คาราบาว เปิดตัว ‘เบียร์สไตล์เยอรมัน’ หวังปลดล็อกตลาดคาดปี 69 เห็นจุดคุ้มทุนหลังขาดทุนสะสม
คาราบาว พร้อมปรับสูตรเบียร์ใหม่เป็น สไตล์เยอรมันแท้ และรุกตลาดเบียร์สด (Draft Beer) เต็มสูบ พร้อมจับมือเป็นพันธมิตรกับ "ชิงเต่า" ยักษ์ใหญ่จากจีนเพื่อใช้ฐานผลิตในไทย หวังถึงจุดเปลี่ยน "ปลดล็อกตลาดเบียร์ไทย" และเข้าสู่จุดคุ้มทุนหรือมีกำไรได้ภายในปี 69 หลังขาดทุนสะสมกว่า 1,000 ล้านบาท
11 พฤศจิกายน 2568นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีแรกของการบุกตลาดเบียร์มูลค่า 2.6 แสนล้านบาทว่าเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก และยังคงมีผลขาดทุน โดยมีการลงทุนเริ่มต้นไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท และขาดทุนสะสมรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท
เพื่อเป้าหมาย "ปลดล็อกตลาดเบียร์ไทย" ในปี 2569 คาราบาวได้ทบทวนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยเน้นการพัฒนาเบียร์รุ่นใหม่ให้ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้สูตร เบียร์สไตล์เยอรมัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของเบียร์คุณภาพทั่วโลก พร้อมตั้งเป้ารุกตลาดแบบ On-trade (ร้านอาหาร/ผับบาร์) มากขึ้น ด้วยการติดตั้งตู้เบียร์และเตรียมเปิดตัวแท็ปเบียร์ใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมั่นใจว่าเบียร์ชุดใหม่นี้จะได้รับการตอบรับที่ดี
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญทางธุรกิจคือการสร้างพันธมิตรกับ ชิงเต่า (Qingdao) แบรนด์เบียร์ระดับโลกจากประเทศจีน โดยคาราบาวจะรับหน้าที่เป็น ฐานการผลิต เบียร์ชิงเต่าในประเทศไทย เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและเตรียมส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนและจีน ซึ่งนับเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากเยอรมนีที่ชิงเต่าอนุญาตให้มีการผลิตนอกประเทศ
การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินของกลุ่ม เนื่องจากปัจจุบันคาราบาวมีกำลังการผลิตเบียร์สูงถึง 300 ล้านลิตรต่อปี แต่กลับมีการใช้จริงเพียง 20% เท่านั้น การผลิตให้กับชิงเต่าจะช่วย เติมเต็มช่องว่างของกำลังการผลิต และลดภาระต้นทุนคงที่ของโรงงานได้อย่างมาก
นายเสถียร กล่าวว่า แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งรายใหญ่และการควบคุมตามกฎหมายใหม่ แต่ยังคงแสดงความมั่นใจต่อทิศทางธุรกิจ หากตลาดตอบรับยุทธศาสตร์ใหม่ที่ดี ทั้งการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการเป็นพันธมิตรกับชิงเต่า จะทำให้บริษัทเห็นสัญญาณเลิกขาดทุนหรืออาจเริ่มมี กำไร ได้ภายในปี 2569 ตามเป้าหมายที่วางไว้