โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นสหรัฐ” จ่อปิดปี 2568 ทำนิวไฮ นักลงทุนมองขาขึ้นต่อ รับแรงหนุนดอกเบี้ยขาลง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 03.32 น.

ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐเดินหน้าใกล้ระดับสูงสุดใหม่ ส่งท้ายปี 2568 อย่างแข็งแกร่ง แรงหมุนเวียนเงินลงทุนสู่กลุ่มการเงิน เฮลท์แคร์ และหุ้นขนาดเล็ก ผสานความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟด ค้ำแนวโน้มตลาดขาขึ้นในปี 2569

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนกำลังคาดหวังว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดฉากปี 2568 อย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์หน้า หลังดัชนีหุ้นยืนอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำลังเข้าใกล้หมุดหมายเชิงบวกใหม่ ๆ เพื่อปิดปีที่แข็งแกร่งอีกปีหนึ่ง

ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐมีแนวโน้มปิดเดือนธันวาคมในแดนบวก หลังตลาดสามารถฟื้นตัวจากความผันผวนช่วงต้นเดือน ซึ่งเกิดจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อวันพุธ ก่อนวันหยุดคริสต์มาสในวันพฤหัสบดี และอยู่ห่างจากระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกเพียงราว 1% โดยดัชนีอ้างอิงนี้กำลังจะทำสถิติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งจะเป็นสถิติการปรับขึ้นรายเดือนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560–2561

พอล โนลต์ ที่ปรึกษาการลงทุนอาวุโสและนักกลยุทธ์ตลาดจาก Murphy & Sylvest Wealth Management กล่าวว่า “โมเมนตัมยังอยู่ฝั่งกระทิงอย่างชัดเจน …หากไม่มีเหตุการณ์ภายนอกที่ไม่คาดฝัน เส้นทางที่มีแรงต้านน้อยที่สุดของตลาดหุ้น ผมมองว่ายังเป็นขาขึ้น”

รายงานการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาในสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงจากวันหยุด ขณะเดียวกัน การปรับพอร์ตปลายปีอาจสร้างความผันผวนในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายเบาบาง ซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ดูรุนแรงกว่าปกติ

เมื่อมองไปสู่ปีใหม่ นักลงทุนให้ความสำคัญอย่างมากกับจังหวะที่เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีภารกิจควบคุมเงินเฟ้อและสนับสนุนการจ้างงานเต็มศักยภาพ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 0.75% จากการประชุมสามครั้งล่าสุดในปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 3.50%–3.75%

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเฟดในการประชุมวันที่ 9-10 ธันวาคม ที่ปรับลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% เป็นไปอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ และกรรมการยังมีมุมมองที่แตกต่างกันมากเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในปีหน้า โดยรายงานการประชุมซึ่งจะเผยแพร่ในวันอังคารสัปดาห์หน้า อาจช่วย “เปิดเผยให้เห็นเหตุผลและข้อถกเถียงบนโต๊ะประชุมได้มากขึ้น” ไมเคิล เรย์โนลด์ส รองประธานฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ Glenmede กล่าว

“การประเมินว่าปีหน้าจะมีการลดดอกเบี้ยกี่ครั้ง เป็นประเด็นใหญ่ที่ตลาดให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้” เรย์โนลด์สกล่าว “สัปดาห์หน้าเราน่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย”

นักลงทุนยังจับตาการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่ แทนเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม โดยสัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลต่อตลาดในสัปดาห์หน้า

ขณะที่เหลือเวลาเพียงไม่กี่วันทำการก่อนสิ้นปี 2568 ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นเกือบ 18% ตลอดทั้งปี ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี เพิ่มขึ้นราว 22%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดกระทิงที่ยืดเยื้อมากว่าสามปี กลับเผชิญแรงกดดันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มอื่น ๆ ทำผลงานโดดเด่น แม้จะฟื้นตัวในสัปดาห์นี้ แต่ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีของ S&P 500 ลดลงมากกว่า 3% นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มการเงิน กลุ่มขนส่ง กลุ่มเฮลท์แคร์ และหุ้นขนาดเล็ก ต่างปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการหมุนเวียนการลงทุนไปยังกลุ่มที่มีระดับมูลค่า (valuation) ไม่สูงเกินไป แอนโทนี ซากลิมเบเน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจาก Ameriprise Financial กล่าว

“นักลงทุนจำนวนมากขึ้นกำลังเชื่อในเรื่องราวที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในฐานะที่แข็งแกร่งพอสมควร” ซากลิมเบเนกล่าว “และสามารถฝ่าฟันอุปสรรคหลายอย่างในปีนี้มาได้ ซึ่งอาจไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ในปีหน้าอีกต่อไป”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...