โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กปร.ปฏิรูประบบประเมินโครงการพระราชดำริ ดันต้นแบบพัฒนาพื้นที่ยั่งยืน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางศศิพร ปาณิกบุตร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ สะท้อนผลสัมฤทธิ์การพัฒนาได้อย่างชัดเจน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ

โดยล่าสุดได้ดำเนินการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการจัดทำตัวชี้วัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับระบบการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ สะท้อนผลสัมฤทธิ์การพัฒนาได้อย่างชัดเจน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ

ใช้ตัวชี้วัดมาตรฐานเดียวกัน

การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายคือ การทำให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทุกแห่งทั่วประเทศ จัดเก็บข้อมูลตัวชี้วัดภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญ ประกอบด้วยตัวชี้วัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ คุณภาพดิน ปริมาณและคุณภาพน้ำ การฟื้นตัวของระบบนิเวศป่าไม้ และความหลากหลายทางชีวภาพ

และตัวชี้วัดด้านคุณภาพชีวิต ได้แก่ ผลผลิตทางการเกษตร และรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ความสำเร็จในระยะยาว เพื่อใช้ต่อยอดงานวิจัยและเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ดี หนึ่งในผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สะท้อนความสำเร็จได้อย่างชัดเจน คือ การฟื้นฟูผืนป่าในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ที่ในอดีตเคยเสื่อมโทรม จนเสี่ยงต่อการกลายเป็นทะเลทราย

กปร.ปฏิรูประบบประเมินโครงการพระราชดำริ ดันต้นแบบพัฒนาพื้นที่ยั่งยืน

แต่ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ เช่น การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก และ การพัฒนาระบบป่าเปียก (ภูเขาป่า) ทำให้ปัจจุบันพื้นที่กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียว อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่า

”สำนักงาน กปร. เริ่มจัดทำระบบตัวชี้วัดนี้มาตั้งแต่ปี 2546 การสัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการยกระดับมาตรฐานข้อมูลวิชาการ เพื่อใช้เป็นเครื่องยืนยันแก่สาธารณชนว่าการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ สามารถสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง"

นางสาวสุนิษา พยัคฆรักษ์ นักวิชาการป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า การติดตามข้อมูลผ่านแปลงศึกษาถาวรทำให้สามารถวัดผลได้จากจำนวนชนิดพันธุ์ไม้ที่เพิ่มขึ้น สัตว์ป่าที่กลับคืนถิ่น รวมทั้งความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนประสิทธิภาพของแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด เมื่อป่าได้รับการฟื้นฟู ระบบนิเวศโดยรวมก็ดีขึ้นตามไปด้วย ดินมีความชุ่มชื้น กักเก็บอินทรียวัตถุได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ ที่สำคัญ ชุมชนโดยรอบยังสามารถพึ่งพิงป่าได้อย่างยั่งยืน ทั้งการเก็บของป่า เห็ด และไม้ไผ่ สร้างรายได้ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูลกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...