“อังกฤษ” ตรึงเพดานรายได้ต่ออีก 3 ปี ดันชาวอังกฤษ 5.4 ล้านคน เข้าสู่ภาษีขั้นสูง 40-45%
รัฐบาลอังกฤษขยายเวลาตรึงเพดานรายได้อีก 3 ปี ดันชาวอังกฤษ 5.4 ล้านคน เข้าสู่ภาษีขั้นสูง 40-45% พร้อมสร้างรายได้ภาษีเพิ่มหลายหมื่นล้านปอนด์ในทศวรรษหน้า
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 00.32 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แรงงานอังกฤษราว 5.4 ล้านคน จะถูกดันเข้าสู่ขั้นภาษีเงินได้ในอัตรา 40-45% ภายในต้นทศวรรษหน้า หลัง Rachel Reeves รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร ตัดสินใจ ขยายเวลาการตรึงเพดานรายได้สำหรับการจัดเก็บภาษีเงินได้ ออกไปอีก 3 ปี
Reeves ประกาศว่าเพดานรายได้ส่วนบุคคล (personal tax thresholds) จะยังคงถูกแช่แข็งต่อไป ไม่ปรับให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “fiscal drag” หรือที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการขึ้นภาษีแบบแนบเนียน (stealth tax) มาตรการนี้เป็นยุทธศาสตร์เดียวกับที่รัฐบาลอนุรักษนิยมใช้ก่อนหน้านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงแรงต้านทางการเมืองจากการขึ้นอัตราภาษีโดยตรง
สำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณของสหราชอาณาจักร (OBR) คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างรายได้ 13,000 ล้านปอนด์ หรือราว 17,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปีงบประมาณ 2573/74 เมื่อแรงงานจำนวนมากพบว่ารายได้ของตนถูกดันเข้าสู่ขั้นภาษีที่สูงขึ้น โดยคาดว่าเกือบ 1 ใน 4 ของผู้เสียภาษีจะอยู่ในสองขั้นภาษีบนสุด เทียบกับเพียง 15% ในปี 2564/65 เมื่ออดีต รมว.คลัง Rishi Sunak เริ่มต้นตรึงเพดานรายได้ครั้งแรก
การใช้มาตรการนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สัดส่วนภาษีต่อ GDP ของสหราชอาณาจักรพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 38% ทั้งนี้ Starmer และ Reeves เคยวิจารณ์พรรคอนุรักษนิยมเรื่อง fiscal drag เมื่อครั้งอยู่ฝ่ายฝ่ายค้าน และ Reeves ถึงกับประกาศในงบประมาณปีก่อนว่าตนจะยุติการตรึงเพดาน เพราะจะทำร้ายประชาชนผู้มีรายได้น้อย
เมื่อสื่อซักถามถึงการกลับลำครั้งนี้Reeves ตอบว่าเป็น“การตัดสินใจจำเป็นเพื่อรักษางบประมาณประเทศ” พร้อมชี้ว่า รัฐบาลมีมาตรการอื่นช่วยลดค่าครองชีพ เธอกล่าวว่า“ฉันกำลังพูดอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ปี 2571 เราจะตรึงเพดานรายได้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามีต้นทุน แต่เรากำลังคืนเงินในกระเป๋าประชาชนในตอนนี้”
มาตรการตรึงเพดานรายได้ได้เปลี่ยนนิยามว่า ใครบ้างคือผู้มีรายได้สูงในสายตารัฐบาล ขณะเดียวกันยังคาดว่าจะเพิ่มรายได้รวม 67,000 ล้านปอนด์ ภายในปี 2573/74 มาตรการนี้นับเป็นแหล่งรายได้หลักที่สุดในงบประมาณของ Reeves ซึ่งใช้ชุดมาตรการปรับขึ้นภาษีหลายรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดสัญญาหาเสียงที่ว่าจะไม่ขึ้นอัตราภาษีสำคัญ
ทั้งนี้ผลจากการตรึงเพดานรายได้ทำให้แรงงานอีก 5.2 ล้านคน จะต้องจ่ายภาษีเงินได้ในอัตราพื้นฐาน 20% และอีก 4.8 ล้านคน จะถูกดันเข้าสู่ขั้นภาษี 40% ในกลุ่มนี้มีรายได้ระหว่าง 50,271–125,140 ปอนด์ต่อปี) ขณะที่อีก 600,000 คน จะเข้าสู่ขั้นภาษีสูงสุด 45% ซึ่งทั้งหมดจะกลายเป็นภาระต่อรายได้ครัวเรือนอย่างมากในทศวรรษหน้า
Reeves ยังประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปิดช่องทางที่ช่วยให้แรงงานหลีกเลี่ยงการถูกดันเข้าสู่ขั้นภาษีสูง ผ่านการออมเงินเข้ากองทุนบำนาญระบบเงินเดือน (salary sacrifice) โดยตั้งแต่ปี 2572 เป็นต้นไป รัฐบาลจะจำกัดสิทธิลดหย่อนภาษีของเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ โดยเงินสมทบที่เกิน 2,000 หอนด์ต่อปี จะต้องเสียประกันสังคมทั้งจากลูกจ้างและนายจ้าง รัฐบาลคาดว่ามาตรการนี้จะทำให้ผู้เสียภาษีอัตราพื้นฐาน ราว 26% ถูกเก็บภาษีเพิ่ม และจะสร้างรายได้ 4.85 พันล้านปอนด์ ในปีแรกที่เริ่มใช้
นักวิเคราะห์จาก Jefferies ระบุว่า คนทำงานที่ได้รับผลกระทบจะพยายามเติมเงินเข้ากองทุนบำนาญให้ได้สูงสุดภายใต้กฎใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมในช่วงสามปีข้างหน้า
นอกจากนี้รัฐบาลยังปรับลดเพดานเงินออมในบัญชี ISA แบบเงินฝาก (cash ISA) จาก 20,000 ปอนด์ เหลือ 12,000 ปอนด์ต่อปี ส่วนอีก 8,000 ปอนด์ จะออมได้เฉพาะในบัญชี stocks-and-shares ISA ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีจะได้รับการยกเว้น
ข้อมูลรัฐบาล ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วประมาณสองในสามของเงินออม ISA ถูกฝากไว้ใน cash ISA ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ผ่านบัญชี ISA ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย อัตราภาษีเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น 2 จุดเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า
อ้างอิง : www.bloomberg.com