โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ผบ.ตร.’ ยันคดีคลิปเสียงไม่ล่าช้า ย้ำสั่งจเรตำรวจฯ ตรวจสอบอย่างรอบคอบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 06.33 น.

'ผบ.ตร.' ยันคดีคลิปเสียงภาค 8 ไม่ล่าช้า ย้ำสั่งจเรตำรวจฯ ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ 'กำชับการทำงาน' หรือ 'เรียกรับผลประโยชน์มิชอบ' หากพบผิดจริงดำเนินการเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา

26 ธ.ค.2568- พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีคลิปเสียงสนทนาเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ว่า การดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ล่าช้าและยังอยู่ในกรอบเวลาตามขั้นตอนของต้นสังกัด พร้อมกำชับให้ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง กรณี พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้ออกมาเปิดใจถูกขบวนการดิสเครดิตกล่าวใช้เงิน30ล้านซื้อตำแหน่ง ตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชามีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดและผู้ถูกร้องเรียนย่อมมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจตามกระบวนการ

ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แล้ว แม้ผู้บังคับการจะยอมรับว่าเสียงในคลิปเป็นเสียงของตนเอง แต่สาระของบทสนทนาที่มีถ้อยคำลักษณะ “กูไม่ได้ มึงก็ไม่ได้ หรือระนาดกันหมด” จำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่า เป็นการพูดคุยในเชิงการมอบนโยบาย การกำชับการทำงาน หรือ เข้าข่ายการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจนจากพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่สามารถตัดสินจากคลิปเสียงเพียงส่วนเดียวได้

“ตำรวจในฐานะผู้บังคับบัญชา หากจะดำเนินการใด ๆ ต้องครบถ้วน รอบคอบ และอยู่บนหลักพยานหลักฐาน เมื่อผลสอบออกมาชัดเจน หากพบว่ามีความผิดจริง ก็พร้อมดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา ยืนยันว่าจะไม่เข้าข้างใครเด็ดขาด”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังชี้แจงถึงกระแสที่มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซ้อนในพื้นที่ภาค 8 ภายหลังจากก่อนหน้านี้มีกรณีซื้อขายตำแหน่ง และขณะนี้กลับมีประเด็นเรียกรับผลประโยชน์เข้ามาอีก ว่า เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่ ซึ่งมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นผู้กำกับดูแล และต้องเร่งรัดการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่เกิดความคลางแคลงใจในสังคม พร้อมย้ำว่า “ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ต้องให้ความเป็นธรรม” ทุกอย่างต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่มีเรื่องต้องกังวล และไม่มีการปกป้องผู้ใดทั้งสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...