โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แพทย์เตือน ของใช้เครื่องหอมในบ้าน อันตรายมากที่สุด พบหลายบ้านมีเพียบ

News In Thailand

เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แพทย์เตือน ของใช้เครื่องหอมในบ้าน อันตรายมากที่สุด พบหลายบ้านมีเพียบ

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ดร.เปดี มิร์ดามาดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด จากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ที่มักออกมาให้คำแนะนำด้านสุขภาพผ่าน TikTok ได้ออกมาเตือนของถึงในภายในครัวเรือนชิ้นหนึ่ง ที่อาจเชื่อมโยงกับอาการคันตาหรืออาการภูมิแพ้ ในกรณีเลวร้ายที่สุดยังทำให้เกิดอาการหอบหืดรุนแรงด้วย

ซึ่งของที่ว่านั้นก็คือ "น้ำหอมปรับอากาศแบบเสียบปลั๊ก" ที่ผู้คนใช้กันโดยทั่วไปในสหรัฐฯ

ดร.เปดี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำนวนมาก มีสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่จะเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านการหายใจ ซึ่งอากาศที่เราหายใจเข้าไปก็คือวิธีการง่ายและเร็วที่สุดที่จะนำสารพิษเข้ามาสู่ร่างกายของเรา

หากคุณมีน้ำหอมปรับอากาศแบบเสียบปลั๊กใด ๆ ในบ้านหรือรถ ให้ปิดและโยนมันทิ้งไปซะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืด" ดร.เปดี กล่าว

ข้อมูลจาก Indoor Doctor พบว่ามีผลการศึกษาวิจัย พบว่ามีน้ำหอมปรับอากาศถึง 86% ที่มีสารพาทาเลต (phthalates) ซึ่งอาจขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และทำให้กิดปัญหาด้านการสืบพันธุ์ นอกจากนี้ น้ำหอมปรับอากาศทั่ว ๆ ไป ก็มักจะมีฟอร์มาลดีไฮด์ ที่เชื่อมโยงกับมะเร็งในจมูกและลำคอ รวมถึงมีสาร VOCs ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืดในเด็ก

ดร.เปดี ยังย้ำว่า ใครที่ยังใช้น้ำหอมปรับอากาศแบบนี้ ให้ทำเพื่อตัวเองและครอบครัวด้วยการโยนมันทิ้งไปซะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากภายในบ้านมีโรคหอบหืดหรือปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ พร้อมกันนั้น ดร.เปดี ยังแนะนำทางเลือกอื่น ๆ สำหรับแก้ปัญหากลิ่นในบ้าน คือให้หันมาใช้เครื่องพ่นน้ำมันหอมระเหยแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...