โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักวิเคราะห์ต่างชาติมองบวกยุบสภา หนุน ตลาดหุ้นไทย ฟื้นตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 18.16 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 11.16 น.

นักวิเคราะห์ต่างประเทศมองการยุบสภาเพื่อเตรียมจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยคลี่คลายความไม่แน่นอนและหนุน ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลง 10% ในปีนี้ และมีเงินทุนต่างชาติไหลออกเกือบ 3.3 พันล้าน คาดเลือกตั้งจะหนุนให้ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น

12 ธันวาคม 2568 - การประกาศยุบสภาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด ได้ดึงดูดความสนใจจากนักวิเคราะห์ต่างชาติให้จับตาการลงทุนในสินทรัพย์ของไทย โดยรวมแล้วมุมมองส่วนใหญ่ชี้ว่า สถานการณ์นี้จะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีความคึกคักมากขึ้น ในขณะที่ทิศทางของค่าเงินบาทคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองในประเทศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันตลอดปี 2568 โดย ดัชนี SET ปรับตัวลดลง 10% และนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายออกไปแล้วเกือบ 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ต้นปี

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงน่าจะเข้ามาช่วย คลี่คลายความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่ยืดเยื้อมานาน และเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่อาจหนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวและปรับตัวสูงขึ้นได้ ซึ่งเป็นกลไกปกติของตลาดที่มักตอบรับเชิงบวกต่อความชัดเจนทางการเมือง

ค่าเงินบาทไทยเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ทำผลงานดีที่สุดในเอเชีย โดยแข็งค่าขึ้นแล้วกว่า 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า ทิศทางของค่าเงินบาทจะได้รับผลกระทบจากการเมืองในประเทศเพียงจำกัด เนื่องจากแรงขับเคลื่อนหลักมาจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค :

  • การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ : คริสโตเฟอร์ หว่อง จาก OCBC ชี้ว่า เงินบาทขับเคลื่อนโดยปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ดุลบัญชีเดินสะพัด : ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่ยังเกินดุลอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยหนุนค่าเงิน
  • ราคาทองคำ : การพุ่งสูงของราคาทองคำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อค่าเงินบาท

อลัน เลา จากมาลายัน แบงกิ้ง ชี้ว่า โดยปกติแล้วค่าเงินบาทไม่มีรูปแบบชัดเจนในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น ๆ มากกว่านโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าที่โดดเด่นอาจสะท้อนแรงหนุนจากรายได้ภาคการท่องเที่ยวตามฤดูกาล

แม้จะมีมุมมองบวกต่อการคลี่คลายความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ยังมีข้อควรระวัง โดย มอห์ เซียง ลิม จากแบงก์ ออฟ สิงคโปร์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้การเลือกตั้งก่อนกำหนดจะลดความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ยังไม่แน่ว่าจะสร้างความชัดเจนด้านนโยบายมากน้อยเพียงใด โดยเขามองว่าการแข็งค่าของเงินบาทในปีนี้ "น่าประหลาดใจ" เมื่อเทียบกับพื้นฐานเศรษฐกิจที่ควรจะชี้ไปในทิศทางอ่อนค่า

ขณะที่ อลัน เลา ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านความยั่งยืนทางการคลัง กระแสทุนสีเทา และทิศทางนโยบายการเงิน

คริสโตเฟอร์ หว่อง ประเมินว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ปัจจัยในประเทศอาจมีบทบาทมากขึ้น โดยได้ประเมินแนวรับระยะสั้นของเงินบาทไว้ที่ $31.60$ บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...