โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

YLG ชี้ ทองคำ ปี 2568 ร้อนแรงสุดในประวัติศาสตร์ ทำ New High กว่า 50 ครั้ง ปีหน้าลุ้นแตะ 4,900 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

YLG สรุปภาพรวมทองคำปี 2568 ราคาพุ่งกว่า 70% ทะลุ 4,500 ดอลลาร์ รับแรงหนุนดอกเบี้ยขาลง–ธนาคารกลางซื้อทอง พร้อมให้เป้าปี 2569 สูงสุด 4,900 ดอลลาร์

26 ธันวาคม 2568 - วายแอลจีชี้ เปิดสถิติทองคำปี 2568 เป็นปีแห่งความประทับใจที่สุดของนักลงทุนทองคำ ตลอดทั้งปีราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 70% พุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำ New High ไปกว่า 50 ครั้ง

เปิดปัจจัยขับเคลื่อนทองคำยังคงแข็งแกร่งในปีนี้ไปสู่ปีหน้าจาก 4 ด้าน ทั้งดอกเบี้ยขาลงจากเศรษฐกิจที่ชะลอ การเข้าซื้อของธนาคารกลางอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางกระแส De-dollarization ลอสำรองดอลลาร์ เพิ่มสำรองทองคำต่อเนื่อง และการเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์

วายแอลจี ให้เป้าหมายทองคำปีหน้าที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ ชี้แม้ราคาจะทรงตัวสูงแต่จากปีที่ผ่านมาจะมีจังหวะย่อลงมารับเสมอ แนะติดตามข่าวสารใกล้ชิดและหาจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสม ส่วนมือใหม่แนะนำเทรดด้วย YLG Get Gold ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 100 บาท

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีที่สุดในการลงทุนทองคำ หากนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทองคำอย่างใกล้ชิดจะสามารถหาจังหวะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แม้ว่าเทรนด์ทั้งปีที่ผ่านมาทองคำจะเป็นขาขึ้นแต่ก็มีจังหวะย่อต่อเพื่อให้ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออยู่หลายครั้

หากพิจารณาจากข้อมูลพบว่าต้นปี 2568 ที่ผ่านมาราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ระดับสูงเกินไปแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่ต่อไปอีกหลายครั้ง

โดยมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่สำคัญๆในช่วงปี 2568 ดังนี้

  • ม.ค. 2568 ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ
  • เม.ย. 2568 ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศทะลุ 50,000 บาททำ บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำทำ New High ไปแล้ว 19 ครั้งในช่วง 4 เดือนแรก
  • ต.ค. 2568 ราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือไปอยู่ประมาณ 61,000 บาทต่อบาททองคำ ทำ New High สะสมรวมกว่า 40 ครั้งใน 10 เดือน
  • ธ.ค. 2568 (ณ วันที่ 26 ธ.ค.) ราคาทองคำยังพุ่งแรงส่งท้ายปีไปแตะที่ 4,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นประมาณ 66,200 บาทต่อบาททองคำ รวมทั้งปีทำ New High สะสมรวมกว่า 50 ครั้งในปีเดียว มากกว่าปี 2567 ที่ทั้งปีทำ New High เกือบ 40 ครั้ง

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีแบบที่เรียกได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ มาจากปัจจัยหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

  • ประเด็นดอกเบี้ยขาลงที่มีความชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง
  • การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงหลายด้านทั้งด้านความมั่นคงและรองรับ "De-dollarization" (การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์)
  • การโยกเงินจากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง
  • การเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

จากปัจจัยทั้งหมดที่เป็นตัวผลักดันให้ทองคำทยานสู่เป้าหมายใหม่อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมานี้ จะยังขับเคลื่อนให้ทองคำในปี 2569 พุ่งสู่เป้าหมายใหม่ที่ต้องจับตามองอีกหนึ่งปี โดยในปี 2569 YLG ให้ราคาเป้าหมายทองคำไว้ที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาท 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

อย่างไรก็ดีแม้ราคาทองคำจะร้อนแรงมากอย่างต่อเนื่องแต่อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้นคือ หากนักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะพบว่าทองคำมีจังหวะย่อตัวเพื่อให้นักลงทุนเข้าไปเก็บเสมอ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...