“ราคาน้ำมัน” ร่วงหลุดระดับ 65 ดอลลาร์ หลังตลาดโลกเทขาย–ดอลลาร์แข็งค่ากดดันอุปสงค์
"ราคาน้ำมัน" ร่วงหลุดระดับ 65 ดอลลาร์ สะท้อนแรงเทขายในตลาดโลก สต็อกน้ำมันสหรัฐเพิ่ม 6.5 ล้านบาร์เรล หนุนแรงกดดันเพิ่ม ขณะ OPEC+ แม้เพิ่มกำลังผลิตแต่ยังไม่เพียงพอพยุงราคาในระยะสั้น
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันพุธ ท่ามกลางแรงเทขายในตลาดการเงินทั่วโลก สะท้อนความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และรายงานการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐยิ่งซ้ำเติมแรงกดดัน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลง 36 เซนต์ หรือ 0.56% อยู่ที่ 64.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.66% อยู่ที่ 60.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทั้งสองสัญญาต่างต่อเนื่องจากการขาดทุนในวันอังคารที่ผ่านมา
การร่วงของราคาน้ำมันเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการปรับตัวลงทั่วตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียเปิดลดลงต่อจากตลาดวอลล์สตรีทเมื่อคืนก่อน เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่ามูลค่าหุ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อยู่ในระดับสูงเกินจริง
ความรู้สึกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off sentiment) ยังผลักดันให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ซึ่งทำให้น้ำมันที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อน้ำมันในตลาดโลก
Tony Sycamore นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า “ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง เนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดเปลี่ยนเป็นลบอย่างรุนแรง ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแข็งค่าขึ้น ทั้งสองปัจจัยจึงกดดันราคาน้ำมันพร้อมกัน”
นอกจากนี้ราคายังถูกกดดันจากข้อมูลของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 6.52 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้
ด้านอุปทานน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดราคา โดยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (OPEC+) มีมติเมื่อวันอาทิตย์ให้เพิ่มกำลังการผลิตอีก 137,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนธันวาคม พร้อมตัดสินใจหยุดการเพิ่มกำลังผลิตเพิ่มเติมในไตรมาสแรกของปี 2569
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จาก LSEG ระบุว่าการหยุดเพิ่มกำลังผลิตดังกล่าว ไม่น่าจะช่วยพยุงราคาน้ำมันในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมได้มากนัก
รายงานยังระบุว่า ในเดือนตุลาคม OPEC เองเพิ่มการผลิตเพียง 30,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการผลิตที่ลดลงในไนจีเรีย ลิเบีย และเวเนซุเอลา หักล้างกับการเพิ่มผลิตของประเทศอื่นในกลุ่ม
อ้างอิง : reuters.com