เอไอเดินหน้ารุกตลาดงานจีน ดันมนุษย์ถอยสู่งานใช้แรงงาน
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แคลร์ จาง ซึ่งทำงานเป็นนักวิเคราะห์วิจัยในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง มีหน้าที่ช่วยบริษัทต่าง ๆ ประเมินเทคโนโลยีและคู่แข่ง เพื่อประกอบโครงการที่บริษัทเหล่านั้นเตรียมนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จนกระทั่งช่วงปลายปีที่ผ่านมา เธอได้รับแจ้งว่า ปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ทำให้บริษัทต้องการและสามารถจ้างนักวิเคราะห์ได้น้อยลง
งานของจางต้องรวบรวมข้อมูลจากเอกสารของบริษัทและบันทึกสาธารณะ เพื่อนำมาจัดทำรายงานวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง ซึ่งบางครั้งมีความยาวถึง 500 หน้า แต่เอไอสามารถรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูล วิเคราะห์ตัวเลข และสร้างกราฟได้ในเวลาเพียงเสี้ยวหนึ่งของที่มนุษย์ต้องใช้
จางกล่าวว่า ฝ่ายทรัพยากรบุคคลระบุอย่างชัดเจนว่า เอไอเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอถูกเลิกจ้าง โดยบริษัทอธิบายว่าไม่สามารถให้เหตุผลในการจ้างนักวิเคราะห์จำนวนมากเช่นเดิมได้ และหลังจากนั้นไม่นาน อดีตเพื่อนร่วมงานของเธออีก 2 คนก็ถูกเลิกจ้างเช่นกัน
แรงกดดันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดจำนวนพนักงาน โดยจางเพิ่งทราบว่าอดีตหัวหน้าของเธอก็กำลังเผชิญกับจำนวนลูกค้าที่ลดลง เนื่องจากลูกค้าหันไปใช้เอไอทำงานวิจัยภายในองค์กรเองมากขึ้น แม้ทีมงานของเธอเคยเตือนลูกค้าว่า เอไอสามารถสร้างแหล่งข้อมูลปลอมและนำเสนอผลการวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือแต่ไม่ถูกต้องได้
“พวกเขายอมเชื่อเอไอมากกว่า เพราะมองว่ารายงานของเรามีราคาแพงเกินไป” จางกล่าว
เมื่อเดือนพ.ค. ปีนี้ ศาลจีนมีคำตัดสินว่า บริษัทไม่สามารถเลิกจ้างพนักงานโดยอ้างว่าจะใช้เอไอเข้ามาทำงานแทนเพื่อประหยัดต้นทุน หลังพนักงานวัย 35 ปีรายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลคำตอบที่สร้างโดยเอไอของบริษัทฟินเทคแห่งหนึ่งในเมืองหางโจว ถูกเลิกจ้างหลังปฏิเสธการลดตำแหน่งและลดค่าจ้าง โดยบริษัทอ้างว่าตำแหน่งของเขาสามารถใช้เอไอทดแทนได้
แม้กรณีของจางจะเกิดขึ้นก่อนคำตัดสินดังกล่าว แต่เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มพนักงานสำนักงานระดับต้นที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากเอไอเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และเกี่ยวข้องกับการรวบรวม และประมวลผลข้อมูลสาธารณะ เช่น งานวิจัยพื้นฐาน การผลิตเนื้อหา บัญชี และงานธุรการ
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เอไอพัฒนาจากแชตบอตที่สามารถสร้างข้อความและภาพพื้นฐาน ไปสู่ระบบที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สามารถเขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล ทำงานวิจัย และรับมือกับงานบริการลูกค้า ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากต้องมองหางานที่มีความเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยเอไอน้อยกว่า
หลังตกงาน จางส่งใบสมัครงาน 40-50 ตำแหน่งภายในเดือนแรก และพยายามหันไปทำงานด้านกฎหมาย แต่กลับพบว่าโอกาสในทั้งสองสายงานกำลังลดน้อยลง
ขณะยังคงมองหางานด้านวิจัย จางเตรียมใจไว้ว่าอาจต้องหันไปทำงานจัดบ้าน ดูแลเด็ก หรือบรรจุสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต “หากไม่มีทางเลือกอื่น ฉันคงต้องทำงานใช้แรงงาน เพราะงานเหล่านี้เอไอเข้ามาแทนที่ได้ยากกว่า” เธอกล่าว
ความเปลี่ยนแปลงต่อตลาดแรงงานจากเอไอไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ไอแอลโอ ) เตือนตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ตำแหน่งงานทั่วโลกราว 1 ใน 4 มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากเอไอเชิงสร้างสรรค์ แม้การปรับเปลี่ยนรูปแบบงานจะมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าการถูกแทนที่ทั้งหมด
สำหรับจีน รายงานของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เทค ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ตำแหน่งงาน 33.2% จากประกาศรับสมัครงาน 40.01 ล้านตำแหน่งระหว่างเดือนม.ค.-เม.ย. เป็นงานที่มีภารกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากเอไอในระดับสูง โดยงานปฏิบัติการพื้นฐาน บัญชี การผลิตเนื้อหาภาพ และงานขายทางโทรศัพท์ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด
นักวิจัยวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานมากกว่า 700 ล้านรายการ จากแพลตฟอร์มหางาน 5 แห่ง ระหว่างปี 2565-2569 และพบว่า แรงกดดันตกหนักที่สุดกับตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งต้องการประสบการณ์ 1-3 ปี และมีค่าจ้างเดือนละ 5,000-8,000 หยวน ( ราว ราว 24,529.11-39,246.58 บาท ) ขณะที่งานภาคการผลิต สาธารณสุข การดูแลผู้ป่วยแบบพบหน้า และงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ ยังคงมีความยืดหยุ่นต่อการเข้ามาของเอไอมากกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง เอไอกำลังสร้างความต้องการแรงงานรูปแบบใหม่ โดยผลการศึกษาของบริษัทไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอร์ส ( พีดับเบิลยูซี ) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนก.ค. พบว่า ตำแหน่งงานด้านการประยุกต์ใช้เอไอเพิ่มขึ้นเกือบ 90,000 ตำแหน่งในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 50.8% ขณะที่ตำแหน่งงานด้านการพัฒนาเพิ่มขึ้นราว 30,500 ตำแหน่ง หรือ 15.5%
พีดับเบิลยูซีระบุว่า อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากเอไอมากที่สุดกำลังดูดซับทักษะใหม่ ๆ ในอัตราที่รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งนำมาทั้งความท้าทายและโอกาส
สำหรับจูโน จู นักวาดภาพประกอบในกรุงปักกิ่ง เอไอไม่ได้ทำให้อาชีพของเขาสิ้นสุดลง แต่บังคับให้ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา จากการวาดหนังสือภาพด้วยมือ ไปสู่การทำการ์ตูนและละครสั้นที่ใช้เอไอเข้ามาช่วย
จูเรียนด้านแอนิเมชันและใช้เวลาเกือบ 9 ปีสร้างอาชีพด้านการเล่าเรื่องผ่านภาพ ก่อนเห็นเครื่องมือเอไอพัฒนาอย่างรวดเร็วทุกไม่กี่เดือน และทำให้จำนวนคนที่จำเป็นต่อการผลิตผลงานแต่ละชิ้นลดลงอย่างต่อเนื่อง
“ผู้คนบอกว่าเอไอสร้างงานใหม่ แต่ผมไม่คิดว่ามันสร้างงานขึ้นมามากนัก สิ่งที่มันทำส่วนใหญ่คือกำจัดคนตรงกลาง คนที่เคยเปลี่ยนแนวคิดของลูกค้าให้กลายเป็นผลงานสำเร็จรูป” จูกล่าว
เขาระบุว่า งานที่เคยต้องใช้ทีมงาน 10 คน ปัจจุบันอาจทำได้ด้วยคนเพียง 2-3 คน ขณะที่ละครสั้นหนึ่งเรื่องซึ่งในอดีตต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน บางครั้งสามารถผลิตเสร็จภายในเวลาเพียง 1 เดือน
จูจึงต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือเดียวกับที่กำลังเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในอาชีพของเขา แต่กังวลว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังลดทอนคุณค่าของประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 9 ปี โดยนายจ้างที่เขาเคยสมัครงานรายหนึ่งบอกว่า บัณฑิตจบใหม่ที่ได้รับค่าจ้างเดือนละ 5,000-6,000 หยวน ( ราว 24,529.11-29,434.94 บาท ) สามารถใช้เอไอผลิตผลงานในระดับใกล้เคียงกันได้
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมอื่นก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมากนัก จูกล่าวว่า นายจ้างต้องการคนที่สามารถเริ่มงานและสร้างผลงานได้ทันทีมากขึ้น ทำให้คนวัย 33 ปี ที่ต้องการเริ่มต้นเรียนรู้ในสายงานใหม่แทบไม่มีพื้นที่ให้ทดลองงาน
“พวกเขาไม่สนับสนุนให้คุณเข้าไปแล้วเรียนรู้อีกต่อไป คุณต้องพร้อมทำงานตั้งแต่วันแรกที่เข้าไป” จูกล่าว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES