โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรูมันนี่เปิดเกม PaymentTech ชู ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ นำทัพ วาง 4 ยุทธศาสตร์ชิงอนาคตการเงินดิจิทัล

The Momentum

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

หลังจากการชำระเงินผ่าน QR Code กลายเป็นมาตรฐานของผู้บริโภคไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันนี้การแข่งขันในตลาด Digital Payment กำลังขยับไปอีกขั้น เมื่อทรูมันนี่ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อผลักดันตัวเองสู่การเป็น PaymentTechพร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ที่เปลี่ยนประสบการณ์การชำระเงินจากการสแกนสู่การแตะ โดยไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนว่า การแข่งขันของผู้ให้บริการทางการเงินไม่ได้อยู่ที่ช่องทางการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์ (Experience) และระบบนิเวศทางการเงิน (Financial Ecosystem) ที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค

มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า ความคาดหวังของผู้บริโภคในอนาคตจะไม่ได้หยุดอยู่ที่การชำระเงินที่สะดวก แต่ต้องการบริการทางการเงินที่เข้าใจบริบทของผู้ใช้งาน และทำงานร่วมกับวิถีชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

บริษัทจึงมองว่า AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา PaymentTech ยุคใหม่ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและการสร้างบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละคนได้แบบเฉพาะบุคคล

ปัจจุบันทรูมันนี่มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 35 ล้านราย และมีจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านแห่งในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่

การประกาศยุทธศาสตร์ครั้งนี้ประกอบด้วย 4 แกนหลัก

1. ยกระดับประสบการณ์การชำระเงิน

หัวใจสำคัญคือ การเปิดตัวแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ ซึ่งใช้เทคโนโลยี NFC ทำให้ผู้ใช้แตะโทรศัพท์เพื่อชำระเงินได้โดยตรง ไม่ต้องสแกน QR Code และไม่ต้องผูกบัตรเครดิต พร้อมต่อยอดสู่บริการชำระเงินอัตโนมัติและบริการทางการเงินอื่นๆ เพื่อให้แอปพลิเคชันเดียวรองรับทั้งการใช้จ่าย ออม ลงทุน และบริหารเงิน

2. ขยาย Ecosystem และการชำระเงินข้ามพรมแดน

ทรูมันนี่เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าและพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันผู้ใช้สามารถชำระเงินในกว่า 50 ประเทศและเขตการท่องเที่ยว ผ่านเครือข่าย Alipay+ และมีแผนขยายเป็น 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยว พร้อมรองรับการแตะจ่ายในต่างประเทศในอนาคต

3. สร้าง Loyalty Ecosystem

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์คือ การพัฒนา TrueMoney Coins ให้เป็นแพลตฟอร์มสะสมและแลกสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับพันธมิตรในวงกว้าง เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย และเชื่อมต่อกับบริการทางการเงินอื่นๆ รวมถึงโอกาสในการต่อยอดร่วมกับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ในอนาคต

4. ใช้ AI เป็นหัวใจของแพลตฟอร์ม

ทรูมันนี่กำลังนำ AI มาใช้ทั้งฝั่งลูกค้าและองค์กร ตั้งแต่การปรับหน้าแอปฯ ให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้ใช้ การเปิดตัว Money Buddyผู้ช่วยทางการเงินที่ให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานภายใน

เดิมพันใหม่ของตลาด PaymentTech

การเปิดตัว ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ อาจเป็นเพียงฟีเจอร์ใหม่ในสายตาผู้บริโภค แต่ในมุมธุรกิจ นี่คือสัญญาณว่าตลาด Digital Payment ไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันระลอกใหม่

จากเดิมที่ผู้เล่นแข่งขันกันด้วยจำนวนร้านค้าและการสแกน QR Code วันนี้เกมกำลังเปลี่ยนไปสู่การสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อการใช้จ่าย สิทธิประโยชน์ AI และบริการทางการเงินเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้บริโภคใช้แอปฯ เดียวจัดการทุกเรื่องการเงิน

นั่นทำให้บทบาทของผู้ให้บริการ E-Wallet ขยับจากการเป็นช่องทางชำระเงินสู่ Everyday Financial Platform ที่แทรกอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเป็นสนามแข่งขันสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลไทยในระยะต่อไป

จากยุคสแกนสู่ยุคแตะจ่าย เมื่อทรูมันนี่พยายามทำให้ Contactless เข้าถึงคนไทยมากขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการประกาศยุทธศาสตร์ครั้งนี้ คือการที่บริษัทมองว่าฟีเจอร์นี้จะเป็นก้าวต่อไปของการชำระเงินดิจิทัล หลังจากคนไทยคุ้นเคยกับการสแกน QR Code เพื่อชำระเงินเป็นเวลาหลายปี

ความแตกต่างของบริการนี้คือ ผู้ใช้แตะโทรศัพท์เพื่อชำระเงินได้ โดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้ใช้งาน Digital Wallet สามารถเข้าถึงการชำระเงินแบบ Contactless ได้โดยตรงผ่านแอปฯ

ธนรัฐ ธุวสุจิเรขผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการชำระเงินผ่านมือถือยังมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปลดล็อกเครื่อง เปิดแอปฯ ไปจนถึงการสแกน QR Code ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังประสบการณ์ที่รวดเร็วและใกล้เคียงกับการแตะบัตรมากขึ้น

‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดขั้นตอนการชำระเงิน โดยใช้เวลาทำรายการเฉลี่ยเพียง 6 วินาที และออกแบบให้รองรับการใช้งานของผู้บริโภคที่พกสมาร์ตโฟนติดตัวเป็นหลัก

ทรูมันนี่เลือกเปิดบริการพร้อมกัน 2 รูปแบบ

รูปแบบแรก คือ BlueTap หรือระบบ Closed Loop ที่รองรับทั้งผู้ใช้ iOS และ Android ผ่านเครื่องรับชำระเงินของทรูมันนี่ ซึ่งเริ่มให้บริการที่ 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตร โดยตั้งเป้าขยายจุดรับชำระเป็น 5 หมื่นจุดทั่วประเทศ ภายในเดือนกันยายน 2569

อีกรูปแบบคือ Open Loop ผ่านเครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Alipay+ และ Mastercard Wallet Pay เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ Android ตั้งแต่ 21 กรกฎาคม 2569 และใช้แตะจ่ายได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทรูมันนี่ระบุว่า การรองรับทั้งระบบ Closed Loop และ Open Loop พร้อมกัน ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ผู้ใช้งาน Digital Wallet สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 รูปแบบภายใต้แอปฯ เดียว

เป้าหมายไม่ใช่แค่จ่ายเงิน แต่คือขยาย Ecosystem

ในเชิงธุรกิจ การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มทางเลือกในการชำระเงิน แต่ยังเป็นการขยายระบบนิเวศของทรูมันนี่ให้ครอบคลุมทั้งร้านค้า การเดินทาง และการใช้จ่ายข้ามประเทศ

ปัจจุบันผู้ใช้งานสามารถแตะจ่ายผ่านเครื่อง EDC ได้กว่า 9 แสนจุดทั่วไทย และกว่า 150 ล้านจุดรับชำระใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างหารือกับ BEM เพื่อนำระบบแตะจ่ายเข้าสู่รถไฟฟ้า MRT ภายในไตรมาส 4 ของปี 2569 หลังจากเริ่มรองรับการชำระค่าโดยสารบนรถเมล์ ขสมก.แล้วกว่า 6,000 คัน

ตัวเลขแรกสะท้อนการยอมรับของผู้ใช้

ทรูมันนี่เปิดเผยว่า หลังเริ่มให้บริการผ่าน BlueTap มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดแตะจ่ายสะสมมากกว่า 5 ล้านครั้ง โดยกว่า 70% เป็นผู้ใช้ iPhone และอีก 30% เป็นผู้ใช้ Android

บริษัทระบุว่า ร้านค้าพันธมิตรบางแห่งมียอดขายจากผู้ใช้ทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หลังเปิดให้บริการแตะจ่าย ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้ (Spending per User) เพิ่มขึ้นราว 14%

มากกว่าฟีเจอร์ใหม่ คือการแข่งขันรอบใหม่ของ PaymentTech

หากการสแกน QR Code เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับสังคมไร้เงินสด การผลักดัน Contactless Payment ผ่าน Digital Wallet โดยไม่ต้องพึ่งบัตรเครดิต อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันระลอกใหม่ในตลาด PaymentTech

เพราะสิ่งที่ผู้เล่นกำลังแข่งขันกัน ไม่ใช่แค่เรื่องวิธีจ่ายเงิน แต่คือการทำให้การชำระเงินเกิดขึ้นเร็วที่สุด และแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ระบบขนส่ง ไปจนถึงการใช้จ่ายข้ามพรมแดน ซึ่งจะกลายเป็นอีกสนามสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในช่วงต่อจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...