โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Bitazza จับมือ B2C2 ขยายอาณาจักรสินทรัพย์ดิจิทัลสู่ภูมิภาค หลังไทยขึ้นแท่นตลาดคริปโตฯ ดาวรุ่ง

Thairath Money

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 06.35 น.
ภาพไฮไลต์

“ประเทศไทยคือตลาดที่เติบโตดี ผู้คนให้การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล และทางหน่วยงานกำกับดูแลก็ปรับตัวอย่างรวดเร็ว”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้การยอมรับและเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ๆ ตามคำกล่าวของ David Rogers ซีอีโอของ B2C2 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกข้างต้นที่ได้ระบุไว้ระหว่างประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Bitazza Thailand โบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัลของไทยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจาก ก.ล.ต.

การ Adoption นี้ของตลาดในไทยส่งผลให้ธุรกิจของ Bitazza Thailand สามารถขยายออกไปได้เช่นกัน โดยเมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Bitazza เพิ่งประกาศก้าวสำคัญ ครบรอบ 6 ปีที่ให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญ พร้อมเผยแผนต่อไปของบริษัทที่จะมุ่งขยายออกไปในระดับภูมิภาคอาเซียน ผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ และรวมถึงการประกาศความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก

เส้นทาง Bitazza ตลอด 6 ปี

ย้อนกลับไปในปี 2018 ที่ Bitazza ก่อตั้งขึ้นมา ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset Broker จากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นรายที่ 2 ของประเทศไทยในเดือนธันวาคม ปี 2019

โดยมีวิสัยทัศน์หลักคือการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อประเทศไทยที่จะสามารถเชื่อมโยงระบบการเงินดั้งเดิมเข้ากับเศรษฐกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา Bitazza ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทย

ธนวัต สุตันติวรคุณ ซีอีโอของ Bitazza Thailand

ธนวัต สุตันติวรคุณ ซีอีโอของ Bitazza Thailand กล่าวว่า “จากจุดเริ่มต้นที่มีคู่เทรดเพียง 5 คู่ ปัจจุบัน Bitazza มีกว่า 120 คู่เทรด มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันรวม 4.5 ล้านครั้ง และมีปริมาณการซื้อขายสะสม (Total Trading Volume) ตั้งแต่ปี 2019 ถึงปี 2024 กว่า 500,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2024 เพียงปีเดียว มีปริมาณการซื้อขายกว่า 160,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) กว่า 130%”

หากย้อนกลับไปตั้งแต่ได้รับใบอนุญาต พัฒนาการทางธุรกิจและระบบนิเวศในแต่ละปีของ Bitazza ได้นำเสนอนวัตกรรมและบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • ปี 2020: เน้นการสร้างชุมชน (Community) เพื่อขยายฐานการใช้งาน และโปรแกรมแนะนำเพื่อน
  • ปี 2021: เปิดตัวระบบ Crypto Payment ให้ร้านค้ากว่า 300 แห่งรับชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล (อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ได้ปิดตัวไปแล้ว เพื่อปรับบริการให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลของไทย)
  • ปี 2022: ขยายสู่ระดับสากล (Global Expansion) เปิดตัว Bitazza Global และเปิดตัวบัตร Freedom Card ร่วมกับ Visa เพื่อเดินหน้าสร้างระบบนิเวศให้แข็งแกร่งขึ้น
  • ปี 2023: ร่วมงาน Blockchain Thailand Week และนำระบบ Gamification มาใช้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม
  • ปี 2024: รีแบรนด์โทเคน BTZ Token เป็น Freedom Token (FDM) พร้อมขยายบริการด้านอื่นผ่าน Freedom World
  • ปี 2025: สร้างพันธมิตรระดับโลก อาทิการจับมือกับ Tether ผู้ให้บริการ USDC, WorldCoin, Ledger และล่าสุดเผยความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ B2C2 เพื่อยกระดับความปลอดภัยและบริการ

จับมือพาร์ทเนอร์ วางทิศทางในอนาคต

เมื่อวันอังคารที่ 11 ที่ผ่านมา Bitazza ได้ประกาศอีกความร่วมมือสำคัญ คือ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ B2C2 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) รายใหญ่ระดับโลกที่มีบริษัท SBI จากญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่ 90%

ภายใต้ความร่วมมือนี้ B2C2 จะเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่องหลักแก่ Bitazza Thailand พร้อมร่วมดำเนินโครงการพัฒนาธุรกิจและการเติบโตในหลายด้าน โดย B2C2 ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่องแบบ Wholesale และใช้รูปแบบ Principal Market Maker คือการใช้เงินทุนของตนเองในการรับความเสี่ยงและเสนอราคา (OTC Trading) ซึ่งต่างจากระบบ Centralized Exchange ทั่วไป ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ Bitazza มีสภาพคล่องที่มั่นคง ลดความผันผวนของราคา และมีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากไม่ได้พึ่งพาการกู้ยืม (Leverage)

นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ Bitazza Thailand สามารถขยายบริการในตลาดสถาบันได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านบริการสภาพคล่องระดับ Wholesale การจัดการด้านเครดิต และการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการในอนาคต

David Rogers กล่าวด้วยว่า “B2C2 เล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทยที่มีอัตราการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลสูงเมื่อเทียบกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รวมถึงความชัดเจนด้านกฎระเบียบของไทยที่ก้าวหน้ากว่าหลายประเทศ”

“การจับมือกันครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างเงินทุนและเทคโนโลยีสภาพคล่องของ B2C2 เข้ากับฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญในการบริหารงานของบิทาซซ่า เพื่อยกระดับราคาซื้อขายให้ดีขึ้นสำหรับทั้งลูกค้ารายย่อยและสถาบัน รวมไปถึงแผนการขยายธุรกิจร่วมกันไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต” David Rogers กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Bitazza จับมือ B2C2 ขยายอาณาจักรสินทรัพย์ดิจิทัลสู่ภูมิภาค หลังไทยขึ้นแท่นตลาดคริปโตฯ ดาวรุ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...