โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ นำแถลงผลปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เชื่อมข้อมูล - กำลัง สกัดอาชญากรรมข้ามชาติ

สวพ.FM91

อัพเดต 25 ส.ค. เวลา 18.25 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. เวลา 18.25 น.

นายกฯ นำแถลงผลปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เชื่อมข้อมูล - กำลัง สกัดอาชญากรรมข้ามชาติ

(25 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย” ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ กล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้เป็นการรายงานภาพรวมความสำเร็จและความคืบหน้าของการปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ การสวมสิทธิทางทะเบียน ทุนนอมินี ธุรกิจผิดกฎหมาย อาวุธปืน ยาเสพติด และการฟอกเงิน โดยรัฐบาลยึดแนวทางการบริหารจัดการแบบไม่แยกส่วน ต้องเชื่อมข้อมูล เชื่อมกำลัง และทำงานร่วมกันให้เร็วกว่าอาชญากร

ในช่วงที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองทำงานร่วมกับตำรวจ, DSI, ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง โดยมุ่งดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. อุดช่องโหว่ระบบทะเบียน ไม่ให้มีการซื้อขายสัญชาติ สวมสิทธิ หรือใช้คนไทยเป็นเครื่องมือ พร้อมขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
2. จัดระเบียบธุรกิจและปราบปรามทุนนอมินี โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว
3. จัดการอาวุธปืนผิดกฎหมายและยาเสพติด ตั้งแต่ต้นทางของการออกใบอนุญาต การตรวจสอบร้านค้าและสนามยิงปืน ไปจนถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่

นอกจากประสิทธิภาพในการปราบปรามแล้ว หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ย้ำทุกหน่วยงานยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร ใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ ตรวจจับให้เร็ว ขยายผลให้ถึงต้นตอ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ในตอนท้าย นายกฯ ได้กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จริงจัง โปร่งใส และขยายผลคดีไปจนถึงที่สุด การยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องไม่เพียงนำส่งคืนรัฐเท่านั้น แต่จะนำไปสู่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและผู้เสียหายด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...