โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์จ่อเซ็น ดีลนิวเคลียร์ซาอุฯ เปิดทางเสริมยูเรเนียมในประเทศ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สำนักข่าว CNN รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถ เสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) ภายในประเทศได้ แม้จะไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้มาตรการคุ้มครองด้านนิวเคลียร์ตามมาตรฐานสากลทั้งหมดที่มีเป้าหมายป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ CNN อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาและเอกสารที่ได้ตรวจสอบ ระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่สหรัฐฯ จะสนับสนุนโครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของซาอุดีอาระเบีย กำลังรอการลงนามจากประธานาธิบดีทรัมป์ แม้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียจะเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2025 แล้วก็ตาม

สำนักข่าว CNN รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถ เสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) ภายในประเทศได้ แม้จะไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้มาตรการคุ้มครองด้านนิวเคลียร์ตามมาตรฐานสากลทั้งหมดที่มีเป้าหมายป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

CNN อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาและเอกสารที่ได้ตรวจสอบ ระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่สหรัฐฯ จะสนับสนุนโครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของซาอุดีอาระเบีย กำลังรอการลงนามจากประธานาธิบดีทรัมป์ แม้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียจะเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2025 แล้วก็ตาม

แหล่งข่าวสองรายระบุว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทรัมป์ยังไม่ลงนาม คือสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในปัจจุบัน ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวว่า มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลในสภาคองเกรสว่า หากรัฐบาลทรัมป์ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว อาจเผชิญมติคัดค้านจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ซึ่งสามารถขัดขวางไม่ให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ให้ความเห็นกับ CNN ว่า หากไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด ข้อตกลงนี้อาจเปิดช่องให้ซาอุดีอาระเบียพัฒนาไปสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เคยประกาศว่า หากอิหร่านสามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซาอุดีอาระเบียก็จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองเช่นกัน

แหล่งข่าว 4 รายเปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยความตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือ 123 Agreement ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและวัสดุนิวเคลียร์จากสหรัฐฯ ไปยังประเทศคู่สัญญา รวมถึงข้อตกลงด้านมาตรการคุ้มครองทางนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองข้อตกลงยังไม่ได้ถูกส่งให้รัฐสภาพิจารณา ทั้งที่กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้รัฐบาลต้องส่งให้สภาคองเกรสตรวจสอบหลังประธานาธิบดีลงนามแล้ว

ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามของ CNN เกี่ยวกับสถานะของข้อตกลงดังกล่าว โดยอ้างเพียงแถลงการณ์ของ คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ประกาศว่าสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียบรรลุการเจรจาความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติแล้ว

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตัน ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว

CNN ยังรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ชี้แจงสาระสำคัญของข้อตกลงต่อสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือแปรรูปพลูโทเนียมภายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า ถือเป็นแนวทางที่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับข้อตกลงนิวเคลียร์ลักษณะนี้

แม้ร่างข้อตกลงจะกำหนดเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมตามข้อเสนอของสหรัฐฯ แต่รายละเอียดของข้อจำกัดดังกล่าวยังไม่ถูกเปิดเผย

นอกจากนี้ ข้อตกลงยังไม่ได้เป็นการรับประกันว่าซาอุดีอาระเบียจะได้รับเทคโนโลยีหรือวัสดุนิวเคลียร์ที่มีความอ่อนไหวทันที เนื่องจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีแต่ละครั้งยังต้องผ่านกระบวนการอนุมัติเพิ่มเติม

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการแปรรูปพลูโทเนียม เป็นสองกระบวนการหลักที่สามารถนำไปสู่การผลิตวัสดุสำหรับสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ โดยประเทศส่วนใหญ่ที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มักไม่นิยมผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเอง แต่เลือกนำเข้าจากผู้ผลิต เช่น สหรัฐฯ หรือรัสเซีย ภายใต้การกำกับดูแลของนานาชาติ

อีกประเด็นที่สร้างความกังวลคือ ร่างข้อตกลงไม่ได้กำหนดให้ซาอุดีอาระเบียต้องเข้าร่วม พิธีสารเพิ่มเติม (Additional Protocol) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เพิ่มอำนาจในการตรวจสอบกิจกรรมนิวเคลียร์ของประเทศสมาชิก

เอกสารที่รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งให้สภาคองเกรสเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่ง CNN ได้ตรวจสอบ ระบุว่า มาตรการกำกับดูแลจะเป็นเพียงข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียเท่านั้น

ทั้งนี้ IAEA เป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติที่มีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติตาม สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ผ่านการตรวจสอบภาคสนาม การติดตามด้วยเทคโนโลยี และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศสมาชิก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...