“รังสิมันต์” แฉโกงสอบท้องถิ่นโยงการเมือง ไม่ควรตัดตอนแค่ ขรก.
"รังสิมันต์" แฉโกงสอบท้องถิ่นโยงฝ่ายการเมือง ชี้ ไม่ควรตัดตอนแค่ข้าราชการ จี้ "อนุทิน" แจง หากรู้ทุจริตแต่ไม่ดำเนินการ อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เปิดปม "ม.บูรพา" ถูกเขี่ยพ้นงานทำ TOR ใหม่ อ้างมี "หน้าห้องนายกฯ" เข้ามาเกี่ยวข้อง
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยระบุว่า จากข้อมูลที่กรรมาธิการตรวจสอบพบ ลักษณะการทุจริตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มข้าราชการ แต่มีข้อมูลและคำให้การที่น่าเชื่อถือซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง พร้อมเปรียบเทียบว่าลักษณะการทำงานมีความเป็นระบบคล้ายองค์กรอาชญากรรม โดยที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลพยายามสื่อสารว่า ไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ข้อมูล พยานหลักฐาน และคำบอกเล่าจากผู้ที่เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการกลับทำให้เห็นภาพว่ามีบุคคลทั้งฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ควรตัดตอนความรับผิดชอบให้เหลือเพียงข้าราชการบางคน เพราะอาจกลายเป็นการจำกัดความเสียหายให้ข้าราชการเป็นผู้รับผิด ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงลอยนวล
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ข้อมูลบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลลับที่ได้รับจากบุคคลหลายราย แต่ยืนยันว่าข้อมูลที่กรรมาธิการมีอยู่มีความชัดเจน และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าที่ปรากฏในขณะนี้หรือไม่ ส่วนประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต คือ โดยหลักการสอบท้องถิ่นควรเป็นกระบวนการระหว่างหน่วยงานราชการกับผู้ได้รับสัญญาเพื่อบริหารจัดการการสอบ แต่หากมีฝ่ายการเมืองหรือบุคคลทางการเมืองเข้ามาพูดคุย ติดต่อ รู้จัก หรือนัดพบกับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการสอบ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นและอาจทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใส นอกจากนี้ยังมีประเด็นข้าราชการบางรายที่อาจมีความสัมพันธ์กับบุคคลทางการเมืองในลักษณะเป็น “เด็กปั้น” หรือบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงข้อมูลของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งระบุว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายรายถูกชี้มูลและส่งเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยยกกรณี นายฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งถูกชี้มูลจากการตรวจสอบของนายปกรณ์ และมีการส่งข้อมูลไปยังนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งคำถามถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พร้อมแบ่งประเด็นการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ กลุ่มข้าราชการ ซึ่งมองว่ามีความพยายามจำกัดความรับผิดชอบให้เหลือเพียงบางคน ทั้งที่ข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับบุคคลมากกว่านั้น ขณะที่ส่วนที่สองคือฝ่ายการเมือง ซึ่งต้องตรวจสอบย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้รับงานจัดสอบ ก่อนจะเกิดปัญหาการทุจริตตามมา และนำไปสู่กระบวนการเขี่ยมหาวิทยาลัยบูรพาออกจากงาน ก่อนจัดทำ TOR ขึ้นใหม่
นายรังสิมันต์ อ้างว่า ในกระบวนการดังกล่าวมีบุคคลที่เป็น "หน้าห้อง" ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเกี่ยวข้อง และระบุว่าชื่อของนายอนุทินถูกอ้างถึงในช่วงที่มีการดำเนินการยกเลิกเพื่อให้มหาวิทยาลัยบูรพาพ้นจากกระบวนการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะการดำเนินการที่พบมีความคล้ายกับการทำงานเป็นขบวนการ
ส่วนกรณีที่มีข้อมูลพาดพิงถึงผู้บริหารระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้กรรมาธิการกำลังรวบรวมข้อมูล เพราะพบว่ามีบุคคลหลายรายเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น และบางรายเป็นบุคคลที่อยู่นอกกระทรวงหรือหน่วยงานที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องโดยตรง แต่กลับมีบทบาทในฐานะตัวเชื่อมหรือผู้แนะนำ
นายรังสิมันต์ ยกตัวอย่างว่า การที่บุคคลจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว. จะสามารถเข้าไปพบหรือรู้จักกับบุคคลระดับบิ๊กทางการเมืองได้ ย่อมต้องมี "ข้อต่อ" และจากข้อมูลที่กรรมาธิการตรวจสอบ ข้อต่อดังกล่าวอาจอยู่ในฝ่ายการเมืองและเป็นบุคคลระดับสูงทางการเมือง ขณะกรณีมหาวิทยาลัยบูรพาส่งหนังสือขอคุ้มครองพยานที่ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ นายรังสิมันต์ ตั้งคำถามว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการคือ "ปราบทุจริต หรือปราบคนแฉทุจริต" เพราะสิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบการทุจริต ไม่ใช่ทำให้ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าหมาย
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมายและผู้มีพื้นฐานด้านนิติศาสตร์ ขอเรียกร้องไปยังผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองพยาน เพราะหากผู้ที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตถูกข่มขู่หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย จะทำให้คนอื่นไม่กล้าออกมาให้ข้อมูล และอาจทำให้การตรวจสอบขบวนการทุจริตทำได้ยากขึ้น พร้อมระบุว่า ข้อมูลที่กรรมาธิการได้รับในขณะนี้มีความชัดเจนในหลายส่วน และเชื่อว่าหน่วยงานที่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษบางแห่งน่าจะมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว โดยเรียกขบวนการที่กำลังตรวจสอบว่าเป็น"องค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน"และยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่อไป
สำหรับกรณีการเพิกถอนรายชื่อผู้สอบท้องถิ่นและการกลับมาจ้างเหมาดำเนินการสอบอีกครั้ง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตมีหลายมิติ ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน ผู้ที่ได้ตำแหน่งไปแล้ว และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ โดยขณะนี้มีรายชื่อบางส่วนปรากฏออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีการแบ่งกลุ่มผู้สอบเป็นชั้น ๆ และกรรมาธิการยังไม่ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด โดยให้รัฐบาลดำเนินการในส่วนของตน แต่มีข้อกังวลว่า แม้บางคนจะมีคะแนนสอบเพียงพอที่จะผ่านอยู่แล้ว ก็อาจมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น หากตรวจสอบเพียงผลคะแนนโดยไม่เจาะลึกกระบวนการทั้งหมด อาจไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้อย่างแท้จริง รวมถึงต้องติดตามว่าการกลับมาจ้างเหมาจัดสอบอีกครั้งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้หรือไม่ พร้อมย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของกรรมาธิการในขณะนี้ไม่ใช่เพียงการหาผู้กระทำผิดระดับปฏิบัติการ แต่ต้องการค้นหาว่า “ใครอยู่เบื้องหลัง” และใครเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงที่ทำให้กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นได้
ส่วนมาตรการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะมาตรการที่กำหนดขึ้นจะต้องทำให้ผู้ให้ข้อมูลรู้สึกปลอดภัยจริง หากยังรู้สึกว่าตัวเองอาจถูกกลั่นแกล้งหรือถูกใช้อำนาจตอบโต้ ก็จะไม่กล้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับกรณีบริษัทไอบีฟู้ดส์ที่จะเข้ามาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้รอติดตามรายละเอียดในการแถลงข่าว เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่กรรมาธิการเชิญบริษัทดังกล่าวเข้ามาชี้แจง และกรรมาธิการไม่ได้ตรวจสอบเพียงกระดาษคำตอบหรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่พยายามตรวจสอบข้อมูลในมิติอื่น ๆ ที่อาจเชื่อมโยงกันด้วย
ขณะที่การเรียก มศว.มาให้ข้อมูลอีกครั้ง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ครั้งนี้ได้เชิญอธิการบดีมาให้ข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากอธิการบดีไม่เคยเข้ามาชี้แจง และกรรมาธิการเห็นว่าอธิการบดีเป็นบุคคลที่อาจกุมข้อมูลสำคัญของเรื่องนี้ แม้จะได้รับข้อมูลว่าอธิการบดีอาจไม่เดินทางมา แต่กรรมาธิการจะตรวจสอบว่าผู้ที่มาชี้แจงแทนสามารถให้ข้อมูลได้ครอบคลุมเพียงใด และย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรในแวดวงการศึกษาหรือราชการ หากถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือพบว่ากระบวนการบางอย่างไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การออกมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการจะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ และสิ่งที่กรรมาธิการต้องการค้นหาในขณะนี้ไม่ใช่เพียง “ตัวเล็กตัวน้อย” แต่คือบุคคลระดับใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตทั้งหมด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews