โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พรพรหม’แจงรถขยะ EV โปร่งใส เสียดายสภาฯปัดตกทำเสียโอกาสก้าวสู่เมืองต้นแบบพลังงานสะอาด

เดลินิวส์

อัพเดต 17 กันยายน 2569 เวลา 3.43 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รองผู้ว่าฯพรพรหมแจงรถขยะ EV โปร่งใส เสียดายสภากทม.ปัดตก ทำเสียโอกาสก้าวสู่เมืองต้นแบบพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยถึงกรณีที่สภากรุงเทพมหานครตัดงบประมาณโครงการรถขยะพลังงานไฟฟ้า (EV) ออกทั้งหมด และมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) บางราย ตั้งข้อสงสัยว่ามีการล็อกสเปก TOR ว่า เบื้องต้นขอทำความเข้าใจก่อนว่า กรณีงบประมาณดังกล่าว ต้องแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน

โดยขั้นตอนแรกคือ การของบประมาณไปทำโครงการ ซึ่งโครงการรถขยะ EV ที่กทม. กำลังผลักดันอยู่ในขั้นนี้ เป็นเพียงการทำเอกสารเพื่อสืบราคาจากภาคเอกชน เพื่อนำตัวเลขมาใช้ประกอบการตั้งกรอบงบประมาณเท่านั้น ซึ่งยังไม่ใช่ TOR จริง สำหรับใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด ซึ่งหากงบประมาณได้รับอนุมัติ ก็จะถือเป็นการเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง ซึ่งกทม. ก็ต้องเริ่มจัดทำ TOR ใหม่อย่างรอบคอบ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวย้ำว่า ปัจจุบัน ยังอยู่ในขั้นตอนแรก ซึ่งไม่เกี่ยวกับขั้นตอนที่สอง หรือการจัดทำร่าง TOR แต่อย่างใด ส่วน TOR เดิมในโครงการฯที่แล้ว ที่ผ่านมาสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 6 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงอุตสาหกรรม, สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่น ๆ เข้าร่วมพิจารณา ทั้งได้มีคณะกรรมการร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท.) เข้าร่วมทำข้อตกลงคุณธรรม และได้เปิดให้ภาคเอกชนเร่วมพิจารณ์หลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปด้วยความโปร่งใสสูงสุด

รองผู้ว่าฯกทม. ยังกล่าวถึงผลกระทบจากการถูกตัดงบประมาณว่า หลังจากนี้ กทม. จำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการกลับไปใช้วิธีเช่ารถขยะเครื่องยนต์ดีเซลระยะสั้นต่อไปอีก 1 ปี ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้อุปกรณ์รุ่นเดิมที่ยังคงปล่อยมลพิษแล้ว ยังมีข้อจำกัดด้านตัวเลือกของผู้ให้บริการ ที่อาจมีตัวเลือกไม่มาก เพราะต้องเป็นผู้ให้บริการที่มีความพร้อมของยานพาหนะเท่านั้น

"สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้กรุงเทพฯ เสียโอกาสที่จะเป็นเมืองต้นแบบ ที่สามารถเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดได้ และยังเสียโอกาสในการผลักดันโครงการที่คุ้มค่าในเชิงของค่าใช้จ่าย เพราะรถ EV สามารถประหยัดเงินค่าเชื้อเพลิงได้มหาศาล โดยมูลค่าโครงการภายใน 5 ปี อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท แต่ประหยัดพลังงานได้กว่า 4,000 ล้านบาท แปลว่านี่คือต้นทุนที่เราจ่ายจริงแค่ 21% เท่านั้น และส่วนต่างที่เหลือยังสามารถนำมาทำโครงการอื่นๆ ได้อีกด้วย” รองผู้ว่าฯกทม.

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวย้ำว่า กทม. พร้อมรับฟังทุกความเห็นจากทุกภาคส่วน และยินดีที่จะชี้แจง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน และเพื่อให้กทม.สามารถเปลี่ยนผ่านสู่เมืองไร้มลพิษได้ต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...