โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคาน้ำมัน” ร่วงหลุดระดับ 65 ดอลลาร์ หลังตลาดโลกเทขาย–ดอลลาร์แข็งค่ากดดันอุปสงค์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 03.55 น.

"ราคาน้ำมัน" ร่วงหลุดระดับ 65 ดอลลาร์ สะท้อนแรงเทขายในตลาดโลก สต็อกน้ำมันสหรัฐเพิ่ม 6.5 ล้านบาร์เรล หนุนแรงกดดันเพิ่ม ขณะ OPEC+ แม้เพิ่มกำลังผลิตแต่ยังไม่เพียงพอพยุงราคาในระยะสั้น

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันพุธ ท่ามกลางแรงเทขายในตลาดการเงินทั่วโลก สะท้อนความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และรายงานการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐยิ่งซ้ำเติมแรงกดดัน

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลง 36 เซนต์ หรือ 0.56% อยู่ที่ 64.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.66% อยู่ที่ 60.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทั้งสองสัญญาต่างต่อเนื่องจากการขาดทุนในวันอังคารที่ผ่านมา

การร่วงของราคาน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการปรับตัวลงทั่วตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียเปิดลดลงต่อจากตลาดวอลล์สตรีทเมื่อคืนก่อน เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่ามูลค่าหุ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อยู่ในระดับสูงเกินจริง

ความรู้สึกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off sentiment) ยังผลักดันให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ซึ่งทำให้น้ำมันที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อน้ำมันในตลาดโลก

Tony Sycamore นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า “ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง เนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดเปลี่ยนเป็นลบอย่างรุนแรง ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแข็งค่าขึ้น ทั้งสองปัจจัยจึงกดดันราคาน้ำมันพร้อมกัน”

นอกจากนี้ราคายังถูกกดดันจากข้อมูลของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 6.52 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้

ด้านอุปทานน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดราคา โดยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (OPEC+) มีมติเมื่อวันอาทิตย์ให้เพิ่มกำลังการผลิตอีก 137,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนธันวาคม พร้อมตัดสินใจหยุดการเพิ่มกำลังผลิตเพิ่มเติมในไตรมาสแรกของปี 2569

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จาก LSEG ระบุว่าการหยุดเพิ่มกำลังผลิตดังกล่าว ไม่น่าจะช่วยพยุงราคาน้ำมันในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมได้มากนัก

รายงานยังระบุว่า ในเดือนตุลาคม OPEC เองเพิ่มการผลิตเพียง 30,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการผลิตที่ลดลงในไนจีเรีย ลิเบีย และเวเนซุเอลา หักล้างกับการเพิ่มผลิตของประเทศอื่นในกลุ่ม

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...