“วี วิโอเลต” รับเสียใจ โกรธตัวเองที่ไม่ยอมร้องสด ปมดราม่าพิธีเปิดซีเกมส์ 33 เผยได้รับคำขอโทษแล้ว
“วี วิโอเลต” รับเสียใจ โกรธตัวเองที่ไม่ยอมร้องสด ปมดราม่าพิธีเปิดซีเกมส์ 33 เผยได้รับคำขอโทษแล้ว
กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสำหรับพิธีเปิดซีเกมส์ 2025 เมื่อ วี วิโอเลต วอเทียร์ ออกมาโพสต์เคลื่อนไหวหลังถูกวิจารณ์เรื่องโชว์ร้องสดในพิธีเปิด ซีเกมส์ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเจ้าตัวปล่อยคลิปเสียงร้องสด พร้อมข้อความย้ำว่าเธอ “เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม” และขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ไม่ขาดสาย ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องที่เกิดว่า
เรื่องซีเกมส์ถามว่ากระทบกับเรายังไง? “ก็คือแว๊บแรกตกใจว่ายังไง รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น และด้วยความสามารถของเรา ด้วยเทคนิคมันไม่ควรจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น ถ้าเราใช้ความสามารถเราจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้เลย แว๊บแรกเสียใจมาก แต่แว๊บที่สองก็มานั่งคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมันเกิดไปแล้ว เราทำอะไรได้บ้าง โฟกัสอะไรดี และเราเห็นว่าทุกคนออกมาซัพพอร์ตเรามากๆ ก็ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆ ก็เลยข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นไปเลย และโฟกัสกับสิ่งที่ดีดีกว่า”
รู้ตัวว่าเกิดข้อผิดพลาดตอนไหน? “ตอนลงมาแล้วค่ะ คือบนเวทีก็มั่นมาก เชื่อว่าฉันซิงค์เนียนมาก (หัวเราะ) แต่ด้วยความที่เป็นศิลปิน การซิงค์มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะออกมายอมรับเท่าไหร่ แต่พอมันเกิดสิ่งนี้ขึ้นเราก็อยากปกป้องตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น และตอนอยู่บนเวทีเราก็ได้ยินแต่เสียงที่มันอัดมาแล้ว เป็นดนตรีกับเสียงที่อัดมาแล้ว เราไม่ได้ยินเสียงตัวเองสดเลย และในราชมังฯ ก็ไม่ได้เปิดเสียงสดออกมาเลย เราก็เลยคิดว่าซิงค์อยู่ เราก็ร้องซิงค์ไป ไม่ได้ตั้งใจร้องด้วย ก็บ้อๆ แบ้ๆ ออกไป งับให้คำตรงพอ แล้วพอลงมาแล้วถึงมาย้อนดูว่าเป็นยังไงบ้าง ถึงได้ยินว่าเขาเปิดไมค์สำหรับไลฟ์สตรีมแค่นั้น ก็เลยตกใจ”… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10062889
เป็นการตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะซิงค์ใช่มั้ย? “ใช่ค่ะ เพราะมันเป็นงานใหญ่ และเขาก็รู้สึกว่าเพื่อความชัวร์สุด ด้วยเทคนิคหลายๆ อย่าง เขาก็เลยขอความร่วมมือซิงค์”
แต่เราดูดิ่งมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น? “ก็ไม่นะ ดูดิ่งมากเลยเหรอ (ยิ้ม) วีว่ามันเป็นรีแอคแรก และเราโกรธตัวเองมากกว่า ว่าทำไมเราไม่ร้องสดไปเลย อย่างน้อยถ้ามันออกมาไม่ได้มันก็เป็นความสามารถของเรา แต่อันนี้มันไม่ใช่แพลนของเราตั้งแต่แรก พอสุดท้ายเราก็ให้เกียรติถ้าเป็นไปตามนี้เราก็ยอมซิงค์”
มีการชี้แจงมั้ยว่าผิดพลาดในขั้นตอนไหน? “เขาได้ชี้แจงค่ะ แต่หนูว่าข้ามไปเลย หนูไม่ได้อยากมาหาคนผิดแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดไปแล้ว และเราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เรื่องหลังบ้านก็ให้หลังบ้านเขาคุยกัน ส่วนเราก็กลับมาโฟกัสตัวเอง โฟกัสใจเราดีกว่า และก็งงมากกว่าสตรองเหมือนกันเนอะ (ยิ้ม) เซอร์ไพรส์ตัวเองเหมือนกัน วันต่อมาเล่นมุขได้แล้ว ก็กลับมาดูแลตัวเองดีกว่า และขอบคุณทุกๆ กำลังใจมากๆ เลย ทั้งวงการเพลงลุกขึ้นมาปกป้องเรา เหมือนสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดไปแล้วแน่ๆ แหละ ก็อยู่ที่เราว่าเราจะมองฝั่งไหน ถ้าเราไปมองแต่ตรงนั้น วีว่าวีคงเฮิร์ตหนักมากเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่าเพื่อเซฟตัวเองมั้ง มองข้ามและมองสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นดีกว่า วีรู้สึกว่าวีได้รับความรัก ได้รับกำลังใจจากทุกๆ เยอะมากๆ เลยค่ะ
มีร้องไห้บ้างมั้ย? “มีร้อง มันเป็นไปไม่ได้หรอกว่าจะไม่ร้อง”
เราเป็นนักร้องประกวดที่ร้องสดมาตลอดด้วย? “ก็ขนลุกนิดนึงพอเห็นสิ่งนี้ แต่วีว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากให้เกิดขึ้น ทางคนจัดเองเขาก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นค่ะ”
จะมีวิธีรับมือยังไงกับสิ่งนี้อีก? “วีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันเป็นเหมือนไม่ใช่แค่บทเรียนให้กับวีด้วยนะ แต่เป็นบทเรียนให้กับทุกๆ คนในสายงานอาชีพนี้เลย วีว่ามันเป็นการเรียนรู้ สำหรับวีในอนาคตรู้เลยว่าในครั้งนี้วีไปในฐานะแขกรับเชิญ เพราะทีมที่ไปก็ไม่ใช่ทีมวีทั้งหมด มีประกบแค่วีคนเดียว ที่เหลือไม่ใช่ทีมของเราเลย อนาคตเราก็เลยรู้แล้วว่าแม้เราจะไปเป็นแค่แขกรับเชิญ เราก็คงเอาทีมเราไปให้หมด เพื่อช่วยกันดีกว่า เพื่อเซฟตัวเองและแว๊บแรกเราก็เกรงใจเขานะ เราก็อยู่ในส่วนของเรา แต่ก็รู้สึกว่าอาจจะต้องมีคนที่นั่งในตำแหน่งของเราบ้าง ไม่ใช่ว่าจะไปกันเยอะหรือไปเกะกะใคร แต่แค่เพื่อเซฟตัวเราเอง สำหรับคนอื่นๆ วีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบทเรียนมันจะเป็นยังไงบ้าง และเสียดายที่ไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง”
หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเป็นยังไงบ้าง? “ก็รู้สึกแข็งแรงมากขึ้น แข็งแรงตั้งแต่แรกด้วย วีว่าลึกๆ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็มีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ เราก็รู้สึกดีกับกำลังใจของทุกคนมากๆ และรู้สึกขอบคุณตัวเอง เธอเก่งมาก เธอร้องไห้แค่กี่ทีเอง ก็รู้สึกโอเค”.