“กรณ์” กางเอกสาร กมธ.สหรัฐฯ จ่อใช้กฎหมาย Global Magnitsky คว่ำบาตร 28 รายชื่อ แฉมี “วรภัค” อดีตรมช.คลังไทย ติดโผพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
“กรณ์” กางเอกสาร กมธ.สหรัฐฯ จ่อใช้กฎหมาย Global Magnitsky คว่ำบาตร 28 รายชื่อ แฉมี “วรภัค” อดีตรมช.คลังไทย ติดโผพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
วันนี้(16 ก.ย. 2569) นายกรณ์ จาติกวณิช โพสต์เฟซบุ๊กว่า
"โพสต์ที่แล้ว ผมพูดถึงเอกสารจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยควรติดตาม วันนี้ขอลงรายละเอียดครับ
จดหมายลงวันที่ 15 กันยายน 2026 ลงนามโดย Brian Mast ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ John Moolenaar ประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีน ส่งถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ขอให้พิจารณาภายใน 180 วันว่า บุคคลและนิติบุคคลที่ระบุชื่อไว้ เข้าเกณฑ์คว่ำบาตรตาม Global Magnitsky Act หรือไม่
กฎหมายฉบับนี้ใช้กับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและการคอร์รัปชัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ลงมือ แต่ครอบคลุมถึงผู้สั่งการ ผู้สนับสนุนทางการเงิน ผู้ใช้บริษัทบังหน้า และผู้ที่คุ้มครองหรือได้ประโยชน์จากเครือข่าย หากถูกขึ้นบัญชี ผลคือทรัพย์สินในสหรัฐฯ ถูกอายัด ห้ามทำธุรกรรมกับบุคคลและบริษัทอเมริกัน และถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์
และในรายชื่อที่ขอให้ตรวจสอบ ปรากฏชื่อนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์
ผมขอย้ำให้ชัดว่า การถูกระบุชื่อในจดหมายยังไม่ใช่คำตัดสิน และยังไม่ใช่การคว่ำบาตร แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ เพราะประธานคณะกรรมาธิการสำคัญสองชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กำลังขอให้เปิดกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ กับชื่อที่มีคนไทยอยู่ด้วย
คำถามที่เราต้องตอบให้ได้ คือเหตุใดจึงต้องรอให้ต่างประเทศเริ่มก่อน ทั้งที่ข้อมูลโครงสร้างธุรกิจ เส้นทางการเงิน ผู้ถือหุ้น และผู้รับผลประโยชน์ จำนวนมากอยู่ในมือหน่วยงานไทยอยู่แล้ว และเพียงพอที่จะเริ่มดำเนินการได้
ผมและคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน ติดตามเรื่องนี้มาต่อเนื่องหลายเดือน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เราส่งหนังสือถึง ก.ล.ต. เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบ พร้อมนำส่งเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว จนถึงวันนี้ ประชาชนยังไม่เห็นคำชี้แจงหรือความคืบหน้าที่ชัดเจน ผมยังได้อภิปรายเรื่องนี้หลายครั้งต่อหน้านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแล ก.ล.ต.
นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองรายวัน แต่คือความปลอดภัยของประชาชน ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และหลักนิติรัฐที่ต้องใช้กับทุกคนเสมอกัน
การตรวจสอบที่ล่าช้าไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป มีแต่จะเปิดทางให้ต่างชาติเป็นฝ่ายไล่เส้นทางการเงินและกำหนดมาตรการแทนเรา ซึ่งไม่ใช่แค่ความเสียหายต่อชื่อเสียง แต่คือความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางกฎหมายของประเทศ
ประเทศที่มีระบบกฎหมายเข้มแข็ง ต้องตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเปิดโปงก่อนครับ"