โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 06.15 น.
ลลิดา เพริศวิวัฒนา

ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity ยื่นขอได้ถึงสิ้นปี’69 เพิ่มวงเงินต่อราย 30 ล้าน หนุนปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ที่จะดำเนินการโดย ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank

เพื่อยกระดับการผลิต ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับผลิตภาพควบคู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

รองโฆษกกล่าวว่า เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เห็นชอบให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และกรอบวงเงินงบประมาณชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 1,350 ล้านบาท เพื่อให้ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปีใน 3 ปีแรก (รัฐบาลชดเชยให้ ธพว. ร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก) พร้อมกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท และสิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน

อย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่ามีวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวม 4,826 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 32 ของวงเงินโครงการ และยังมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังมีวงเงินคงเหลือจำนวนมาก ซึ่งสามารถต่อยอดช่วย SMEs ได้ในปี 2569

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม ได้แก่ (1) ขยายระยะเวลารับคำขอกู้จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมความพร้อมและเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น (2) ปรับปรุงกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเพิ่มคำว่า “ยานพาหนะ” ในกลุ่มเป้าหมายที่ 2 เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับเปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด นอกเหนือจากระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ

และ (3) ขยายวงเงินสินเชื่อต่อรายจากเดิมไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ต้องลงทุนสูงในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานหรือกิจการในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเงินลงทุนมากกว่าหลักเกณฑ์เดิม

รองโฆษกย้ำว่า การปรับปรุงครั้งนี้ ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และกรอบงบฯชดเชย 1,350 ล้านบาทเดิม ไม่เป็นการสร้างภาระผูกพันเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า คณะกรรมการ ธพว. ได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นสนับสนุน โดยมองว่าจะช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว้างขึ้นประมาณ 1,700 ราย เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 68,700 ล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 27,680 อัตรา

ทั้งนี้ ภาครัฐจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการรับทราบโอกาสและประโยชน์จากโครงการ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ SMEs ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...