โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“บิ๊กโจ๊ก” เดือด! ร้องตำรวจสอบ 4 ชายอ้างเป็น ป.ป.ช. บุกถึงหมู่บ้าน-ถ่ายรูปบ้านพัก ลั่นหากมาสุจริตทำไมไม่แสดงตัว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“บิ๊กโจ๊ก” เดือด! ร้องตำรวจสอบ 4 ชายอ้างเป็น ป.ป.ช. บุกถึงหมู่บ้าน-ถ่ายรูปบ้านพัก ลั่นหากมาสุจริตทำไมไม่แสดงตัว หลังกล้องวงจรปิดชี้พิรุธ ไม่ใช่แค่กลับรถ

วันที่ 25 ส.ค. 2569 พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายัง สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อลงชื่อยืนยันความเป็นผู้เสียหาย หลังมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความกรณีชาย 4 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปภายในหมู่บ้านที่พักอาศัยและถ่ายภาพบริเวณบ้าน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมาย หลังพบชายประมาณ 4 คน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เดินทางเข้ามาภายในหมู่บ้าน โดยแจ้งต่อนิติบุคคลหมู่บ้านว่าเดินทางมาเพื่อยื่นเอกสาร แต่กลับพบว่ามีพฤติการณ์เข้าไปบริเวณใกล้บ้านพักและถ่ายภาพ

แม้ภายหลังจะมีการชี้แจงว่าบุคคลดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่เพื่อกลับรถ แต่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์เห็นว่า พฤติการณ์มีข้อสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะการที่ทั้ง 4 คนไม่ได้แสดงตัวต่อตนเอง ไม่ได้ลงจากรถ และไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่ามาดำเนินการในเรื่องใด หากเดินทางมาโดยสุจริตก็ควรแสดงตัวอย่างชัดเจน

ขณะที่ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านยืนยันว่า บุคคลกลุ่มดังกล่าวติดต่อเข้ามาเพื่อส่งเอกสารและนัดหมายขอรับเอกสาร รวมถึงหากต้องการข้อมูลใดทางนิติบุคคลก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่กลับมีพฤติการณ์เข้าไปถ่ายภาพบริเวณบ้านพักของตน จึงเห็นว่าจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเอง และไม่ต้องการให้พฤติการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป เพราะไม่ควรมีบุคคลใดสามารถเข้าไปถ่ายภาพบ้านผู้อื่นได้ตามอำเภอใจ

ด้านนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนิติบุคคลหมู่บ้าน ทราบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาเพื่อส่งเอกสารและขอข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของหมู่บ้าน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์โดยตรง ดังนั้น เมื่อส่งเอกสารและดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ภารกิจควรสิ้นสุดและเดินทางกลับ แต่กลับพบว่ามีพฤติการณ์เข้าไปในบริเวณบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์

ทนายความระบุว่า การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวมีข้อสงสัยว่าอาจไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน และไม่ได้ขออนุญาตจากนิติบุคคลหมู่บ้าน โดยจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นว่าพฤติการณ์ไม่น่าจะเป็นเพียงการเข้าไปกลับรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวสามารถกลับรถได้โดยไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าไปถึงพื้นที่ด้านในของหมู่บ้าน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดข้อสงสัยว่า บุคคลทั้ง 4 คนอาจมีเจตนาหรือภารกิจอื่นนอกเหนือจากการเดินทางมาส่งเอกสาร จึงนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์ใด

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ทนายความจะให้ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนบุคคลทั้ง 4 คน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อ และต้องตรวจสอบก่อนว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จริงหรือไม่ สังกัดหน่วยงานใด รวมถึงมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยตำรวจจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ยังได้ทำหนังสือถึงนิติบุคคลหมู่บ้าน ในฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยของลูกบ้าน เพื่อขอให้พิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถดำเนินการในส่วนใดได้บ้าง

ทั้งนี้ ฝ่าย พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัวของตนเอง พร้อมต้องการให้เหตุการณ์ได้รับการตรวจสอบอย่างชัดเจน โดยหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...