เริ่ม 1 ธ.ค. นี้ มะเร็งปอด ใช้ “Erlotinib–Gefitinib” เป็นยาขนานแรกได้
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 03.32 น. • Chiang Mai News“รอง ผอ. ศูนย์มะเร็ง รพ.พระปกเกล้า” เผย ยามุ่งเป้า “Erlotinib – Gefitinib” เป็นยาสำคัญช่วยยับยั้งการเติบโตของมะเร็งใน “ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะ 4 ที่มีการกลายพันธุ์ที่พบมากในคนไทย คือ การกลายพันธุ์แบบ EGFR ” ซึ่งอาจจะช่วยคุมโรคได้นานถึง 9 เดือน ถึง 1 ปี โดยยังไม่ต้องเริ่มทำเคมีบำบัด ส่วนการปรับเกณฑ์การจ่ายยาโดยกรมบัญชีกลาง แพทย์จะมีการนัดติดตามอาการผู้ป่วยในช่วงแรกได้ใกล้ชิดกว่าเดิม
สืบเนื่องมาจากทางกรมบัญชีกลาง ปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาที่ต้องใช้ยาราคาแพง โดยขยายสิทธิให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย สามารถใช้ยา Erlotinib หรือ Gefitinib เป็นยาขนานแรกได้ สำหรับค่ารักษาที่เกิดตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
โดย ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดชนิด Non-small cell lung cancer ระยะแพร่กระจาย ซึ่งมี EGFR mutation ชนิดที่มีความไวต่อการตอบสนองต่อยากลุ่มนี้ ให้ใช้ยา Erlotinib เป็นยาขนานแรก แต่หากมีเงื่อนไขทางการแพทย์ที่ไม่สามารถใช้ยานี้ได้ หรือเกิดผลข้างเคียงรุนแรง จะใช้ยา Gefitinib แทน โดยปริมาณการเบิกจ่ายต่อครั้งไม่เกินจำนวนยาที่ใช้ใน 1 เดือน ใน 3 เดือนแรก และไม่เกินจำนวนยาที่ใช้ใน 3 เดือน ในเดือนต่อ ๆ ไป เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เหมาะและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นพ.ภาสกรกล่าวต่อไปว่า สำหรับโรคมะเร็งปอดระยะแพร่กระจายที่มีลักษณะการกลายพันธุ์ที่เรียกว่า EGFR เป็นชนิดที่พบได้สูงในผู้ป่วยคนไทยที่เป็นมะเร็งปอดชนิด อะดีโนคาร์ซิโนมา ราว 50% โดยผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดระยะนี้ เมื่อแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยแล้ว จะสามารถรับการรักษาโดยใช้ยา Erlotinib หรือ Gefitinib ที่เป็นยามุ่งเป้าได้ ซึ่งยาทั้ง 2 รายการอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และสามารถเบิกได้ทุกสิทธิการรักษาทั้งสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สิทธิประกันสังคม และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“ทั้งนี้ ยามุ่งเป้า 2 รายการดังกล่าว มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการกลายพันธุ์ที่เป็นตัวเร่งให้มะเร็งเติบโต ส่งผลให้ก้อนมะเร็งยุบลง ควบคุมโรคได้นานขึ้น ทำให้อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี เพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่ใช่การรักษาให้หายขาด แต่หากไม่รักษา ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะ 4 อาจมีชีวิตอยู่ได้เพียงประมาณ 3 เดือน ขณะที่การใช้ยามุ่งเป้าจะช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งคุมโรคได้นาน 10 เดือนถึง 1 ปี ถ้ามีการดื้อยาเกิดขึ้น การให้คีโม หรือยามุ่งเป้าขนานอื่นๆ ก็ยังทำให้สามารถควบคุมโรคได้นานขึ้นเป็นปี” นพ.ภาสกร กล่าวในตอนท้าย