โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพไทย ชี้ “จ่าเจ” โรคกำเริบเสียชีวิต ร่วมภารกิจปกป้องชายแดน

อีจัน

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 18.38 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • อีจัน

สถานการณ์การปะทะเดือดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 68 ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ล่าสุดทหารไทยพลีชีพ 11 นาย ชาวบ้านเสียชีวิตแล้ว 5 ราย

ล่าสุดวันนี้ (12 ธ.ค.68) เวลา 16.00 น. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นำโดย พลเรือตรีสุรสันต์ คงศิริ โฆษกกลาโหม แถลงอัปเดตสถานการณ์ ว่า วันนี้ เวลา 06.29 น. ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีเข้ามายังดินแดนอธิปไตยของไทยตลอดแนวชายแดน

เวลา 06.30 น. ฝ่ายไทยตอบโต้ไปยังเป้าหมายทางการทหารเพื่อป้องกันการรุกลานของฝ่ายกัมพูชา

เวลา 12.00 น. ฝ่ายกัมพูชาระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาบริเวณช่องอานม้า ทำให้ทหารไทยจากกรมรบพิเศษที่ 1 เสียชีวิต 1 นาย

เวลา 13.00 น. พบทหารกัมพูชาขนรถยิง BM-21 พร้อมกำลังพล 6 หน่วยยิง รวม 8 คัน เข้าพื้นที่ช่องบก–ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

กองทัพเรือ มีการระดมกลยุทธ์ปราบปรปักษ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดตราด ปัจจุบันมีการตรวจพบการเคลื่อนกำลังพลของอาวุธหนักทางฝ่ายกัมพูชามาประชิดตามแนวชายแดน ทำให้กองทัพเรือดำรงกำลังต่อต้านการรุกรานของกัมพูชา

กองทัพอากาศ มีการปฏิบัติการที่สนับสนุนการปฏิบัติการของกองกำลังภาคพื้นดิน ทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ ถือเป็นการปฏิบัติการในการร่วมมือดำเนินกลยุทธ์ร่วมกันในการต่อต้านการรุกรานของฝ่ายกัมพูชา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากตำรวจตระเวนชายแดนช่วยสนับสนุนการปฏิบัติการของทหารแนวหน้าแล้ว ยังมีกำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือเรื่องพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังให้ และยังมีการดูแลชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

จากกรณีวันที่ 9 ที่ผ่านมา มีการจับกุมหญิงสาวรายหนึ่งในอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว มีการทำลักษณะเป็นสายลับ หรือมีบุคคลอื่นแฝงตัวมาเป็นสายลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนและฝากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ช่วยเป็นหูเป็นตาสังเกตคนที่มีลักษณะเป็นสายลับด้วย หากพบความผิดปกติให้โทรศัพท์แจ้งหน่วยงานความมั่นคง โทร. 191 หรือ 1599

ส่วนประเด็นการช่วยเหลือประชาชนในต่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่กัมพูชา ตอนนี้มีพี่น้องชาวไทยตกค้างในกัมพูชาเป็นจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ มีแผนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่

กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้ได้รับแจ้งจากสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่เสียมราฐ ว่า ได้เริ่มมีการคลี่คลายจำนวนคนไทยที่ยังติดค้างอยู่ตรงปอยเปตให้เดินทางกลับบ้านแล้ว ตอนนี้ยังเป็นจำนวนที่น้อยอยู่ แต่ก็แสดงว่าที่ทางสถานทูตได้แนะนำขอให้เดินทางออกช่องทางอื่นๆ ที่สามารถเดินทางออกได้ พี่น้องก็ได้ใช้ช่องทางนั้นในการเดินทาง

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีความพยายามประสานอย่างต่อเนื่องกับฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับ เพราะยังมีจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเดินทางออกได้

สถิติศูนย์พักพิง

– ศูนย์พักพิงชั่วคราว 961 แห่ง

– ประชาชนในศูนย์พักพิง 259,121 คน

– ประชาชนเสียชีวิต 5 คน

– โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 20 แห่ง

– รพ.สต. ได้รับผลกระทบ 212 แห่ง

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ได้เปิดภาพขณะโดนโจมตีที่ตั้งของทหารกัมพูชาที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา เน้นย้ำว่าทั้งสองเป้าหมาย ถูกทำลายด้วยความแม่นยำ ซึ่งการบันทึกภาพมีประโยชน์ทั้งด้านการบันทึกการปฏิบัติภารกิจ และการยืนยันว่าการปฏิบัติการทางอากาศเป็นไปด้วยความจำเป็น และได้สัดส่วน กับสิ่งที่เราต้องตอบสนองต่อสิ่งคุกคาม

ส่วนกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะโทรมาหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย ในเร็ววันนี้ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้ตอน 11.00 น. ได้มีการพูดคุยระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเพื่อที่จะเตรียมการสำหรับการพูดคุยหารือคืนนี้ ซึ่งตอนนี้ดูรายละเอียดอยู่

โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ได้ยืนยันว่า ไทยต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา พร้อมด้วยแสดงข้อกังวลของฝ่ายไทย ที่การโจมตีของฝ่ายกัมพูชาเกิดขึ้นอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีความรุนแรงที่ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ไทยต้องการสันติภาพแต่สันติภาพเหล่านี้ต้องมากับการกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่แสดงถึงคำมั่นที่เขาให้มาก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความเข้าใจในท่าทีและจุดยืนของไทย พร้อมที่จะสนับสนุนฝ่ายไทยในการได้มาซึ่งสันติภาพ

โดยกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า การเจรจาต่อไปนี้ จะต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของคนไทยและของประเทศไทยแน่นอน

จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพชูธงขาวขึ้นบริเวณเขาพระวิหาร โฆษกกลาโหมชี้แจงว่า จากการตรวจสอบยังไม่ได้มีการยืนยัน 100% ว่าเหตุผลของการชูธงขาวนั้นมีนัยยะอย่างไรบ้าง

ขณะที่ กองทัพบก กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่เราก็ตามอยู่เหมือนกัน เราทราบว่ามีการเผยแพร่ภาพแบบนี้ขึ้นมาพอไปถามหน่วยในพื้นที่ พบว่าสัญลักษณ์ธงขาวที่ว่านี้ปกติเราจะเชื่อว่าเป็นขอเจรจาหรือเปล่าหรือเป็นสัญญาณอะไร

แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ชัดเจนว่ายังมีการยิงมีการปะทะอยู่ในบริเวณดังกล่าว เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าคงไม่เป็นการส่งสัญญาณของการเจรจาหรือการประนีประนอมไม่ว่าทางฝ่ายใดก็ตาม เพราะว่าทหารหน้าแนวยังคงมีการสู้รบอย่างต่อเนื่องในบริเวณดังกล่าว

ส่วนประเด็นการเสียชีวิตของทหารกล้า “จ.ส.อ. วุธจักร โททอง” ที่ร่วมภารกิจปกป้องอธิปไตยชายแดนสระแก้ว ได้เสียชีวิตจากโรคประจำตัวกำเริบ ณ รพ.รร6 เมื่อ 11 ธ.ค.68 กองทัพบก ชี้แจงว่า ท่านได้มีโรคประจำตัวจึงได้เข้ารักษาตัวตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปัจจุบันเพิ่งเสียชีวิต จึงไม่ได้นับเพิ่มเป็นรายที่ 11 แต่สาเหตุที่เสียชีวิตก็ทั้งจากโรคประจำตัวและการทำปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดนอย่างหนัก

ทั้งนี้ โฆษกกลาโหม ย้ำว่า พื้นที่ช่องอานม้าเราสามารถยึดได้ 100% แต่ก็ยังมีความพยายามของฝ่ายกัมพูชาในการตอบโต้ด้วยการยิงทางอาวุธสนับสนุนเข้ามาฝ่ายไทย ทำให้เรายังต้องระมัดระวังเรื่องการสถาปนาที่มั่นตรงนั้นด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...