โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไหม” เตือนกู้ 4 แสนล้าน ทำหนี้สาธารณะจ่อ 70% จี้ ป.ป.ช. จับตาใช้งบใกล้ชิด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ศิริกัญญา” ปิดอภิปราย พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน เตือนรัฐบาลสร้างบรรทัดฐานกู้เงินข้ามหัวสภาฯ หวั่นหนี้สาธารณะจ่อ 70% แต่ยังไร้แผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน-เกิดนวัตกรรมโกง จี้ ป.ป.ช. จับตาใกล้ชิด

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ 4 แสนล้านบาท โดย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ทำหน้าที่สรุปการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันนี้

นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ตนยืนยันว่าเคารพคำวินิจฉัย แต่เห็นว่าการตีความคำว่า “การรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” อย่างกว้างขวางเกินไป กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อาจส่งผลเสียต่อประเทศ เพราะต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลในอนาคต ก็อาจสามารถออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อดำเนินนโยบายทั่วไปได้แทบทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในภาวะวิกฤตแต่อย่างใด

ยกตัวอย่างเช่น หากปัญหาระบบราชการถูกตีความว่ากระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รัฐบาลก็อาจออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อปฏิรูประบบราชการหรือจ่ายเงิน Early Retirement ให้ข้าราชการได้ นอกจากนี้ จากความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อยและพยานผู้เชี่ยวชาญต่างก็มีข้อกังวลทั้งเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ ความไม่เป็นรูปธรรมของแผนงานและโครงการ ตลอดจนข้อมูลด้านความคุ้มค่าที่ยังไม่เพียงพอ เพราะกระบวนการงบประมาณปกตินั้นเปิดโอกาสให้สภาฯ กลั่นกรองก่อนใช้เงิน แต่ในกรณี พ.ร.ก. สภาฯ กลับได้เข้ามาตรวจสอบหลังจากที่รัฐบาลเริ่มใช้เงินไปแล้ว

นางสาวศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า สำหรับข้ออ้างเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนนั้น นับตั้งแต่ออก พ.ร.ก. มาแล้วถึง 113 วัน คณะกรรมการกลั่นกรองเพิ่งอนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัสไปเพียงโครงการเดียว ขณะที่อีกประมาณหนึ่งเดือนงบประมาณปี 2570 ก็จะเริ่มนำมาใช้แล้ว จึงต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เลือกออกเป็น พ.ร.บ. ที่ระบุรายละเอียดแผนงานและโครงการให้ชัดเจน แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาตามขั้นตอนปกติ

พ.ร.ก. ฉบับนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่สั่นคลอนความมั่นคงทางเศรษฐกิจเสียเอง เพราะหากรวมการกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณปี 2570 สัดส่วนหนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นเป็น 69.4% ของจีดีพี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าเศรษฐกิจเติบโต 2.5% และเงินเฟ้อ 2.2% หากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งไม่เป็นไปตามเป้า สัดส่วนหนี้สาธารณะก็อาจทะลุเพดาน 70% ได้ทันที นอกจากนี้ หากกู้เงินครบ 4 แสนล้านบาท จะยิ่งเพิ่มภาระดอกเบี้ยอย่างน้อยปีละ 10,000 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะชำระหนี้อย่างไร หรือมีแผนรองรับอย่างไรหากสัดส่วนหนี้สาธารณะทะลุเพดาน

นางสาวศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเงิน 2 แสนล้านบาทแรก พรรคประชาชนไม่ได้มีปัญหากับหลักการกู้เงินเพื่อเยียวยาประชาชน และเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจมีเหตุผลเพียงพอที่จะต้องเร่งช่วยเหลือ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่กำหนดให้ประชาชนต้องร่วมจ่าย 40% ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการเยียวยาที่ควรยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือประชาชนโดยตรง

สิ่งที่น่าตั้งคำถามเพิ่มเติมคือ ในเมื่อปัญหาเศรษฐกิจกำลังลุกลามไปสู่การปิดกิจการของโรงงานและการตกงานของประชาชน โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ในขณะที่จำนวนผู้ประกันตนที่ว่างงานและขอรับเงินชดเชยเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.37% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในรอบ 4-5 ปี หรือตั้งแต่วิกฤตโควิดเป็นต้นมา

นางสาวศิริกัญญากล่าวอีกว่า สำหรับเงินอีก 2 แสนล้านบาทในส่วนของแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ผ่านมาแล้วถึง 4 เดือน แต่คณะกรรมการกลั่นกรองยังไม่ได้อนุมัติโครงการภายใต้แผนนี้เลยแม้แต่โครงการเดียว สะท้อนว่ารัฐบาลไม่เคยมีแผนการทำงานที่แท้จริง และไม่เคยกำหนดเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดหรือลดการใช้พลังงานฟอสซิลลงเท่าใด

ผลที่ตามมาคือ แต่ละหน่วยงานสามารถเสนอโครงการที่ปรับเปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลา ตั้งแต่โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ โครงการรถสาธารณะเปลี่ยนเป็น EV จนเหลือเพียงแท็กซี่ EV ก่อนจะกลับไปเป็นรถสาธารณะ 7 ประเภทอีกครั้ง ขณะที่โครงการ Solar Rooftop 1 ล้านหลังคาเรือน ก็ยังมีคำถามว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ได้จริงหรือไม่ และจะสอดคล้องกับแผน PDP อย่างไร

นางสาวศิริกัญญาระบุด้วยว่า รัฐบาลควรยุติแนวทางให้หน่วยงานราชการเสนอโครงการจัดซื้อ เพราะดังที่เห็นได้จากกรณีหนังสือเวียนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มีการเสนอรายการตั้งแต่เสาไฟโซลาร์เซลล์ ลานกีฬาโซลาร์เซลล์ ระบบต่างๆ ที่ใช้พลังงานโซลาร์ ไปจนถึงรถขยะและรถพยาบาล EV ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากว่าจะส่อให้เกิดการทุจริตขึ้น ยังไม่ต้องพูดถึงความล่าช้าในการอนุมัติโครงการ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ใช่เพราะยังวางแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เสร็จ แต่เพราะยังตกลงเรื่องค่าหัวคิวหรือเงินทอนกันไม่ลงตัวใช่หรือไม่

องค์ประกอบความเสี่ยงด้านการทุจริตในกรณีนี้ถือว่ามีครบถ้วน ทั้งการผูกขาดการตัดสินใจโดยที่สภาฯ ไม่มีส่วนร่วม การเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจสูงเพราะไม่มีแผนงานที่ชัดเจน และการขาดกลไกรับผิดชอบเนื่องจากไม่มีเป้าหมายประเมินความสำเร็จ นี่อาจเป็น “นวัตกรรมใหม่ของการทุจริต” ที่มีความเสี่ยงในการเรียกรับผลประโยชน์แบบจัดการจากส่วนกลาง ผ่านการล็อกสเปกและรหัสบัญชีนวัตกรรม ซึ่ง ป.ป.ช. ควรเข้ามาตรวจสอบโดยเร่งด่วน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้โครงการทั้งหมดต้องผ่านการกลั่นกรองภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

นางสาวศิริกัญญากล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคประชาชนเห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อเยียวยาประชาชน แต่ต้องการมาตรการที่ตรงจุด ตรงเป้า และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกก็กลับไปใช้โครงการแบบคนละครึ่ง และยังเห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานแบบ 100% แต่ต้องมีรายละเอียด แผนงาน เป้าหมาย และกระบวนการกลั่นกรองที่ชัดเจน รวมถึงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาอย่างถูกต้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไหม” เตือนกู้ 4 แสนล้าน ทำหนี้สาธารณะจ่อ 70% จี้ ป.ป.ช. จับตาใช้งบใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...