โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

รวมถึงการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่ระบบที่เปิดเสรีมากขึ้นเพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาว รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero ภายในปี ค.ศ.2050 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงนโยบายพลังงานกับภาคเศรษฐกิจอื่น เช่น การส่งเสริมเกษตรสีเขียวและระบบขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต โดยรวมเป็นการวางรากฐานสู่ระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพ และรองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ ณ อ่างเก็บน้ำหนองไก่เตี้ย ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาถึงรูปแบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสำหรับใช้ภายในพื้นที่ และการเปลี่ยนแปลงบทบาทของผู้ใช้ไฟฟ้าในระบบพลังงานไทย

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะเชื่อมเข้าสู่ระบบไฟฟ้าเดิมของฐานทัพเรือสัตหีบ และควบคุมกำลังผลิตไม่ให้เกินความต้องการใช้ภายในพื้นที่ คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าในไตรมาสแรกของปี 2570 ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 6.35 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 82,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตลอดอายุโครงการ โดยโครงการมีกำลังผลิตติดตั้ง 5.03 เมกะวัตต์พีก พัฒนาด้วยเทคโนโลยีภายในประเทศ และมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพลังงานของกองทัพเรือ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

แม้โครงการดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงพลังงาน แต่การที่ สนพ.พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ครั้งนี้มีนัยสำคัญมากกว่าการเยี่ยมชมโครงการพลังงานสะอาดทั่วไป เพราะเป็นการชี้ให้เห็นโจทย์ใหม่ที่ต้องนำไปพิจารณาในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 เมื่อหน่วยงาน ภาคธุรกิจ และประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ปริมาณไฟฟ้าที่ดึงจากโครงข่ายจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตได้ ขณะที่ระบบไฟฟ้าหลักยังต้องเตรียมกำลังผลิตและโครงข่ายให้พร้อมรองรับในช่วงที่แสงอาทิตย์ไม่เพียงพอหรือไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเปิดเผยถึงภาพรวมของแผน PDP 2026 ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด รองรับเป้าหมาย Net Zero และกติกาการค้าด้านคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าแผน PDP 2026 จะต้องจัดทำแล้วเสร็จในปี 2569 ขณะที่กระทรวงพลังงานได้วางทิศทางให้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดมีสัดส่วนร้อยละ 60 ภายในปี 2050 พร้อมผลักดันโซลาร์รูฟท็อป การซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง และพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มพลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงการเติมกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนลงในแผนให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ระบบไฟฟ้าจะรักษาสมดุลได้อย่างไร ใครจะรับผิดชอบต้นทุนของโครงข่ายและกำลังผลิตสำรอง และจะบริหารความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองกับระบบไฟฟ้าหลักอย่างเป็นธรรมเพียงใด เพราะเมื่อโรงไฟฟ้าเริ่มย้ายมาอยู่ในพื้นที่ของผู้ใช้ไฟฟ้า แผนไฟฟ้าของประเทศจึงไม่ใช้แค่เรื่องที่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเท่าไร แต่ต้องอธิบายให้ประชาชนทราบได้ว่าระบบไฟฟ้าของประเทศ จะถูกบริหารการผลิต การใช้ และบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงได้อย่างไร

การลงพื้นที่ของคณะผู้บริหาร สนพ. และสื่อมวลชนครั้งนี้ยังทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานส่งผลให้โรงไฟฟ้า “ขนาดเล็ก” กลายเป็น “โจทย์ใหญ่” ของประเทศไทย ที่จะกำหนดอนาคตระบบพลังงานของคนทั้งชาติ.

บุญช่วย ค้ายาดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...