โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

2026 เลือกตั้ง เลือกอนาคต สุรนันทน์-สรกล วิเคราะห์ศึก แดง ส้ม น้ำเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 06.01 น.

คอลัมน์ : Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต

เลือกตั้ง 2569 เป็นการเลือกตั้งที่ชี้อนาคตประเทศ

เพราะเป็นครั้งแรกที่ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไม่มี “อำนาจ” ของ “วุฒิสภา” เข้ามาเกี่ยวข้องในการเลือกนายกรัฐมนตรี หมดยุคการดูแลช่วง “เปลี่ยนผ่าน”

ดังนั้น การเลือกตั้งรอบนี้ อาจเป็นครั้งแรกที่จะได้นายกฯ ตามเสียงของประชาชน เข้ามาจัดการปัญหาทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม

ในงานเปิดตัวโครงการ MATICHON Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ” อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ “สรกล อดุลยานนท์” คอลัมนิสต์ มติชนสุดสัปดาห์ และประชาชาติธุรกิจ วิเคราะห์ฉากทัศน์การเมือง ในหัวข้อ “มองเกมเลือกตั้ง 2569” อ่านความพร้อมของพรรคการเมืองตัวแปร-สมการจับขั้วการเมือง และปัจจัยกระแส กระสุน

ภท.พร้อมที่สุด

“สุรนันทน์ เวชชาชีวะ” อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ติดตามการเลือกตั้งมาตั้งแต่เด็ก และเป็นคนที่เข้าไปคลุกวงในการเมืองในตึกไทยคู่ฟ้ามาแล้วในรัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนตามการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ยากที่จะตัดสินว่าใครพร้อมหรือไม่พร้อม เดิมที่เราคิดว่าพรรคประชาชนพร้อมที่สุด มีความคงเส้นคงวามาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ประเทศกัมพูชา แต่เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ เราเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยดูพร้อมกว่า ตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากท่วงท่าของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่พูดมาตลอดว่าจะยุบสภา

“และเคยฟันธงไปแล้วว่า คุณอนุทินจะยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม เพราะคิดว่าอย่างไรก็ต้องมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อมีการเปิดประชุมสมัยสามัญประจำปี แต่พอมีเรื่องรัฐธรรมนูญก็กลายเป็นข้ออ้าง”

“และมองจากพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งที่ยาวมาก มีทั้งผลงานและเหตุผลของการยุบสภา รวมถึงนโยบายในการหาเสียงในอนาคตด้วย น่าจะมีการเตรียมการมาแล้วอย่างน้อยที่สุดหนึ่งสัปดาห์ และคุณอนุทินก็พูดเองว่าร่างมาแล้ว แค่เปลี่ยนวันที่เอา”

“สุรนันทน์” จึงมองว่า พรรคที่พร้อมที่สุดในการเลือกตั้งคือพรรคภูมิใจไทย ถัดมาคือพรรคประชาชน แม้อาจจะมีปัญหาเรื่องของผู้สมัคร ส่วนพรรคที่พร้อมอีกพรรค คือพรรคพี่พรรคน้องของพรรคภูมิใจไทยอย่างพรรคกล้าธรรม เพราะมี สส.เก่าเข้าไปอยู่ด้วยเช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคที่ยังไม่พร้อมคือพรรคที่เหลือ

“สรกล” เห็นด้วยกับ “สุรนันทน์” โดยมองว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่สุด แต่การเมืองไทยมองวันนี้แล้วสรุปเลยก็ไม่ได้ ดูได้จากกระแสช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่จนถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระแสก็พลิกไปพลิกมา แต่จังหวะนี้เป็นจังหวะที่คุณอนุทิน อยู่ในจุดพีกที่สุดจึงยุบสภา เพราะเกิดสถานการณ์ชายแดน และในช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่คุณอนุทินสื่อสาร เขาไม่ได้สื่อสารกับทรัมป์ แต่เขาสื่อสารกับคนในประเทศ การเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งที่ยืนหยัดสู้กับทรัมป์ได้ ถือเป็นภาพเชิงบวก

“พอมองเรื่องความพร้อม พรรคภูมิใจไทยพร้อมมาก แต่ก็ต้องดูว่า 2 เดือนต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ดูอย่างตอนการเลือกตั้งปี’66 พรรคก้าวไกลได้คะแนนโพลต่ำมาก แต่ในช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งเพียง 2 เดือน ก็สามารถดันกระแสขึ้นมาได้ ในขณะที่พรรคประชาชนเมื่อไตรมาส 2 ทุกคนก็เชื่อว่ามีโอกาสจะแลนด์สไลด์ แต่พอตัดสินใจเลือกคุณอนุทินเป็นนายกฯ และเกิดเหตุการณ์ชายแดน คะแนนโพลก็ลดลงเรื่อย ๆ”

“ดังนั้น กราฟพวกนี้มีความแกว่ง แต่ถ้าหยุดเวลา ณ วันนี้ พรรคภูมิใจไทยจะพร้อมที่สุด เพราะพรรคประชาชนก็มีความพร้อมของเขาเอง แม้จะมีปัญหาเรื่อง สส.เขต แต่ที่ผ่านมา สส.เขตที่ได้รับการเลือกตั้งมา ก็ได้มาจากกระแสพรรค 80% แต่ที่น่าสนใจคือ การวางตัวของพรรคประชาชนครั้งนี้ เขาประนีประนอมมากขึ้น บางจุดก็เลือกกลุ่มทายาทบ้านใหญ่มาลง”

“ส่วนพรรคกล้าธรรม พร้อมแน่นอน เพราะเป็นพรรคที่คล้ายกับพรรคภูมิใจไทยในอดีต เพราะไม่ได้สนกระแสของพรรค แต่เน้น สส.เขตคนเก่า”

“ส่วนพรรคเพื่อไทย ตอนแรกมีการประเมินว่าจะไหลออกเยอะ แต่ต้องดูวันสมัครเลือกตั้ง ณ ตอนนี้ ยังถือว่าไหลออกไม่เยอะมากนัก ดังนั้นก็ยังประมาทเพื่อไทยไม่ได้”

เพื่อไทยไม่สิ้นไร้ไม้ตอก

“สุรนันทน์” เสริมว่า ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าผู้สมัครคือใครบ้าง แต่ที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่สุดเพราะมีอดีต สส.เข้าไปอยู่มากที่สุด เขาน่าจะรักษาอดีต สส.ในการลงสมัครทั้ง 60 กว่าคนของเขาได้ ไม่รวม สส.บัญชีรายชื่อ หากเขาเบ่งมาเป็น 120 คนได้ เพราะเขาได้ สส.เก่า เช่น พรรคชาติไทยพัฒนามา 10 คน พรรคนั้นมาอีก 10 คน พรรคนี้มาอีก 20 คน แล้วทางภาคใต้ก็ไม่มีกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยในส่วนของ สส.เขตภาคใต้นั้น คิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เยอะ และอีสานใต้ที่รวม จ.นครราชสีมา จนถึง จ.อุบลราชธานี ตนมองว่าพรรคภูมิใจไทยกวาดเกือบหมด ยกเว้นโรงแป้ง (ถิ่นบ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล) ใน จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี บางเขต ส่วน จ.สระแก้ว นามสกุลเทียนทองก็ไปแบ่งกันเอง

แต่พื้นที่ใน จ.ตราด และ จ.จันทบุรี ที่เดิมที่เป็นของพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นพื้นที่บริเวณชายแดนมีสิทธิที่จะเลี้ยวขวามากกว่า ความท้าทายของการบริหารจัดการ สส.เขต คิดว่าความสามารถของพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่ง สองคือความกล้าได้กล้าเสียของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รอง
นายกฯและ รมว.เกษตรและสหกรณ์

“เพื่อไทยยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ยังมีกำลังอยู่ ส่วนหนึ่งพรรคเพื่อไทยยังมีแฟนคลับอยู่ ไม่ว่าจะแฟนคลับพรรคหรือแฟนคลับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในหลายพื้นที่ที่เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดงทั้ง จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น หรือออกจากเมืองมา หาก สส.ไปลงพื้นที่แล้วทิ้งเพื่อไทยไป ผมมองว่าไม่ได้เป็น สส. ยังคงมีเขตพวกนี้อยู่ แต่จะได้เท่าไหร่นั้นไม่ทราบ ต้องรอเปิดตัวแล้วมาประเมินกัน”

ศึกหนัก บริหารกระแส

สุรนันทน์วิเคราะห์ว่า ความท้าทายของการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่การบริหาร สส.แต่ละเขต แต่คือการบริหารกระแส หากเราเชื่อผลสำรวจของนิด้าโพลจะเห็นได้ว่ากระแสของแต่ละพรรคตกหมด แม้พรรคประชาธิปัตย์จะขึ้นมา 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะแม่ยกของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังมีอยู่ รวมถึงมีคนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ฟื้นขึ้นมา แต่ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคประชาชน เหลือประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์นั้น

ที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมมีความพร้อมมากกว่า เพราะไม่ใช่พรรคกระแส เน้น สส.เขต แต่ขณะที่พรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นพรรคผสมผสานระหว่างกระแสกับ สส.เขต วันนี้จะเหลือแค่ สส.เขต เพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีกระแส เพื่อไทยเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่คิดว่าการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงนั้น พรรคเพื่อไทยควรจะเหลือประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์

ปัญหาของพรรคเพื่อไทยคือจะทำอย่างไรให้กระแสขึ้นเพื่อไม่ให้เสียที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ และหากจะประเมิน สส.เขตที่เหลือคือ 50-80 ที่นั่ง หากเบ่งจริง ๆ อาจจะได้ 100 คน แต่พรรคประชาชนมีปัญหามากกว่าคือ เป็นพรรคที่กระแสเต็มที่ แต่เมื่อกระแสตก เขาจะเอาอะไรไปพัด สส.เขตเข้ามา

“วันนี้หากพรรคประชาชนในกรุงเทพฯกระแสตก อาจจะพัดเข้ามาไม่ถึง 32 ที่นั่งเหมือนครั้งที่แล้ว และอาจจะกลับไปโมเดลปี 2562 หรือไม่ ที่ทั้ง 3 พรรคแบ่งกันคนละ 10 ที่นั่ง แต่อาจจะไม่ใช่ 3 พรรคเดิมเหมือนในปี 2562 คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้คนละ 10 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้พรรคประชาชนอาจจะไม่ได้ทั้งหมด หากกระแสไม่แรง ย้ำว่าความท้าทายในการเลือกตั้งครั้งนี้คือการสร้างกระแส และที่ต้องรีบสร้างกระแสมากที่สุด คือ พรรคประชาชน”

“พรรคประชาชนที่เปิดเรื่องสแกมเมอร์หลายคนและแสดงบทบาทได้เด่นชัดที่สุด แต่หากถูกโยนออกมา คนที่ดูอาจจะบาดเจ็บที่สุดคือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะกระทบกับพรรคภูมิใจไทยมากน้อยแค่ไหน ดีไม่ดีนี่อาจจะเป็นระเบิดเวลาที่ทำให้พรรคประชาชนฟื้นกลับมาได้”

ส่วน “สรกล” มองว่า กระแสของพรรคประชาธิปัตย์ ในอดีตเคยมีกระแส ส่งใครในภาคใต้ก็ชนะ แต่ปัจจุบัน เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กราฟคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ขึ้นมาอย่างน่าตกใจ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าวันเวลาอันหอมหวานนั้นจะกลับมาหรือไม่ แต่อีกหนึ่งปัจจัยคือ กลุ่มอนุรักษนิยมเคว้งคว้าง เมื่อการเลือกตั้งปี’62 กลุ่มอนุรักษนิยมมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหลักยึด แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ลงเลือกตั้งแล้ว กลุ่มเหล่านี้ก็ไม่มีหลักยึด แต่คนกลุ่มนี้ชื่นชอบบุคลิกแบบนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ฐานใน กทม.เยอะมาก

ขณะที่พรรคประชาชน ยอมรับว่าเป็นพรรคที่ประเมินได้ยาก เพราะเป็นพรรคที่นอกเหนือการคาดหมาย สมัยก่อนแม้จะชนะคะแนนโพล แต่ทุกคนก็ฟันธงว่าแพ้กระสุนในวันสุดท้าย แต่สุดท้ายก็เกิดปรากฏการณ์การเมืองที่ไม่ใช้เงินซื้อเสียงสามารถชนะได้

“ดังนั้นผมไม่เคยประมาทในเรื่องนี้เลย โพลวันนี้ที่คน 40% ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด อาจจะมีคนอกหักที่พรรคประชาชนไปโหวตเลือกคุณอนุทิน แต่พรรคประชาชนมีข้อเด่น คือ การตลาดที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง”

“พรรคประชาชนยังมีโอกาสที่จะได้คะแนนนิยมกลับมา แต่ต้องดูว่าเขาจะแก้คะแนนที่อกหักอย่างไร เพราะพรรคประชาชนมักเป็นพรรคที่กระแสเริ่มต้นไม่ค่อยดี แต่ด้วยพฤติกรรมของโหวตเตอร์รุ่นใหม่ที่ทุกคนรอกาบัตร ทำให้พรรคประชาชนยังเป็นพรรคที่ประมาทไม่ได้”

สมการน้ำเงิน แดง ส้ม

ส่วนการจับขั้วรัฐบาล แดง ส้ม น้ำเงิน เขียว ฟ้า ในมุม “สุรนันทน์-สรกล” นั้น

“สุรนันทน์” มองว่า พรรคภูมิใจไทยมาเป็นที่หนึ่ง พรรคประชาชนมาที่สอง พรรคเพื่อไทยมาอันดับสาม และพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทย แต่ไม่แน่ว่าพรรคอันดับหนึ่งกับพรรคอันดับสองอาจจะจับมือกันก็ได้

เขาฝากว่า การเลือกตั้งครั้งที่กำลังจะมาถึงเป็นการเลือกอนาคตของประเทศจริง ๆ และเมื่อตนตัดสินใจได้ว่าจะไม่เล่นการเมือง ตนคิดว่ามีหลายประเด็นที่ต้องมองคือ 1.การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก 2.ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยน 3.ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่มีสูง จนทำให้เกิดแรงปะทุจากคนที่เสียโอกาส และ 4.เรื่องเอไอ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ตนมองว่ายังไม่มีพรรคการเมืองไทยพรรคใดพูดชัดเจน

และอาจจะสะท้อนมาถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่ยังไม่ตัดสินใจด้วย และเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจจะมีผลต่อระบอบประชาธิปไตยด้วย หากถามว่าตนจะเลือกพรรคไหน ตนจะดูว่า 4 เรื่องนี้พรรคไหนพูดได้และมีนโยบายที่ชัดเจน

ขณะที่ “สรกล” มองว่า สมการยังคงเป็นสามพรรคหลัก ตัวเลขคะแนนเลือกตั้งจะกำหนดให้สองพรรคใหญ่ต้องจับมือกัน และดึงพรรคระดับกลางมาจับมือกัน ซึ่งสองเดือนหลังจากนี้ จะกำหนดว่าคะแนนของทั้งสามพรรคจะเป็นอย่างไร แต่พรรคประชาชนก็รู้ตัวว่าถ้าไม่แลนด์สไลด์ โอกาสเป็นรัฐบาลก็จะยาก ดังนั้น ภาพที่นึกไม่ถึงแต่มีโอกาสเกิดขึ้น คือ แดงจับกับน้ำเงิน ส่วนน้ำเงินจับกับส้ม มองว่าเกิดขึ้นได้ยาก

ตัวประกันที่ชื่อ ทักษิณ

คำถามสุดท้าย “ทักษิณ ชินวัตร” ยังเป็นไม้เด็ดเพื่อไทยอยู่หรือไม่ “สุรนันทน์” อ่านว่า คุณทักษิณยังเป็นปัจจัยในแง่ของฐานเสียงที่หลายพื้นที่เสื้อแดง และการที่คุณทักษิณเล่นบทเป็นผู้ถูกกระทำยอมติดคุกจะทำให้รักษาฐานไว้ได้ แต่ปัญหาคือไม่สามารถขยายฐานนั้นได้ มองว่าคุณทักษิณจะช่วยรักษาฐานได้ และต้องมีเครือญาติของคุณทักษิณเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้เห็นว่าตระกูลชินวัตรยังไม่ทิ้งพรรคเพื่อไทย

เพราะหากตระกูลชินวัตรไม่สู้ สัปดาห์นี้พรรคเพื่อไทยจะมีคนไหลออกอีกเยอะ พอมีสัญญาณว่าตระกูลชินวัตรสู้ คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน และ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สู้ อย่างน้อยกลุ่มทุนใหญ่ยังอยู่ สส.ไปต่อได้ แต่อาจจะไม่ถึง 200 บวกลบ

ขณะที่ “สรกล” มองว่า เบาลง ตอนแรกที่คุณทักษิณเข้าเรือนจำ คิดว่ากระแสความสงสารและความเห็นใจจะมากกว่านี้ แต่ยังไม่เห็นมากนัก และเมื่อมีปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ ภาพลักษณ์ของคุณทักษิณก็อาจจะเบาลงมานิดหนึ่ง

“แต่การยุบสภาเร็ว ทำให้การเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่คุณทักษิณจะออกจากเรือนจำได้ช่วงเดือนมีนาคม ขณะเดียวกัน หากเลือกตั้งแล้วคะแนนของพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแปร คุณทักษิณก็อาจจะตกเป็นตัวประกันอีกรอบ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2026 เลือกตั้ง เลือกอนาคต สุรนันทน์-สรกล วิเคราะห์ศึก แดง ส้ม น้ำเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...