ขอพรพระแม่อุมาเทวี วัดแขก (สีลม) ขอรักสมหวัง ของาน ขอเงิน ขอความสำเร็จ! ให้ชีวิตปังปัง! - chai payangluang
ขอพรพระแม่อุมาเทวี วัดแขก (สีลม)
ขอรักสมหวัง ของาน ขอเงิน ขอความสำเร็จ! ให้ชีวิตปังปัง!
หยุด!ยาวหลายวัน บางคนไปเที่ยวน้ำตก ทะเลหรือไม่ก็เที่ยวไหว้พระขอพร รับโชคลาภปีเสือ แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่ยังไม่คิดจะเที่ยว อาจเป็นเพราะผู้คนมาก จราจรติดขัดชีวิตวนเวียนอยู่กับความซ้ำซากจำเจ ซึ่งล้วนแต่มีความแตกต่างกันไปตามความคิด เพราะเรายึดหลักที่สะดวกสบายเป็นหลัก
แต่สำหรับท่านใดที่มีความกังวลว่าชีวิตของเราไม่สมหวังเรื่องความรัก เริ่มปีใหม่แล้วอยากมีรักปังปัง! เงินทองใช้จ่ายไม่ขาดมือ มีงานทำที่มั่นคง สิ่งที่กล่าวมาเป็นความปรารถนาของทุกๆ คน แต่อย่าวิตกกังวลให้เหนื่อยใจ เรามีสถานที่แนะนำให้ทุกคนที่ว่างไปขอพร (ไม่ต้องบนบาน) เพื่อชีวิตของเราจะได้ปังปัง สดใสทำอะไรก็สำเร็จ! และสถานที่ ที่แนะนำคือ “วัดแขก (ลม) หรือวัดพระศรีมหาอุมาเทวี”
ก่อนที่จะไปขอพรรับโชค ไปรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาสักหน่อย เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัดแขก ตามประวัติได้บอกกล่าวไว้ว่า วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขกสีลม เป็นวัดศาสนาฮินดูที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ จากการสันนิษฐานวัดแขกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2453-2454 โดยคณะผู้ศรัทธาชาวอินเดียใต้ผู้อาศัยอยู่ย่านตำบลริมคลองสีลม อำเภอบางรัก และตำบลหัวลำโพงอำเภอบางรัก ซึ่งเป็นชาวอินเดียเผ่าภารตะฑราวิฑนาดู (ทมิฬ) จากทางใต้ของประเทศอินเดียที่เดินทางทะเล เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณแหลมมลายูรวมทางภาคใต้ของประเทศไทย
เมื่อนายไวตี พ่อค้าวัว และญาติมิตรชาวฮินดูที่ตั้งบ้านเรือนและประกอบอาชีพอยู่ย่านตำบลหัวลำโพง อำเภอบางรัก และตำบลริมคลองสีลม อำเภอบางรัก มีศรัทธาจัดสร้างวัดเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมาเทวี ตามลัทธิศักติทางศาสนาฮินดู โดยเริ่มต้นตั้งเป็นศาลไม้ใต้ต้นสะเดาในไร่อ้อยริมคลองสีลม แถววัดวัวลำพองหรือหัวลำโพงในปัจจุบันนี้
ต่อมาคณะกรรมการผุ้ก่อตั้งวัดอาทิ นายไวตรีประเดียอะจิ (ต้นตระกูลไวตี เจ้าของเดิมที่ดินใน ซ.สีลม 13 หรือ ซ.ไวตี ถนนสีลม ) นายนารายเจติ นายโกบาระตี ได้หาที่ดินเพื่อตั้งสถานที่ถาวร โดยขอแลกที่ดินของพวกตนกับที่ดินสวนผักริมคลองสีลมของนางอุปการโกษากร ( ปั้น วัชราภัย ) มรรคนายิกา วัดสุทธิวราราม ภรรยาหลวงอุปการโกษากร ( เวก หรือ เวท วัชราภัย ) ปัจจุบันเป็นหัวถนนปั้นด้านที่ตัดกับถนนสีลม โดยนำเทวรูปองค์เทพและ เทวี ต่าง ๆ มาจากประเทศอินเดียโดยมี พระแม่มารีอัมมัน หรือที่รู้จักในประเทศไทยว่า พระศรีมหาอุมาเทวี เป็นองค์ประธานของเทวสถาน รวมทั้งเทวรูปศิลาสลักพระคเณศ และเทพแห่งความสำเร็จ ผู้ที่ได้รับการประทานพรจากพระศิวะ เทพบิดร ให้เป็นเทพผู้ได้รับการเริ่มต้นบูชาก่อนการบูชาเทพ-เทพีองค์อื่น ๆ ทุกครั้ง
วัดพระศรีมหาอุมาเทวีเป็นเทวสถานในลัทธิศักติ คือนับถือเทวีเป็นหลัก เช่น พระศรีมหาอุมาเทวี พระชายาของพระศิวะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระผู้ทำลาย ถือได้ว่าเมื่อยามที่พระองค์เสวยร่างเป็นเจ้าแม่อุมา จะเป็นเจ้าแห่งความเมตตากรุณา และงามสง่า ดังนั้นผู้มีจิตศรัทธาจึงนิยมไปกราบไหว้บูชา และขอพร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความรัก และเรื่องการขอบุตร
สำหรับสถาปัตยกรรมภายในวัด ล้วนแต่เป็นศิลปะประเพณีโบราณของอินเดียตอนใต้ผสมผสานกัน ระหว่างสมัยโจฬะและปาละ ในอินเดีย ซึ่งจะพบศิลปะทางสถาปัตยกรรมแบบนี้ได้ในเทวาลัยตอนใต้ของประเทศอินเดียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐทมิฬนาดู
ด้านในเทวสถานมีโบสถ์ตั้งอยู่ตรงกลาง หันหน้าไปด้านถนนปั้น ด้านในสุดของโบสถ์แบ่งเป็น 3 ซุ้ม ซุ้มใหญ่ตรงกลาง มี 2 ล็อก ล็อกหน้าเป็นทางเดินเข้า ล็อกในประดิษฐาน เทวรูปปูนปั้น และเทวรูปหล่อลอยองค์ พระศรีมหาอุมาเทวี ซุ้มด้านซ้ายและขวาของโบสถ์ ประดิษฐานเทวรูปของพระโอรสทั้งสอพระองค์ ซุ้มด้านซ้าย ( ด้านข้างในเทวสถาน)เป็นซุ้มประดิษฐานเทวรูปศิลาสลักองค์พระพิฆเนศ ซุ้มด้านขวา ( ด้านริมถนนสีลม) ประดิษฐานเทวรูปสลักศิลาองค์ พระขันทกุมารซุ้มในโบสถ์ทั้ง 3 ซุ้มนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปข้างใน ยกเว้นพราหมณ์พิธีผู้มีคุณสมบัติอันสมควร แถวด้านซ้ายของโบสถ์หน้าซุ้มพระพิฆเนศ มีแท่นตั้งมีเทวรูปรูปหล่อลอยองค์พร้อมแท่นวางมีห่วงเหล็กที่สร้างไว้สำหรับอัญเชิญเวลาออกแห่ในงานพิธีหรือเทศกาลต่างๆของเทวสถาน อันได้แก่ พระพิฆเนศ พระศิวะ พระกฤษณะ พระวิษณุ พระลักษมี พระขันทกุมาร เจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระแม่กาลี พระสรัสวดีและมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธชินราชจำลองตั้งวางอยู่ด้านข้างประตูโบสถ์ด้านใน
ส่วนด้านขวาของโบสถ์หน้าซุ้มเทวรูปศิลา พระขันทกุมาร มีซุ้มพระนาฎราย่าและพระแม่ศิวะกามี เทวรูปพระหนุมาน ตู้เก็บใบคำทำนายเซียมซีของวัด ทางเข้าด้านหน้าโบสถ์ทั้งซ้ายขวา เป็นสถานที่สำหรับจำหน่ายเครื่องบูชาและเทวรูป วัตถุมงคลต่างๆ ของทางเทวสถาน
ด้านนลานเทวสถานด้านหน้าโบสถ์มีเสาสีทองขนาดใหญ่สูงเท่าหลังคาโบสถ์ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างประตูหน้าของเทวสถานและช่องกลางโบสถ์ซึ่งมีซุ้มใหญ่ตรงกลาง ที่ประดิษฐานพระศรีมหามารีอัมมันอยู่ด้านในสุด ด้านบนสุดของเสาเป็นโยนีลิงก์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะถูกตกแต่งประดับประดาและชักธงรูปสิงห์ประจำองค์พระแม่ ขึ้นในช่วงสัปดาห์เทศกาลนวราตรี
บนลานหน้าเทวสถานมีเทวาลัยขนาดเล็กอีก 3 เทวาลัย เทวาลัยแรกอยู่บริเวณกลางลานหน้าโบสถ์ด้านขวา (ด้านถนนสีลม) เป็นเทวาลัยประดิษฐานศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ อีก 2 เทวาลัยอยู่ที่มุมริมสุดด้านหน้าของเทวสถานด้านถนนปั้นตัดกับถนนสีลม เป็นเทวาลัยประดิษฐานพระพรหม และเทวาลัยประดิษฐานเทวรูปองค์เทวนพเคราะห์ทั้ง9องค์ริมรั้วด้านถนนสีลมระหว่าเทวาลัยพระพรหมและศิวลึงค์ มีหอระฆังที่ต้องตีตลอดเวลาขณะที่พราหมณ์ทำพิธีบูชาเทพเจ้า
ส่วนด้านข้างของเทวสถานริมซ้ายติดกับบ้านเรือนของเอกชนในถนนปั้น ใกล้รั้วเป็นซุ้มใหญ่ประดิษฐานเทวรูปอีก 3 ซุ้มซึ่งเป็นเทพท้องถิ่นของชาวอินเดียใต้ ได้แก่พระอัยนาร์ พระซับทระกรรณี พระแม่เปชายี พระอัคนีวิรั่น พระเปริยาจี พระมาดูไรวีรั่น พระกัตตราวรายัน ถัดเข้าไปข้างในเป็นแผ่นสลักรูป ศรียันตรา ซึ่งหันหน้าเข้าหาถนนสีลมถัดเข้าอีกเป็นอาคารสำนักงานของทางวัด
ไปวัดแขกขออะไร?
พระแม่อุมาเทวี องค์ประธานของวัดแขก โดดเด่นมากในเรื่องขอพรให้ความรักสมหวัง รวมถึงสามารถขอพรในเรื่องของการงาน การเงิน และความสำเร็จได้อีกด้วย ของที่ควรนำไปไหว้ คือดอกไม้สีแดง หรือสีเหลือง ขนมโมทกะ ขนมลาดู มะม่วงสุก หรือผลไม้อื่นๆ
ไปวัดแขกเราต้องทำอย่างไรบ้าง? หลายท่านอาจจะเคยไปหรือไม่เคยไป ซึ่งเรามีคำตอบให้กับทุก ๆ ท่านได้รู้ก่อนไปวัดแขกว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
เครื่องบูชาสักการะเราจะจัดเตรียมไปเองหรือจะไปซื้อที่วัดก็ได้ตรงจุดขายจะอยู่บริเวณหน้าทางเข้าโบสถ์ ซึ่งทางวัดมีการจัดเป็นถาดราคา 60, 80 และ 100 บาทแต่ ภายในถาดนั้นจะมีธูป เทียน พวงมาลัยดาวเรือง นม กล้วย มะพร้าว อ้อย และเงินที่ได้ก็จะนำไปบำรุงรักษาวัดเค้า
หลังจากที่ได้ถาดใส่เครื่องสักการะแล้วให้เดินไปจุดธูปเทียนบูชาตรงหน้าโบสถ์ เอาถาดผลไม้และเครื่องสักการะต่างๆ วางไว้ข้างหน้าเรา จุดธูป จุดเทียนไหว้ สวดบูชาองค์พระเคนช เสร็จแล้วยกถาดที่เราเตรียมไว้เดินเข้าไปในโบสถ์ เราจะเจอพรามหณ์สองคน ยืนอยู่ด้านหน้าประตูกลาง พราหมณ์คนแรก ทำหน้าที่รับถาดของบูชาจากเรา, ส่วนพราหมณ์คนที่สอง จะถือถาดที่บรรจุน้ำและผงเจิมไว้คอยเจิมหน้าผากให้เรา ซึ่งการถวายถาดสักการะนั้น ทางพราหมณ์จะคืนสิ่งของให้เรากลับมาหนึ่งอย่าง ซึ่งแต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกัน บางคนได้นม ดอกไม้ น้ำ เพื่อเก็บไว้กินหรือนำกลับมาบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และการคืนของนี้เป็นธรรมเนียมของฮินดู เค้าจะเรียกว่า ประชาต
สำหรับการเจิมหน้าผากนั้น ให้เรายกมือพนมหันหน้าไปทางพราหมณ์ที่ถือถาดผงเจิม เพื่อเจิมหน้าผากให้กับเรา ซึ่งผงเจิมนั้นมี 2 สี เราเรียกว่า
1. สีแดงหรือผงสีชาด เรียกว่า ผงกุมกุม
2. สีขาว จะเรียกว่า ผงวิภูติ
รู้หรือไม่ ทำไม? ต้องเจิมหน้าผาก
การที่เราไปไหว้เทพตามศาสนาของฮินดู และมีการเจิมที่หน้าผากนั้น หมายความว่า เราได้รับพรจากองค์เทพนั้นๆ
วัดแขกมีองค์เทพอะไรบ้าง?
สำหรับท่านที่เดินทางไปไหว้องค์เทพที่วัดแขก และยังไม่รู้ว่ามีเทพอะไรบ้าง มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความหมายอย่างไร? ต่างโดดเด่นในเรื่องอะไร เรามีคำตอบให้กับทุกๆ ท่านได้รับรู้ก่อนที่จะไหว้สักการะบูชาองค์เทพเพื่อความเป็นสิริมงคล
พระแม่อุมาเทวี องค์ประธานของวัดแขก โดดเด่นมากในเรื่องขอพรให้ความรักสมหวัง รวมถึงสามารถขอพรในเรื่องของการงาน การเงิน และความสำเร็จได้อีกด้วย
เครื่องบูชาสักการะ คือดอกไม้สีแดง หรือสีเหลือง ขนมโมทกะ ขนมลาดู มะม่วงสุก หรือผลไม้อื่นๆ
พระพิฆเนศ องค์เทพที่คนทั่วไปให้การนับถือกันอย่างมาก โดดเด่นในเรื่องของการขอพร ความสำเร็จต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องงาน การเรียน หรือการค้าขาย
เครื่องบูชาสักการะ คือ นม ขนมโมทกะ ขนมลาดู ผลไม้ 9 ชนิด หรือ 9 ผล
พระพรหม มีพระพักตร์ทั้งหมด 4 พระพักตร์ พระพักตร์แต่ละด้านก็จะให้พรไม่เหมือนกัน โดดเด่นทั้งในเรื่องของ การงาน การเรียน การสอบ โชคลาภ ครอบครัว และความรัก โดยควรไหว้ให้ครบทั้งสี่ด้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเริ่มจากด้านหน้าและวนตามเข็มนาฬิกา
เครื่องบูชาสักการะ คือ ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ดอกบัว ขนมหวานรสอ่อนไม่ผสมสี และผลไม้ทุกชนิด
พระแม่ลักษมี องค์เทพแห่งความงาม ที่โดดเด่นในการขอพรเรื่องความรัก หรือขอให้มีความรักที่ดี รวมถึงทางด้านค้าขาย ขอให้ร้านขายดีก็ได้เช่นกัน
เครื่องบูชาสักการะ คือ นม น้ำผึ้ง น้ำอ้อย กล้วย และมะพร้าว ขนมที่ไม่มีส่วนผสมของไข่ ดอกบัว ดอกดาวเรือง
พระแม่กาลี องค์เทพที่ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี สิ่งชั่วร้าย นิยมขอพรให้คุ้มครองในเรื่องของไสยศาสตร์หรือสิ่งไม่ดีต่างๆ
เครื่องบูชาสักการะ ควรเป็นสีแดงทั้งหมด เช่น น้ำแดง ขนมที่มีสีแดง ผลไม้สีแดง และดอกไม้สีแดง รวมถึงมะนาว เพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีได้
พระขันธกุมาร องค์เทพที่ช่วยคุ้มครอง สามารถขอพรในด้านความกล้าหาญ หรือขจัดความกลัวในใจ ขอให้คุ้มครองเราก็ได้เช่นกัน
เครื่องบูชาสักการะ คือ ดอกไม้ที่มีสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว และผลไม้ต่างๆ
คุณเชื่อไหม? ว่าการทำสิ่งใดแล้วติดขัด เหมือนกับชีวิตของเราสะดุด มีอะไรมาคอยกีดกันคั่นความสำเร็จ เราควรที่จะหาทางแก้เพื่อปลดสิ่งที่คอยขัดขวางความราบรื่นของชีวิตคนเรา และหากท่านรู้สึกเป็นดังที่กล่าวมา การกราบไหว้บูชาองค์เทพ เพื่อขอพร พึ่งบารมี เราก็ควรที่จะพึงกระทำ บางท่านอาจคิดว่าเราหลงเชื่อหรืองมงาย แต่หากเราทำแล้วสบายใจ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเราก็ทำเพื่อความสุขของชีวิตและเป็นมงคลรับปีเสือ เพราะการทำบุญหรือการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ เป้นการเสริมสร้างแรงกระตุ้นให้เราเกิดความมั่นใจ เชื่อมั่น ขอเพียงเราคิดบวก แค่นี้เราก็สำเร็จตามที่เราวาดหวัง องค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เขาก็จะประทานพรให้กับคนที่ไม่ย่อท้อ ไม่หมดหวังและที่สำคัญคือ “ความขัยน ตั้งใจของเรานั่นเอง”
เริ่มปีใหม่ เดือนใหม่ พ.ศ.ใหม่
“ขอให้คุณพบกับความโชคดี สำเร็จ
ในทุกพฤติกรรมที่ลงมือกระทำ
เพราะผมเชื่อมั่นว่า คุณ!ทำได้”
การเดินทาง
สถานที่ตั้ง
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) ถนนปั้น เขตบางรัก สีลม กรุงเทพฯ
การเดินทาง
นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสุรศักดิ์ เดินไปอีกไม่ไกลก็จะถึงวัดแขก (สีลม)
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี : เปิด 06.00-20.00 น.
วันศุกร์ เปิด : 06.00-21.00 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ : เปิด 06.00 – 20.30 น.
เว็บไซต์ : www.facebook.com/HinduMeeting.HM