เสียหายเกือบหมื่นไร่! พิษน้ำโขงท่วมบึงกาฬอ่วม 4 อำเภอ
(16 ส.ค. 69) เวลา 06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬ ล่าสุด ณ จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ วัดระดับน้ำได้ 11.58 เมตร ซึ่งลดลงจากเมื่อวานนี้ 32 เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทางโครงการชลประทานบึงกาฬจึงได้ ขึ้นธงเขียว เพื่อแจ้งให้ประชาชนปรับลดการเตือนภัยลงสู่สภาวะปกติ
แม้ระดับน้ำโขงในภาพรวมจะลดลง แต่มวลน้ำที่ไหลย้อนกลับเข้ามาตามลำห้วยสาขา และน้ำโขงที่ล้นตลิ่งก่อนหน้านี้ ยังคงท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ ได้แก่ อ.ปากคาด, อ.เมืองบึงกาฬ, อ.บุ่งคล้า และ อ.บึงโขงหลง
โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ ซึ่งเป็นแหล่งรองรับมวลน้ำฝนสะสมและมวลน้ำโขงที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในลำห้วยผาคาง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่
- ต.วิศิษฐ์: บ้านหนองแวง (หมู่ 3)
- ต.ไคสี: บ้านดอนยม (หมู่ 2), บ้านโนนแพง (หมู่ 9), บ้านคำหมื่น (หมู่ 7) และ บ้านคำแสน (หมู่ 10)
ซึ่งภาพมุมสูงเผยให้เห็นมวลน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร ทั้งนาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และสวนไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ กลายเป็นทะเลสาบขนาดย่อม
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ (ณ วันที่ 13 ส.ค. 69) ระบุว่า มีพื้นที่การเกษตรประสบอุทกภัยแล้วใน 4 อำเภอ (อ.เซกา, อ.บึงโขงหลง, อ.ศรีวิไล และ อ.บุ่งคล้า) ครอบคลุม 17 ตำบล 131 หมู่บ้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- พื้นที่ได้รับผลกระทบรวม: 9,784.50 ไร่ (คาดว่าจะเสียหายจริง 9,664.50 ไร่)
- เกษตรกรเดือดร้อน: อย่างน้อย 1,314 ราย
- ประเภทพืชที่เสียหาย: นาข้าว 9,246.50 ไร่ และกลุ่มไม้ผล/ไม้ยืนต้น (ทุเรียน, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา) 538 ไร่
อำเภอที่ได้รับผลกระทบสูงสุด (จากข้อมูลที่บันทึกแล้ว)
- อ.เซกา: กระทบ 6,653 ไร่ (เกษตรกร 757 ราย)
- อ.บึงโขงหลง: กระทบ 2,686.50 ไร่ (เกษตรกร 452 ราย)
- อ.บุ่งคล้า: กระทบ 325 ไร่
- อ.ศรีวิไล: กระทบ 120 ไร่
ทั้งนี้ ยังมีอีก 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองบึงกาฬ , อ.ปากคาด , อ.โซ่พิสัย และ อ.พรเจริญ ที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรตามระเบียบของทางราชการต่อไป