REVIEW หุ้นกลุ่มธนาคารไตรมาส 2/69 เก็บหุ้นเด่นยามอ่อนตัว
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ก.ค. เวลา 00.39 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. เวลา 00.39 น. • The Bangkok Insightบล.กสิกรไทย REVIEW หุ้นกลุ่มธนาคารไตรมาส 2/69 เก็บหุ้นเด่นยามอ่อนตัว คงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร แต่เลือกอย่างระมัดระวังมากขึ้น!!
บล.กสิกรไทย : REVIEW 2Q69 กลุ่มแบงก์ เก็บหุ้นเด่นยามอ่อนตัว โดยระบุว่า กำไรกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/69 สูงกว่าคาดเล็กน้อย จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่งและกำไรจาก FVTPL ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์มีทั้งปัจจัยบวกและลบ แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 คาดดีขึ้น หนุนจาก NIM ที่ทรงตัว การเติบโตของสินเชื่อภาคธุรกิจ และ ECL ที่ลดลง หลังตั้งสำรองในระดับสูงไปแล้วในช่วง 1H69
คงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร แต่เลือกอย่างระมัดระวังมากขึ้น เราชอบ KKP, KTB และ CREDIT จากคาดว่ากำไรในช่วง 2H69 จะปรับตัวดีขึ้นตาม ECL ที่ลดลง
Investment Highlight
กำไรไตรมาส 2/2569 สูงกว่าคาดเล็กน้อย กำไรรวมของธนาคารทั้ง 7 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ของเราอยู่ที่ 5.04 หมื่นล้านบาท ลดลง 1% QoQ และ 3% YoY โดยสูงกว่าที่เราคาดไว้ 4% จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่สูงกว่าคาด 12% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและกำไรจากเงินลงทุนที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ขณะที่ผลประกอบการออกมาใกล้เคียงกับตลาดคาด สินเชื่อเติบโตเล็กน้อย QoQ จากสินเชื่อภาคธุรกิจ ขณะที่อัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) เริ่มทรงตัวในไตรมาส 2/2569 รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิยังคงแข็งแกร่งจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการลงทุนด้าน IT แม้อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) จะลดลง QoQ มาอยู่ที่ 3.7% จาก 3.8% ในไตรมาส 1/2569 แต่เรามองว่าคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 2/2569 ยังคงอ่อนแอ เนื่องจากการลดลงของ NPL มีสาเหตุหลักจากการตัดหนี้สูญ และการขาย NPL ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการคงอยู่ของลูกหนี้ในโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ยังอยู่ในระดับสูงที่ 80–90% ในภาพรวมของอุตสาหกรรม
อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น พร้อมเดินหน้าเติบโตอย่างระมัดระวังและคัดเลือกมากขึ้น หลังการประกาศผลประกอบการ เราได้เข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของธนาคารแล้ว 5 แห่ง ธนาคารส่วนใหญ่คาดว่าต้นทุนเงินฝากจะปรับลดลงเล็กน้อยต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 ก่อนทรงตัว ขณะที่ผลตอบแทนจากสินเชื่อจะยังเผชิญแรงกดดันเล็กน้อยจากการเปลี่ยนสัดส่วนสินเชื่อไปยังลูกค้าภาคธุรกิจมากขึ้น KKP ส่งสัญญาณเชิงบวกมากที่สุดในการประชุมนักวิเคราะห์ ผ่านการปรับลดเป้าหมายค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) และการตั้งเป้าหมายอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงขึ้น ขณะที่ TTB เน้นว่าการบริหารเงินทุนจะเปลี่ยนจุดเน้นจากการซื้อหุ้นคืนไปสู่แนวทางอื่นมากขึ้น เรามองว่าสินเชื่อ SME และสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากการเกิด NPL ใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองส่วนเพิ่มอย่างระมัดระวังของ TTB ต่อมูลค่าการกู้คืนหนี้ และความน่าจะเป็นในการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้นในกลุ่มลูกค้าระดับล่าง สินเชื่อภาคธุรกิจและสินเชื่อเช่าซื้อยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ขณะที่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถของธนาคาร เช่น SCB และ TISCO ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านคุณภาพสินทรัพย์
แนวโน้มสถิติการดำเนินงานสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น แม้เราคาดว่ากำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะลดลง HoH จาก opex ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 4/2569 และฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูง HoH แต่เราเชื่อว่าตัวเลขการดำเนินงานสำคัญของกลุ่มธนาคารจะปรับตัวดีขึ้น HoH โดยคาดว่าสินเชื่อจะยังเติบโตต่อเนื่อง และสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 1.5–2% ในปี 2569 ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาคธุรกิจ ขณะที่ NIM ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะทรงตัวจากระดับในไตรมาส 2/2569 เราเชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่ได้เร่งตั้งสำรอง ECL ไปแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และ ECL จะทยอยลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำไร HoH เรามองว่า KKP และ KTB มีโอกาสสูงที่สุดที่จะรายงานกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เติบโต HoH โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการปรับลด credit cost ได้มากกว่าธนาคารอื่น และแนวโน้มการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งกว่า
มุมมอง KS
เน้นการคัดเลือกหุ้นมากขึ้น เราคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร แต่จะเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวมากขึ้น เรามองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นกลุ่มธนาคารเมื่อวานนี้เป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้น โดยเรียงลำดับหุ้นเด่นของเราตามความชอบ ได้แก่
- KKP : แนวโน้มครึ่งหลังของปี 2569 แข็งแกร่ง พร้อม upside ที่อาจเกิดขึ้นจาก Dime! และธุรกิจ Prime Brokerage
- KTB : คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง และมีระดับการตั้งสำรอง (coverage ratio) ที่สูง
- CREDIT : โดดเด่นในตลาดสินเชื่อเฉพาะกลุ่ม มีกำไรเติบโตแข็งแกร่ง และมีมูลค่าหุ้นที่ถูกมาก หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เรามองว่าปัจจัยพื้นฐานของ TISCO และ TTB มีความน่าสนใจมากขึ้น และจะรอจังหวะที่มูลค่าหุ้นน่าสนใจยิ่งขึ้นก่อนพิจารณาทบทวนคำแนะนำ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 5 ตัวชี้วัดจับสัญญาณหุ้น Turnaround
- ‘โกลเบล็ก’ ชี้หุ้นไทยรับแรงกระแทกน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อป่วน มองกรอบ 1,600-1,650 จุด
- ไทยออลย์ พุ่งเกิน 40% ในเวลาไม่ถึงเดือน ! อะไรอยู่เบื้องหลัง
ติดตามเราได้ที่