ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity
ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity ยื่นขอได้ถึงสิ้นปี’69 เพิ่มวงเงินต่อราย 30 ล้าน หนุนปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ที่จะดำเนินการโดย ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank
เพื่อยกระดับการผลิต ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการยกระดับผลิตภาพควบคู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
รองโฆษกกล่าวว่า เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เห็นชอบให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และกรอบวงเงินงบประมาณชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 1,350 ล้านบาท เพื่อให้ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปีใน 3 ปีแรก (รัฐบาลชดเชยให้ ธพว. ร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก) พร้อมกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท และสิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน
อย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่ามีวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวม 4,826 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 32 ของวงเงินโครงการ และยังมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังมีวงเงินคงเหลือจำนวนมาก ซึ่งสามารถต่อยอดช่วย SMEs ได้ในปี 2569
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม ได้แก่ (1) ขยายระยะเวลารับคำขอกู้จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมความพร้อมและเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น (2) ปรับปรุงกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเพิ่มคำว่า “ยานพาหนะ” ในกลุ่มเป้าหมายที่ 2 เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับเปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด นอกเหนือจากระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
และ (3) ขยายวงเงินสินเชื่อต่อรายจากเดิมไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ต้องลงทุนสูงในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานหรือกิจการในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเงินลงทุนมากกว่าหลักเกณฑ์เดิม
รองโฆษกย้ำว่า การปรับปรุงครั้งนี้ ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท และกรอบงบฯชดเชย 1,350 ล้านบาทเดิม ไม่เป็นการสร้างภาระผูกพันเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า คณะกรรมการ ธพว. ได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นสนับสนุน โดยมองว่าจะช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว้างขึ้นประมาณ 1,700 ราย เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 68,700 ล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 27,680 อัตรา
ทั้งนี้ ภาครัฐจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการรับทราบโอกาสและประโยชน์จากโครงการ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ SMEs ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net