“กรณ์” จี้ ก.ล.ต. เร่งเอาผิดสแกมเมอร์-ฟอกเงิน ชี้กระบวนการล่าช้าเกินไป
“กรณ์” จี้ ก.ล.ต. เร่งเอาผิดสแกมเมอร์-ฟอกเงิน ชี้กระบวนการล่าช้าเกินไป ย้ำ“ประชาธิปัตย์” ชูปราบคอร์รัปชันเป็นวาระหลัก หากได้เป็นรัฐบาล ชี้เลือกตั้งคือโอกาสเปลี่ยนว่าไทยพอกับการทุจริต
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 68 ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึง ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามขบวนการฟอกเงินผ่านตลาดทุนและตลาดหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และพบหลักฐานจำนวนมาก ซึ่งได้เคยนำส่งให้ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ ก.ล.ต. ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการอายัดทรัพย์และขยายผลการสืบสวนเพิ่มเติม
นายกรณ์ เผยว่า จากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวอีกจำนวนมาก โดยย้ำว่ากลุ่มต่างชาติไม่สามารถเข้ามาฟอกเงินในตลาดหุ้นไทยได้ หากไม่มีคนไทยเกี่ยวข้องหรือให้ความร่วมมือ ดังนั้น หน้าที่ของ ก.ล.ต. คือการตรวจสอบให้ถึงทุกกรณี ทุกบัญชี เพื่อกวาดล้างกระบวนการฟอกเงินออกจากตลาดทุนไทยอย่างเด็ดขาด
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ตนเองเติบโตมาในแวดวงตลาดหุ้น และมีประสบการณ์ด้านการลงทุนก่อนเข้าสู่การเมือง จึงตระหนักถึงความสำคัญของตลาดทุนต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนจำนวนมากที่ลงทุนระยะยาว เมื่อความน่าเชื่อถือของตลาดถูกบ่อนทำลายจากการนำตลาดหุ้นไทยไปใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน ย่อมส่งผลให้ประเทศสูญเสียมูลค่าและรายได้จำนวนมาก โดยชี้ว่า มูลค่าตลาดหลักทรัพย์หลังฟื้นตัวจากโควิดเคยสูงถึงราว 20 ล้านล้านบาท ก่อนลดลงต่ำสุดประมาณ 14 ล้านล้านบาท และปัจจุบันอยู่ที่ราว 16 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายถึงมูลค่าที่หายไปประมาณ 4 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาการฟอกเงินในตลาดทุน
นายกรณ์ ย้ำว่า พรรคพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการสืบสวนข้อเท็จจริงและกวาดล้างผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังตามหลักฐานที่ปรากฏ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงที่ผ่านมา ยังพบพฤติกรรมการขายหุ้นของกลุ่มที่เชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลที่พรรคต้องเร่งรัดให้ทั้ง ปปง. และ ก.ล.ต. ดำเนินการโดยเร็ว มิฉะนั้น เงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนอาจถูกถอนออกจากตลาดไปก่อนที่การสืบสวนจะแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังเรียกร้องให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบพฤติกรรมของบริษัท ผู้บริหาร และคณะกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ้นบางตัวอย่างรอบด้าน แม้บางบริษัทจะออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าเป็นเพียงการใช้ข่าวหุ้นและไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทโดยตรง แต่เห็นว่าจำเป็นต้องตรวจสอบตามข้อเท็จจริง เนื่องจากหลักฐานที่มีพบพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มฟอกเงิน
นายกรณ์ เผยว่า การเข้าหารือในวันนี้เป็นการนำหลักฐานเพิ่มเติมมาพูดคุยกับ ก.ล.ต. และต้องการเห็นการเร่งรัดดำเนินการ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในเจตนารมณ์ของ ก.ล.ต. หลังมีการประกาศอย่างเป็นทางการถึงความจริงจังในการจัดการขบวนการสแกมเมอร์และการถือครองหุ้นที่ผิดปกติออกจากตลาดทุนไทย ขบวนการเหล่านี้ทำงานรวดเร็วและมีแรงจูงใจสูง หน่วยงานรัฐจึงไม่สามารถล่าช้าได้ เพราะหากช้า ผู้ถือหุ้นจะเสียประโยชน์ บริษัทที่ต้องการระดมทุนด้วยต้นทุนต่ำจะได้รับผลกระทบ และท้ายที่สุดจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้
เมื่อถามว่าที่สแกมเมอร์นั้นเร็วมากแต่ด้วยวิธีการทำงานและหน่วยงานของเรานั้นขั้นตอนการแก้ปัญหาจะต้องทำอย่างไร นายกรณ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าอยู่ที่เจตนาตั้งใจทัศนคติในการทำงานมิได้สองแบบคือทำแบบกล้า ๆ กลัว ๆ และ ต้องหาทุกช่องทางในการเข้าถึงความจริงและเอาผิดกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว ตนไม่แน่ใจว่าอยู่ในจุดไหนแต่ผลลัพธ์ที่เห็นนั้นตามจริงคือช้าเกินไปในสายตาของตนซึ่งตระหนักว่าข้อจำกัดนั้นมีแต่ก็เป็นหน้าที่ของตนและพรรคประชาธิปัตย์ที่อยากจะเห็นระบบการเงินใสสะอาดรื้อฟื้นความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่ควรจะมีกับระบบเศรษฐกิจของไทย ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะมาเร่งขันนอตและให้มีความกล้าหาญในการทำหน้าที่ตามอำนาจกฎหมาย
ส่วนหลักฐานที่จะนำมายื่นเพิ่มเติมนั้นจะเชื่อมโยงถึงผู้กระทำผิดได้โดยหรือไม่นั้น นายกรณ์ มองว่า จะเชื่อมโยงให้หน่วยงานตรวจสอบเพิ่มเติมทุกกรณีตนไม่เคยสรุปว่าใครผิดใครถูก เพราะไม่ใช่หน้าที่ตน แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานมาตั้งแต่อายุ 21 ปีนั้นดูก็รู้ว่าใครที่อยู่ในวงการหลักทรัพย์ก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จากหลักฐานที่มีดูแล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่าเจตนาแอบแฝงแท้จริงนั้นของหลายๆธุรกรรมในการจัดจัดตั้งบริษัทคืออะไร ซึ่งผู้ที่มีอำนาจในการชี้ถูกชี้ผิดอยู่ที่ ก.ล.ต. แต่ตนมั่นใจว่ามีพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายเอื้อต่อกลุ่มฟอกเงิน ซึ่งตนมีข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้สืบค้นมา บางส่วนอาจจะสืบสวนอยู่แล้วก็เดี๋ยวต้องมาแลกเปลี่ยนกัน
ส่วนการเดินทางมาวันนี้ในนามพรรคประชาธิปัตย์รวมถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ประกาศว่าไม่ร่วมกับพรรคการเมืองที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แสดงว่าปัญหานี้จะเป็นเรื่องหลักที่พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าหากได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า แน่นอน เพราะตนและประชาชน รู้สึกว่าปัญหาหลักของบ้านเมืองคืออะไร ก็คือการทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่าจะเป็นการทุจริตการโกงเงินงบประมาณจากประชาชนในรูปแบบใดก็ตาม ปัญหาหลักคือเรื่องคอร์รัปชัน เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนได้ขีดเส้นว่าพอกับการคอร์รัปชันและต้องเลือกเส้นทางใหม่ ไม่ให้เอาแนวทางเก่ามาเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจของประชาชน สิ่งที่ควรจะเลือกคือ เลือกที่จะมีสังคมประเทศและวงการการเมืองที่ปลอดจากการทุจริต ซึ่งนั้นเป็นจุดยืนของพรรคที่ได้แสดงออก และสะท้อนเจตนาพรรคว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นแน่นอน แต่องค์ประกอบสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ต้องสู้กับการทุจริต
ส่วนจะยื่นในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ตนมองว่าสิ่งที่นำมาในวันนี้เป็นหน้าที่โดยตรงของ ก.ล.ต. ส่วนที่เกี่ยวกับหน่วยงานอื่นก็จะยื่นหน่วยงานอื่นแต่จะมุ่งเน้นไปเรื่องธุรกรรมการซื้อขายหุ้นและถือครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยบริษัทที่จะคุยในตลาดหลักทรัพย์