โรงเรียนดังขอนแก่น ออกแจงด่วน! ปมเด็ก ม.6 ถูกเพื่อนแกล้ง-ทำร้ายร่างกาย
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง ไถเงิน และทำร้ายร่างกายด้วยการใช้บุหรี่จี้ตามร่างกาย โดยโรงเรียนระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา
โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ระบุว่า ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สวัสดิภาพ และความเป็นอยู่ของนักเรียนทุกคนเป็นสำคัญ หลังได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โรงเรียนได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบถามนักเรียนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชิญผู้ปกครองเข้าหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์
จากการตรวจสอบเบื้องต้น โรงเรียนพบว่าเหตุการณ์มีจุดเริ่มต้นจากกรณีการทวงถามและการยืมเงินระหว่างนักเรียน โดยมีหลักฐานการสนทนาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นข้อกล่าวหาว่ามีการใช้บุหรี่จี้ทำร้ายร่างกาย โรงเรียนระบุว่า นักเรียนผู้ถูกกล่าวอ้างถึงเหตุการณ์ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไม่ชัดเจน ขณะที่นักเรียนอีกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ
ดังนั้น โรงเรียนจึงยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงหรือระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิดได้ในขณะนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้านก่อน
นอกจากนี้ โรงเรียนได้เชิญนักเรียนและผู้ปกครองของทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจและดำเนินการในส่วนที่โรงเรียนสามารถดำเนินการได้ โดยมีการกล่าวขอโทษและปรับความเข้าใจระหว่างกัน
สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการดำเนินคดี โรงเรียนยืนยันว่าเคารพสิทธิของทุกฝ่าย และสามารถเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามกฎหมาย เพื่อให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนยืนยันว่าจะติดตามดูแลนักเรียนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้ง การใช้ความรุนแรง รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมภายในสถานศึกษาอย่างจริงจัง โดยยึดความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของนักเรียนเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน โรงเรียนขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิ ความเป็นส่วนตัว และสภาพจิตใจของเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริงและกระบวนการตรวจสอบตามหลักความเป็นธรรมต่อไป