ายทหารกัมพูชา หรืออาจเกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเป็นขาที่ 8 เกิดขึ้น เมื่อนั้นจะมีการยิงปะทะตามกฎการใช้กำลัง

โดยมีรายงานว่า หากทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ใด ให้ยิงไปที่ฐานทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ ด้วยปืน ค.60 หรือ ค.120 ม.ม. และเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะสู้รบตลอดแนว

อนุทิน ชาญวีรกูล กับ พลเอกอุกฤษฏ์ บุญตานน์

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในห้วงที่ผ่านมาทำให้นายอนุทิน และกองทัพมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะกองทัพต้องเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน

โดยเฉพาะนายอนุทิน และ พล.อ.อุกฤษฎ์ หัวหน้า ศป.กฉ.ส่วนหน้า ที่อยู่โยงในพื้นที่บัญชาการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองตลอด ลงพื้นที่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดในการช่วยเหลือประชาชนและลุยน้ำท่วมด้วยกัน รวมถึงการกินกล้วยทอดมันทอดถุงเดียวกัน ถุงที่ประชาชนชาวหาดใหญ่วิ่งเอามาให้ที่รถ

กล้วยทอดมันทอดที่นายอนุทินหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วทำตกพื้นบนรถ ขณะที่ส่งถุงไปให้ พล.อ.อุกฤษฎ์ และนายทหารคนอื่นแบ่งกันรับประทานแล้ว จนนายอนุทินต้องเก็บชิ้นที่ตกจากพื้นรถขึ้นมากินอย่างไม่เคอะเขิน ถือว่าได้ใจฝ่ายทหารไม่น้อย

การทำงานที่ใกล้ชิดกันทำให้นายอนุทินมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับทั้ง พล.อ.ณัฐพล และ พล.อ.อุกฤษฎ์มากขึ้น รวมถึง พล.อ.พนา ที่แม้ว่าจะไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วยแต่ก็มีการพูดคุยประสานงานกันตลอด

โดยจะเห็นได้ว่านายอนุทินเองก็ให้เกียรติฝ่ายทหาร โดยเฉพาะในงานแถลงผลการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้เวลาในงานนี้ถึง 90 นาที โดยเฉพาะการเดินชมนิทรรศการของทุก กอ.รมน.ภาคต่างๆ จนจบ โดยมี พล.อ.พนามาด้วยตนเอง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายอนุทิน และ พล.อ.พนา ได้พบปะรับประทานอาหารกันเป็นการส่วนตัวเพื่อคุยเรื่องงานความมั่นคงต่างๆ รวมถึงสถานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ท่ามกลางการจับตามองว่า กลยุทธ์ของสมเด็จฮุน เซน ที่เคย ใช้สถานการณ์การสู้รบกับไทยในการสร้างคะแนนนิยมให้กับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีลูกชาย จะถูกฝ่ายไทยนำมาใช้หรือไม่ เพราะในยามที่กระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทินลดลงจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้โดยเฉพาะหาดใหญ่

หากมีการสู้รบกับกัมพูชา ก็อาจจะดึงคะแนนนิยมจากกลุ่มสายอนุรักษนิยมและประชาชนรักชาติมาได้ไม่น้อย

โดยในห้วงที่ยังไม่มีการสู้รบรอบสองกับกัมพูชา กองทัพโดยเฉพาะ พล.อ.พนา ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากประชาสังคมโซเชียลมีเดีย รวมถึงเสธ.นัส พล.อ.มนัส จันดี อดีตเสนาธิการทหาร ที่โพสต์เฟซบุ๊ก สะกิดเตือนให้กองทัพทำการตอบโต้กอบกู้ศักดิ์ศรีของนักรบทหารไทยอยู่เป็นระยะๆ

แต่มีรายงานว่า พล.อ.พนาขอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องอดทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะหากตอบโต้หรือพูดอะไรไปอาจจะทำให้ฝ่ายกัมพูชารู้ตัว จึงเลือกที่จะนิ่งและเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ที่ชายแดน และเมื่อมีการประทะรอบสองเมื่อนั้นประชาชนจะได้รู้เองว่ากองทัพบกได้เตรียมพร้อมมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าไม่อยากรบ แต่แค่รอจังหวะ

ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาหากเกิดขึ้นจะรุนแรงและยาวนานกว่าการปะทะรอบแรกอาจจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะทำให้นายอนุทินไม่สามารถยุบสภา ได้เพราะต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาร่วมตัดสินใจในการทำการสู้รบนั้น

พล.อ.ณัฐพลยืนยันว่าแม้เป็นรัฐบาลรักษาการก็ยังสามารถมีอำนาจในการสั่งการตัดสินใจในเรื่องความมั่นคงได้

นายอนุทินก็ยืนยันอีกเสียงว่า ถ้าเป็นเรื่องความมั่นคงประเทศ และอธิปไตยของประเทศ ไม่มีกรอบเรื่องเวลา หรือการยุบสภา

“แต่กรอบอธิปไตยของประเทศ คือ ห้ามรุกล้ำ ห้ามย่ำยี ห้ามทำลายเกียรติภูมิ ห้ามคนไทยโดนทำร้าย” นายอนุทินออกกฎเหล็ก

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายไทยจะมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วแต่ก็ใช่ว่าการสู้รบรอบสองจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะฝ่ายกัมพูชาเองก็ต้องหาจังหวะเช่นกัน

พล.ท.นรธิป โพยนอก

ขณะที่ในกองทัพเป็นที่จับตามองหลังสถานการณ์น้ำลด จะมีผลสะเทือนถึงเก้าอี้แม่ทัพภาค 4 หรือไม่

เพราะตั้งแต่มาเป็นแม่ทัพภาค 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 แม่ทัพยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก ดูเคร่งเครียด เพราะแม้จะได้เป็น พลโท เป็นแม่ทัพ แต่เสมือนเป็นทุกขลาภ

เพราะถ้าหากเลือกได้ พล.ท.นรธิป คงอยากที่จะเป็นแม่ทัพภาค 2 มากกว่า เพราะเติบโตมาในกองทัพภาค 2 ภาคอีสาน แต่ด้วยเพราะความชอบธรรมของแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ที่เติบโตมาในชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอีสานใต้ กองกำลังสุรนารี กองพลทหารราบที่ 6 ผ่านมาทุกตำแหน่ง ที่ต้องได้เป็นแม่ทัพภาค 2

ส่วน พล.ท.นรธิป แม้เติบโตมาในกองทัพภาค 2 แต่ก็เติบโตในกองพลทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ด้านอีสานตอนบน ชายแดนไทย-ลาว

แต่บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ต้องการให้ พล.ท.นรธิป ได้เป็นพลโท เป็นแม่ทัพ จึงส่งลงชายแดนใต้นั่งเป็นแม่ทัพภาค 4 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนในพื้นที่ เพราะแม้พล.ท.นรธิปจะเคยลงมาอยู่ชายแดนใต้ ในนามกองทัพภาค 2 แต่ก็ไม่ถือว่าเชี่ยวชาญในพื้นที่ภาคใต้

แม้จะมี พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 เป็นแม่ทัพน้อย 4 อยู่ และ เสธ.จ้อย พล.ท.สุรเทพ หนูแก้ว เป็น ผบ.ศปป.5 กอ.รมน. อยู่แล้วก็ตาม แต่ พล.อ.พนาก็เลือก พล.ท.นรธิป มาเป็นแม่ทัพภาค 4

ที่นอกจากจะเจอ “รับน้อง” ด้วยเหตุการณ์ความรุนแรงและระเบิดหลายลูก ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มารับตำแหน่งแล้ว ยังจะมาเจอวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ สงขลา เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้อีก

ในฐานะแม่ทัพภาค 4 อาจจะไม่ได้ถูกโฟกัส ว่าต้องเป็นผู้มีส่วนในความรับผิดชอบ ในการเตรียมพร้อมสถานการณ์หรือการบริหารจัดการก็ตาม แต่ก็เป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาค 4 แต่ภาพรวม ความรับผิดชอบ ถูกจับจ้องไปที่นายกเทศมนตรี และนายกรัฐมนตรีมากกว่า

พลตรี ชาคริต อุจะรัตน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งความรุนแรงชายแดนใต้และน้ำท่วมใต้ วิกฤตครั้งใหญ่ ทำให้ในกองทัพจับตามองกันว่า พล.ท.นรธิปจะนั่งเป็นแม่ทัพภาค 4 ต่อจนครบ 1 ปี หรือไม่ หรือว่า พล.อ.พนาจะตัดสินใจเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 คนใหม่ ในการแต่งตั้งโยกย้ายกลางปี คือเดือนเมษายน 2569 นี้เลย

สำหรับ พล.ท.อนุสรณ์แล้ว คงอยากที่จะเป็นพลเอก เตรียมตัวเกษียณมากกว่า เพราะเดิมคาดการณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นแม่ทัพภาค 4 พล.อ.พนาก็อาจจะให้ติดยศพลเอกเลย แต่ก็ผิดคาด

หาก พล.อ.พนาจะยังคงดันเพื่อน ตท.26 นอกพื้นที่ มาเป็นแม่ทัพภาค 4 อีก ก็จะยิ่งซ้ำเติมแผลเก่า ทั้งนี้ ใน ตท.26 ยังมี รองต่อ พล.ต.นิติ ตฤณสูลานนท์ เป็นรองแม่ทัพน้อย 4 แต่ก็ไม่อาจขยับขึ้นแม่ทัพภาค 4 ได้

หากมองในระดับรองแม่ทัพภาค 4 ปัจจุบัน มี พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ และ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน ที่คาดว่ามีการวางตัว พล.ต.ชาคริต ทหารรบพิเศษ จาก ตท.28 จะขึ้นมาเป็น แม่ทัพภาค 4 คนต่อไป เพราะเป็นนายทหารที่ถูกมองว่าเป็นสายขั้วอำนาจเก่า ที่เป็นแม่ทัพภาค 4 ต่อเนื่องกันมา 3 คน ทั้งบิ๊กเดฟ พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ บิ๊กเกรียง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธาน ส.ว. อดีตแม่ทัพภาค 4 และบิ๊กต้น พล.อ.ศานติ ศกุนตนาค อดีตแม่ทัพภาค 4

ทั้งนี้ มีการวางตัว รองอ้วน พล.ต.วรเดช เดชรักษา เอาไว้ด้วย แต่ในโผที่ผ่านมา พล.ต.วรเดชถูกย้ายจากรองแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 (ผอ.ศปป.3) กอ.รมน. แต่ก็อาจยังได้ลุ้นย้ายกลับไปเป็นแม่ทัพภาค 4 ด้วย

แต่ไม่อาจมองข้ามคอนเน็กชั่นของ พล.อ.เกรียงไกร กับนายกฯ อนุทิน และถูกมองเป็นสายน้ำเงิน ที่อาจจะทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่ทัพภาค 4 โดยเฉพาะในยามที่ พล.ท.นรธิปไม่เข้าตา

ทั้งนี้ก็อยู่ที่ พล.อ.พนาว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่คาดการณ์ว่าจะไม่ยอมให้ขั้วอำนาจเก่ากลับมายึดกองทัพภาค 4 หากจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 กลางคันก็อาจจะเปิดโอกาสให้ พล.ต.ชาคริต ตท.28 ขึ้นมาเลย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.พนายังถือเป็นผู้นำกองทัพที่มีมีอำนาจเด็ดขาดและมั่นคงที่สุดเพราะนั่งเป็น ผบ.ทบ. มาเป็นปีที่ 2 และจะนั่งเป็นปีที่ 3 ยันเกษียณตุลาคม 2570 จึงจะจัดวางตำแหน่งแม่ทัพนายกองด้วยตนเอง

เช่นเดียวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะมีความพร้อมรบแต่สำหรับ พล.อ.พนาแล้ว ยังคงเป็นห่วงว่าจะเกิดการสูญเสียมากกว่าครั้งที่แล้ว จึงพยายามยื้อเวลาให้เกิดความพร้อมมากที่สุด เพื่อให้สามารถเผด็จศึกได้รวดเร็วที่สุด และสูญเสียน้อยที่สุด

บทบาทของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. ที่พูดน้อย แต่ชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ยังถือว่าเป็นผู้ที่กุมชะตากรรมของประเทศ ที่สำคัญคนหนึ่งเลยทีเดียว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำลด เขมร โผล่ ‘หนู-ปู-หยอย’ แท็กทีม สู้เขมร จับตา เก้าอี้ ‘แม่ทัพภาค 4’ ร้อน กลางดงระเบิด-น้ำท่วม ‘แม่ทัพยูร’ บทเรียน ‘บิ๊กปู’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...