โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองคำ-เงิน-แพลทินัม” พุ่งทำสถิติใหม่ รับภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด-ดอลลาร์อ่อนค่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 04.11 น.

"ทองคำ-เงิน-แพลทินัม" พุ่งทำสถิติใหม่ จากแรงหนุนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และกระแสเงินลงทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 10.14 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำและเงินพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแรงตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ช่วยต่อยอดการปรับขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ของโลหะมีค่า ขณะที่แพลทินัมก็ทำสถิติใหม่เช่นกัน

ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับขึ้นได้สูงสุดราว 1.2% แตะระดับเหนือ 4,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ความตึงเครียดในเวเนซุเอลา ซึ่งสหรัฐได้ปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันและเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของนิโกลัส มาดูโร ได้หนุนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ในแอฟริกา สหรัฐยังได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทรงพลังและร้ายแรงต่อกลุ่มก่อการร้ายในไนจีเรีย ตามการโพสต์บนโซเชียลมีเดียของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี

ด้านราคาเงินสปอตส่งมอบทันทีปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5 พุ่งได้สูงสุด 4.6% ทะลุระดับ 75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรก แรงหนุนสำคัญมาจากกระแสเงินเก็งกำไร และปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานในศูนย์ซื้อขายหลัก หลังเกิดเหตุชอร์ตสควีซครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ ปรับลดลง 0.8% ในสัปดาห์นี้ นับเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่ามักเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำและเงิน

นับตั้งแต่ต้นปี ราคาทองคำปรับขึ้นราว 70% และราคาเงินพุ่งขึ้นกว่า 150% โดยทั้งสองมีแนวโน้มทำผลงานรายปีดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 การพุ่งแรงดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลาง การไหลเข้าของเงินทุนสู่กองทุน ETF และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ Federal Reserve ติดต่อกัน 3 ครั้งในปีนี้ ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงเป็นแรงส่งต่อโลหะมีค่า ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และนักลงทุนยังคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2026

การเคลื่อนไหวเชิงรุกของทรัมป์ในการปรับโครงสร้างการค้าโลก รวมถึงการส่งสัญญาณกดดันความเป็นอิสระของเฟด ได้เพิ่มแรงส่งให้กับการปรับขึ้นของราคาในช่วงต้นปี ความต้องการของนักลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากแนวคิด debasement trade หรือการป้องกันการด้อยค่าของเงิน หลังความกังวลเรื่องภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลและสกุลเงินที่ออกโดยรัฐ

ความแข็งแกร่งของทองคำยังสะท้อนจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังราคาถอยลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 4,381 ดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม ซึ่งในเวลานั้นตลาดมองว่าการปรับขึ้นร้อนแรงเกินไป แรงซื้อจากกองทุน ETF เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการพุ่งขึ้นรอบล่าสุด โดยปริมาณการถือครองใน SPDR Gold Trust ของ State Street Corp. ซึ่งเป็นกองทุน ETF โลหะมีค่าที่ใหญ่ที่สุด เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในปีนี้

ด้านราคาเงิน การปรับขึ้นถือว่ายิ่งใหญ่กว่าทองคำเสียอีก คลังเก็บเงินในลอนดอนมีเงินไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เหตุชอร์ตสควีซในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ดี เงินที่พร้อมส่งมอบส่วนใหญ่ของโลกยังคงอยู่ในนิวยอร์ก ขณะที่นักลงทุนรอผลการสอบสวนของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ว่าการนำเข้าแร่สำคัญกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติหรือไม่ ซึ่งการทบทวนดังกล่าวอาจเปิดทางให้มีการตั้งกำแพงภาษีหรือมาตรการจำกัดการค้าเพิ่มเติมต่อโลหะชนิดนี้

ด้วยเหตุผลคล้ายกัน แพลทินัมจึงปรับตัวแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนนี้เพียงเดือนเดียว ราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 40% แพลทินัมซื้อขายในวันศุกร์ที่ระดับเหนือ 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Bloomberg เริ่มรวบรวมข้อมูลในปี 1987 นอกจากอุปสงค์ทางกายภาพที่แข็งแกร่งแล้ว อุปทานโลกของโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องประดับยังมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากปัญหาการหยุดชะงักในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่

ณ เวลา 11.05 น. ตามเวลาในสิงคโปร์ ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.6% อยู่ที่ 4,504.19 ดอลลาร์ ราคาเงินปรับขึ้น 4% สู่ 74.73 ดอลลาร์ แพลทินัมพุ่ง 6.5% แตะ 2,403.17 ดอลลาร์ ขณะที่แพลเลเดียมปรับขึ้น 4.5%

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...