โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดแนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Up ในกรอบ 1,555-1,572 จุด โดยผลการประชุม Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด 25 bps เป็น 3.75-4% ขณะที่ Dot Plot สะท้อนว่ากรรมการ Fed ส่วนใหญ่ยังมองโอกาสที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งปีนี้ (คาดในการประชุมเดือน ธ.ค.)

ส่วนปี 2027 มองว่าอาจเห็นดอกเบี้ยทรงตัว ซึ่งผ่อนคลายกว่าที่ตลาดประเมินว่าอาจยังเห็นการปรับขึ้นอีก 1-2 ครั้ง ด้าน Bond Yield 2 ปีของสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาขยับขึ้นสู่ระดับ 4.7% ส่วนอายุ 10 ปียังทรงตัวบริเวณ 5% ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงแรงสู่ระดับ US$105 ต่อบาร์เรล หลังความกังวลด้าน Supply เริ่มผ่อนคลายลงบ้างหลังซาอุฯ เสนอจัดส่งน้ำมันผ่านโอมาน

ขณะที่สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯลดลงน้อยกว่าคาด โดยหากสถานการณ์สงครามผ่อนคลายลงหรือสามารถจบลงได้ในภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯในเดือน พ.ย. ได้จริงตามที่ทรัมป์ระบุ เรามองว่าจะแนวโน้มราคาน้ำมันดิบและ Bond Yield จะชะลอตัวลงอย่างมีนัยยะในระยะกลาง-ยาว ซึ่งจะเอื้อให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวได้ ด้านปัจจัยในประเทศยังมีแรงหนุนจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่คาดว่าจะถูกต่ออายุอีก 2 เดือนในช่วง ต.ค.-พ.ย. ซึ่งจะหนุนกลุ่มการบริโภคในประเทศ ส่วนปัจจัยการเมืองยังต้องติดตามการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญคดีบาร์โค้ดเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ย. 26

กลยุทธ์ : Barbell พักเงินระยะสั้นใน Commodity-Bank-Defensive // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ก.ย : BTG, HANA, ITC, PR9, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : DELTA
· แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 290 บาท
· คาดกำไร 3Q26 จะกลับมาเร่งตัวขึ้นเป็น 8.3 พันลบ. +37% q-q, +12% y-y หนุนจาก Gross Margin ที่ฟื้นตัวขึ้นจากปัญหาด้านวัตถุดิบที่คาดผ่อนคลายลง ขณะที่ Demand ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ยังแข็งแรง
· ราคาหุ้นปรับตัวลงถึง 37% จากจุดสูงสุดเดือน มิ.ย. สะท้อนความผิดหวังกำไร 2Q26 รวมถึง Bond Yield โลกที่เร่งตัวขึ้นไปมากพอสมควร ขณะที่ภาพรวมผลการประชุม Fed โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยปี 2027 ไม่ได้ตึงตัวเท่าที่ตลาดคาด มีโอกาสที่จะเห็น Bond Yield ชะลอตัวในระยะถัดไป เป็นบวกต่อหุ้น Tech-Growth
· แนวรับ 232//226 บาท แนวต้าน 241//252//259 บาท

ด้าน บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล มองกรอบ SET Index 1,550-1,585 จุด โดยอาจเห็นแรงซื้อ Technical Rebound ตามตลาดหุ้นเอเชีย หลังจากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด อย่างไรก็ตาม การส่งสัญญาณว่ามีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน Sentiment การลงทุนในระยะสั้น โดยเฉพาะในภาวะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

⭐ หุ้นแนะนำ

BJC การฟื้นตัวของ Big C มีความชัดเจนมากขึ้น โดยผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจเริ่มสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานแล้ว ขณะที่ประโยชน์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อีกในอนาคต

(Take profit: 17.90 / Stop loss: 17.10)

KBANK รายงานผลสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อใน 3Q26 ของธปท. ชี้ว่าความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 3 จะนำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ฝ่ายวิจัยแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร โดยมี KBANK เป็น Top Pick

(Take profit: 254.00 / Stop loss: 248.00)

ขณะที่ บล.ดาโอ คาดการณ์ตลาดหุ้นวันนี้ (17 ก.ย. 69): คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway UP หลังผลการประชุม Fed เป็นไปตามคาด แม้จะมีข้อกังขาเรื่องการสื่อสารของ Fed ในระยะข้างหน้า แต่ Dot Plot ที่ออกมามองโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปี 2027 น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ ประเด็นเหล่านี้ช่วยคลาย Overhang และหนุนบรรยากาศการลงทุน

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง แม้ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่ถ้อยแถลงของคุณ Kevin Warsh ที่พยายามปรับโทนการสื่อสารให้น้อยลง และสื่อสารสิ่งที่เป็นข้อมูลการประชุมปัจจุบันมากที่สุด ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่า ในระยะข้างหน้า Fed จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร
  • คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเอกฉันท์ 12-0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังจากคงดอกเบี้ยติดต่อกัน 5 รอบก่อนหน้า ประธานเฟด Kevin Warsh แถลงข่าวด้วยน้ำเสียงค่อนข้าง hawkish ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงเกินไป
  • ครม. อนุมัติงบ 9.5 หมื่นล้านบาท โครงการปรับปรุงระบบชลประทานฝั่งตะวันออกลุ่มเจ้าพระยา เริ่มดำเนินการปีงบประมาณ 2570-2575 (6 ปี) โดย ครม. เห็นชอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ/รับมือน้ำท่วมครอบคลุม 8 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา (สระบุรี อยุธยา นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา กรุงเทพฯ) เพิ่มความสามารถรับน้ำจาก 210 เป็น 400 ลบ.ม./วินาที ครอบคลุมคลองหลัก 22 สาย (~460 กม.) และอาคารบังคับน้ำ 23 แห่ง วงเงินแบ่งเป็นเงินกู้ 7.65 หมื่นล้านบาท และงบประมาณรายปี 1.85 หมื่นล้านบาท
  • โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ถูกเลื่อนไปเริ่มช่วง Low Season (เมษายน 2570) เนื่องจากช่วงปลายปีเป็น High Season ที่ห้องพักโรงแรมมักจะเต็มอยู่แล้ว การอัดฉีดงบประมาณตอนนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ โดยงบประมาณ 4,000 ล้านบาทสำหรับโครงการนี้นำมาจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี รัฐบาลจะใช้วิธีต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชนทดแทนไปก่อนจนถึงสิ้นปี

Strategy
กลยุทธ์หลัก: โอกาสซื้อรอบใหม่ หลังผ่านพ้นการประชุม Fed มองเป็นจังหวะสะสมหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดี และยัง Laggard ชอบหุ้นระยะกลาง – ยาว โดย หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวชอบ AOT, CENTEL, ERW ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคาร เรายังชอบ KTB, KBANK, KKP, TTB

Fund Flow และตลาดการเงิน

  • ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ขาย” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ตลาดหุ้น (16 ก.ย. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 75,541.19 ล้านบาท และ (MAI) 303.63 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,192.29 ล้านบาท
  • Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-4 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 926 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 926 ล้านบาท
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.29 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

Technical : BCH, KAMART

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26
o EA, Core Inflation Rate YoY Final (Aug), Consensus=2.4%, Prior=2.5%
o EA, Inflation Rate YoY Final (Aug), Consensus=3.3%, Prior=2.9%
o US, Initial Jobless Claims (Sep/12), Consensus=209K, Prior=206K

หุ้นเด่นวันนี้
PLANB : 1) COM7 มีจัดประชุม EGM เช้านี้ สรุปดีล PLANB โดยปัจจุบัน PLANB ถือหุ้น COM 7 ที่ 11% โดยการประชุมจะสรุป Board Seat โดย PLANB เสนอไปจำนวน 2 ที่นั่ง และหากได้รับการอนุมัติ มีโอกาสรับรู้เป็น equity method ซึ่งจะช่วยหนุนกำไร PLANB เพิ่มขึ้นจากเดิมในปี 2026E/27E ที่ 4%/30%, 2) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท และมี upside จากดีลดังกล่าว
BEM : 1) แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q26E จะขยายตัว YoY, QoQ จากดอกเบี้ยและค่ายซ่อมบำรุงที่ลดลง ขณะที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้ากลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง, 2) มี catalyst จากนโยบายตั๋วร่วมที่คืบหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปี 2027E โต >10% และ cost saving ราว 100 ล้านบาท/ปี จากการนำงานซ่อมบำรุงสายสีม่วงกลับมาทำเอง, 3) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท

กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1568-1573 // แนวต้าน 1585-1590 Technical Pick: BH, PLANB

Stock picks for September 2026 : AOT, BEM, CENTEL, GPSC, PLANB, SCGP

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...