หน้าฝนฮีลใจเที่ยว “อุตรดิตถ์”
เพราะเสน่ห์ของลับแลไม่ได้มีเพียงเรื่องราวของเมือง แต่ยังซ่อนอยู่ในรสชาติอาหารที่เรียบง่ายและเป็นเอกลักษณ์ มาถึงแล้วจึงต้องลอง “หมี่พัน” และ“ข้าวพันผัก” อาหารถิ่นซิกเนเจอร์ที่อยู่คู่กับวิถีคนลับแลมายาวนาน ยิ่งได้ชิมกันสด ๆ ในถิ่นต้นตำรับ อย่าง “ร้านป้าหว่างหมี่พัน” หรือร้านอาหารเหนือสไตล์ลับแลต้องลอง “ลำลำ ลับแล” บอกเลยว่าเหมือนได้ทำความรู้จักเมืองผ่านรสชาติไปพร้อมกัน
อิ่มจากอาหารพื้นถิ่นแล้ว อย่าเพิ่งรีบออกจากลับแล เพราะความสนุกของฤดูฝนกำลังรออยู่ “ในสวน” ที่จะเชิญชวนให้เข้าไปสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ใกล้ชิดกับถิ่นกำเนิดของผลไม้ทรงกลมสีเหลืองอ่อนอันเลื่องชื่อ หนึ่งในพิกัดแนะนำคือ “สวนรังสฤษฎ์” อ.ลับแล สวนเกษตรอินทรีย์ที่พิถีพิถันการปลูกผลไม้ด้วยใจ ซึ่งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกลิ่นอายของสวนผลไม้ พร้อมฟังเรื่องราวและเรียนรู้วิถีการทำสวน
ไฮไลต์อยู่ที่การได้ลอง เก็บและชิมผลไม้สด ๆ จากต้นด้วยตัวเอง ลางสาดของอุตรดิตถ์มีเอกลักษณ์ที่เปลือกบาง เนื้อใส รสหวานอมเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม ส่วนลองกองมีรสหวาน เนื้อเยอะ เมล็ดน้อย ยิ่งได้ชิมกันกลางสวนในช่วงที่ผลไม้กำลังออกเต็มที่ ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมฤดูกาลนี้จึงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด
ที่ลับแลผลไม้หนึ่งพวงจึงไม่ได้มีเพียง “ความหวาน” แต่ยังมีเรื่องราวของพื้นที่ วิถีของคนทำสวน และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสได้ด้วยตัวเอง และหากมาเยือนในเดือนกันยายน ความคึกคักจะยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะจังหวัดอุตรดิตถ์เตรียมจัด “เทศกาลลางสาด ลองกองหวาน และสินค้า OTOP จังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2569” ระหว่าง 18–27 กันยายน 2569 ณ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก ชวนเลือกชิม เลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาลจากเกษตรกร รวมถึงสินค้า OTOP และของดีจากทั่วจังหวัด
นอกจากความหวานสดจากสวนแล้ว ยังสามารถตามหารสชาติใหม่ ๆ จากเมนูที่นำลางสาด–ลองกอง มาต่อยอดเป็นอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม เปลี่ยนผลไม้คุ้นเคยให้กลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ด้านอาหารที่น่าลองเมื่อมาเยือนอุตรดิตถ์
ร้านอาหารที่สามารถทานเมนูลองกองและลางสาด ได้แก่ “ร้านตักเงินริมคลอง” มีเมนูแกงเผ็ด ลองกอง ยำลางกองทรงเครื่อง ส้มตำลองกองเมืองลับแล “ร้านส้มตำบ้านสวน” มีเมนูยำลองกองบ้านสวน ส้มตำลองกอง “ร้านหอมมะลิ” นำเสนอเมนูยำลองกองสับปะรดห้วยมุ่น รับรองอร่อยแซ่บนัวถึงใจ ให้ได้ลิ้มลอง
เที่ยวสวนแล้วมุ่งหน้าสู่อำเภอท่าปลา จุดหมายแรกคือ “เขื่อนสิริกิติ์” ในฤดูฝนแนวเขารอบเขื่อนสีเขียวสด อากาศเย็นสบาย ผืนน้ำกว้างทอดตัวรับกับภูเขาสลับซับซ้อน เป็นบรรยากาศที่เหมาะกับการพักสายตาและปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ ช่วงเย็นห้ามพลาดขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกบนสันเขื่อน รอชมแสงสุดท้ายค่อย ๆ ทาบลงบนผืนน้ำ ก่อนแวะกราบสักการะ “พระพุทธสิริสัตตราช” องค์พระประจำเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
เมื่อมาถึงเมืองแห่งสายน้ำ เรื่องอาหารก็ต้องยกให้เมนูปลาน้ำจืด ชิม “ปลาตะโกกเผา” เนื้อแน่นหอมกลิ่นย่าง ที่สันเขื่อน หรือลองแวะ “ร้านระเบียงน่าน เขื่อนสิริกิติ์” ทาน “ยำปลาซิวแก้ว” รสจัดจ้าน เมนูขึ้นชื่อ
หรือจะขึ้นไปตามหาดอกหงอนนาคบน “ภูสอยดาว” อีกหนึ่งภาพจำของอุตรดิตถ์ในฤดูฝน ที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อำเภอน้ำปาด ช่วงเดือน สิงหาคม–กันยายน คือเวลาที่ “ดอกหงอนนาค” ค่อย ๆ ผลิบานแต้มสีม่วงไปทั่วทุ่งหญ้าบนลานสน
บนเส้นทางเดินทางศึกษาธรรมชาติเพื่อพิชิตลานสนมีระยะทางรวมประมาณ 6.5 กิโลเมตร โดยนักเดินป่าจะต้องผ่านเนินวัดใจทั้งหมด 5 เนินหลัก ได้แก่ เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ แต่เมื่อขึ้นถึงลานสน ความเหนื่อยระหว่างทางจะถูกแทนที่ด้วยภาพความงดงามที่รออยู่ สอบถามข้อมูลการเดินทาง ได้ที่ Facebook Page : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว - Phu soi dao National Park โทร. 095 629 9528
นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ข้อมูลว่า ครึ่งปีแรกอุตรดิตถ์มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ต่อเนื่อง ยอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 747,129 คน-ครั้ง โตขึ้น 7.10% มีรายได้จากการท่องเที่ยว จำนวน 1,586.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.14% มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 56.09% สูงกว่าปีก่อน 4.85% เป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยองค์ประกอบของอุตรดิตถ์ที่มีต้นทุนทางสินค้าด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องธรรมชาติ อาหารถิ่น 3 วัฒนธรรม และผลไม้ที่หาทานได้ทุกฤดูกาล
นางสาวภัททิรา คำอภิวงศ์ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ (ททท.) เสริมว่า อุตรดิตถ์ เป็น 1 ใน 55 เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ โดยในปี พ.ศ.2569 ททท.ได้กำหนดแคมเปญ #สุขทันทีที่เที่ยวไทย มุ่งเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านการเล่าเรื่องจากประสบการณ์จริง โดย ศูนย์ฯ อุตรดิตถ์ ได้ดำเนินโครงการ “เที่ยวอุตรดิตถ์ติดใจประสบการณ์ใหม่มิรู้ลืม” โดยมีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้เชิงพื้นที่และชูจุดแข็ง Must Taste ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหารถิ่นและผลไม้ทุกฤดูกาล ในช่วง Green Season นี้อุตรดิตถ์มีจุดขายที่โดดเด่นเรื่องธรรมชาติ เพราะมีแม่เหล็กคือ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว และมีผลไม้ลางสาด ลองกอง ที่กำลังทยอยออกผลผลิตจำนวนมาก สมกับได้รับการกล่าวถึงว่า “อุตรดิตถ์ มหานครแห่งผลไม้ของภาคเหนือ”
การเดินทางมาอุตรดิตถ์สามารถเลือกได้ตามสไตล์ จะขับรถเที่ยวเอง หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่ง “รถไฟ” ปล่อยเวลาให้เดินช้าลง ชมทิวทัศน์สองข้างทางที่เขียวชอุ่มหลังสายฝน ก่อนลงที่สถานีอุตรดิตถ์หรือสถานีศิลาอาสน์ แล้วเริ่มต้นออกไปสัมผัสเรื่องราวของเมืองนี้ด้วยตัวเอง สอบถามเพิ่มเติมศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. 055-479824, 065-5254962