โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัตว์ป่าฟลอริดาเผชิญวิกฤต หลังรัฐบาลทรัมป์เลิกคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

SpringNews

อัพเดต 59 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สัตว์ป่าหายากที่เป็นเอกลักษณ์ของรัฐฟลอริดา เช่น พะยูน เต่าโกเฟอร์ หมีดำ และซาลาแมนเดอร์ลายตาข่าย กำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน หลังจากการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบของพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species Act หรือ ESA) ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลอย่างหนักในกลุ่มนักอนุรักษ์และสมาชิกสภานิติบัญญัติบางส่วน

ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงกฎหมายฉบับนี้ คือการยกเลิกนิยามคำว่า “อันตราย” โดยตัดการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติออกจากการกระทำที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า รวมถึงยกเลิกการคุ้มครองสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามโดยอัตโนมัติ และหันไปเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งนักวิจัยและกลุ่มสิ่งแวดล้อมกังวลว่าจะเร่งให้เกิดการสูญเสียถิ่นที่อยู่ ปล่อยให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และมลพิษขยายตัวโดยไร้การควบคุม

ผลกระทบเห็นได้ชัดเจนทันทีเมื่อกรมคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งรัฐฟลอริดา (DEP) ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอให้ยกเลิกคำตัดสินเดิมที่เชื่อมโยงระเบียบบังคับน้ำเสียของรัฐกับการตายของพะยูนกว่า 1,000 ตัวในปี 2021 โดย DEP อ้างว่ากฎใหม่ทำให้ความรับผิดชอบของรัฐหมดไป เนื่องจากเป็นการแต่งเติมผลกระทบทางอ้อมต่อถิ่นที่อยู่ ไม่ใช่การกระทำที่มุ่งเป้าทำร้ายพะยูนโดยตรง สร้างความกังวลว่าจะเกิดภาวะพะยูนอดตายจากการสูญเสียหญ้าทะเลซ้ำรอยอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ความพยายามปรับลดความคุ้มครองนี้ได้สร้างความขัดแย้งทางการเมือง แม้แต่ในกลุ่มสมาชิกสภานิติบัญญัติพรรครีพับลิกันของฟลอริดาบางส่วนก็ยังลังเลและคัดค้าน เนื่องจากรัฐฟลอริดาพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สร้างรายได้มหาศาล และประชาชนส่วนใหญ่ต่อต้านโครงการขนาดใหญ่ที่คุกคามธรรมชาติหรือการขุดเจาะน้ำมันใกล้ชายหาด

ในภาคปฏิบัติ นักอนุรักษ์อย่าง แมตต์ อเรสโก ผู้อำนวยการองค์กรอนุรักษ์ที่ดินโนคุเซะ ระบุว่าทางเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือการเร่งกว้านซื้อที่ดินแข่งกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้สัตว์ป่า แต่ราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นประกอบกับกฎหมายที่อ่อนแอลง อาจทำให้พื้นที่อนุรักษ์กลายเป็นเพียง "เกาะโดดเดี่ยว" ที่ไม่เพียงพอต่อการรอดชีวิตของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...