โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุโมงค์ถล่มในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในอินเดีย เสียชีวิต 10 สูญหายอีก 17

JS100

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
อุโมงค์ถล่มในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในอินเดีย เสียชีวิต 10 สูญหายอีก 17

เกิดเหตุอุโมงค์ถล่มในรัฐสิกขิม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย สื่อในอินเดียรายงานว่า อุโมงค์ที่เกิดเหตุกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คนและ ทีมกู้ภัยกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเข้าถึงผู้ติดอยู่ภายในอุโมงค์ 17 คน เนื่องจากสภาพภายในอุโมงค์เป็นอันตราย

ในเบื้องต้นคาดว่า สาเหตุเกิดจากก๊าซระเบิด ตามที่ผู้รอดชีวิตบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จากนั้นอุโมงค์พังถล่มลงมาปิดทาง ทำให้มีคนงานหลายสิบคนติดอยู่ข้างใน

ที่เกิดเหตุอยู่ในหมู่บ้านซามาร์ดุง ใกล้ชายแดนภูฏานและทิเบตในเทือกเขาหิมาลัย ขณะที่คนงานหลายคนกำลังทำงานก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 500 เมกะวัตต์ของบริษัทการไฟฟ้าแห่งชาติ (NHPC) ซึ่งเป็นของรัฐตั้งอยู่บนแม่น้ำทีสตา

บริษัท NHPC เผยแพร่แถลงการณ์ ระบุว่า การระเบิดเกิดจากก๊าซมีเทนภายในอุโมงค์ หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ 6 คนจาก NHPC เข้าไปในอุโมงค์เพื่อสนับสนุนการกู้ภัย แต่พวกเขากลับติดอยู่ในอุโมงค์

หน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRF) เพิ่มเติมว่า พบก๊าซพิษ เช่น มีเทน คาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ภายในอุโมงค์ ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจแบบพิเศษขณะพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศที่เป็นอันตราย

อินเดียมีอุบัติเหตุจากการก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในภูมิภาคหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว โดยลุ่มแม่น้ำทีสตา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 500 เมกะวัตต์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนแนวเปลือกโลกที่มีพลัง ประกอบไปด้วยชั้นหินที่เปราะบาง และโพรงใต้ดินที่สามารถกักเก็บและสะสมก๊าซ ที่ทำให้ติดไฟและเกิดการระเบิดได้ง่าย

#อุโมงค์ถล่ม

#อินเดีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...