โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุชายแดนใต้ 3 จังหวัด ตั้งคำถามรัฐ ‘ประสิทธิภาพหน่วยข่าวกรอง’ แนะแก้ปัญหา กลับสู่กระบวนการพูดคุย

Thai PBS

อัพเดต 59 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

นักวิชาการชี้ เหตุพร้อมกัน 3 จังหวัด ไม่มุ่งทำร้ายชีวิต สะท้อนผู้ก่อเหตุส่งสัญญาณทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามประสิทธิภาพข่าวกรองรัฐ แนะกลับสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพ ชวนตั้งโจทย์แก้ปัญหา เปลี่ยนจากการทหารนำ สู่การเมืองนำ

หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างน้อย 51 เหตุการณ์ กระจายเกิดขึ้นใน จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ส.ค.และเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นักวิชาการด้านสันติศึกษาและรัฐศาสตร์มองว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ในพื้นที่ แต่สะท้อนทั้งศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ภาวะสุญญากาศของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ตลอดจนคำถามต่อประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐในการดูแลความปลอดภัยประชาชน

ผศ.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิชาการด้านสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า หากมองภาพรวมการก่อเหตุในลักษณะนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพราะตลอด 22 ปีที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง โดยรูปแบบการก่อเหตุหลายจุดพร้อมกันเป็นแนวทางที่ BRN มักใช้

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ได้มุ่งทำร้ายผู้บริสุทธิ์หรือพลเรือน การก่อเหตุจึงนับว่าเป็นการส่งสัญญาณในทางการเมืองมากกว่าการมุ่งเป้าทำร้ายชีวิต

ผศ.รุ่งรวี มองว่า ในภาพใหญ่จำเป็นต้องกลับไปที่กระบวนการพูดคุยสันติภาพ เพราะหากมุ่งจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นรายกรณี ปัญหาจะไม่มีทางจบ และการที่ยังเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนว่าการใช้วิธีการปราบปรามทางทหารไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แม้จะมีการใช้งบประมาณจำนวนมากในแต่ละปี

“ปัญหานี้แก้ได้ด้วยกระบวนการทางการเมือง ซึ่ง 10 กว่าปีที่ผ่านมาเราได้มีการพูดคุยสันติภาพ ถึงจุดนี้การพูดคุยสันติภาพยังเดินหน้าไปไม่ได้มากเท่าที่ควรจะเป็น เพราะว่าไม่มีเจตจำนงที่ชัดเจนจากฝ่ายรัฐบาลไทย”

หนึ่งในข้อสังเกตสำคัญคือภาวะสุญญากาศในการเจรจา โดยนับจากเหตุการณ์ที่ทหาร 5 นายถูกยิงเสียชีวิตที่ จ.นราธิวาส อยู่ในช่วงที่ผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซียหมดวาระพอดี ทำให้กระบวนการอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่มีการพูดคุยต่อ ขณะที่ฝ่ายไทยยื่นเงื่อนไขว่า หากไม่มีคำชี้แจงจากฝ่าย BRN จะไม่พูดคุยต่อ เมื่อไม่มีผู้อำนวยความสะดวก จึงไม่มีคนกลางที่จะไปสื่อสารกับอีกฝ่าย และเมื่อเกิดภาวะสุญญากาศก็ส่งผลให้เกิดเหตุขึ้น

“ถ้าไม่มีข้อตกลงใด ๆ บนโต๊ะ การปฏิบัติการทางการทหารของฝ่าย BRN ก็ทำเป็นเรื่องปกติ และการเกิดเหตุครั้งนี้เขาก็กำลังแสดงให้เห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะทำได้ เนื่องจากการก่อเหตุแบบนี้เขาต้องใช้คนจำนวนมาก การแสดงให้เห็นว่าเขายังมีคนในพื้นที่”

ผศ.รุ่งรวี ยังตั้งข้อสังเกตว่า การก่อเหตุครั้งนี้อาจเป็นการปลุกขวัญและกำลังใจของคนในขบวนการ และเป็นการสื่อสารไปยังคนภายในกระบวนการว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุยังมีศักยภาพในการปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตาม การพูดคุยสันติภาพไม่ได้หมายถึงการยอมรับหรือไม่ประณามการก่อเหตุ แต่หากต้องการแก้ปัญหาในภาพใหญ่ หากไม่กลับเข้าสู่กระบวนการพูดคุย ก็ยังไม่เห็นแนวทางอื่นที่จะทำให้เกิดการยุติปัญหาได้

ผศ.รุ่งรวี ย้ำว่า แต่ละรัฐบาลจำเป็นต้องแสดงความมุ่งมั่นและเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนว่าจะพูดคุยอย่างจริงจังและพร้อมเจรจาอย่างจริงจัง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากนักจากรัฐบาลไทย

เหตุครอบคลุม 3 จังหวัด สะท้อนเครือข่ายกว้าง-ตั้งคำถามประสิทธิภาพรัฐ

ขณะที่ รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความรุนแรงที่กินพื้นที่ครอบคลุมทั้งสามจังหวัด และหากพิจารณาจากวันเวลาที่เกิดเหตุ คือวันที่ 22 ส.ค.ไม่ได้มีวันสำคัญที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์โดยตรง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ มีข้อสังเกตจากคนในพื้นที่ว่า ความรุนแรงมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการอนุมัติงบประมาณมาโดยตลอด แต่เรื่องนี้ยังเป็นเพียงข้อสังเกตเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงจำนวนมากทำให้งบประมาณของฝ่ายความมั่นคงได้รับการอนุมัติ

จากเหตุการณ์ล่าสุด ผศ.เอกรินทร์ ประเมินสถานการณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าอาจเป็นการปฏิบัติการขององค์กร กลุ่มคน หรือบุคคลที่มีประสิทธิภาพและมีเครือข่ายกว้างมากครอคลุม 3 จุงหวัด อีกทั้งการใช้ความรุนแรงครั้งนี้ไม่ได้โจมตีบุคคลเป็นการเฉพาะ

“ถ้าติดตามสถานการณ์จะเห็นว่ามีการเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นเยอะแต่ผู้บาดเจ็บถือว่าน้อยหากเทียบกับเหตุการณ์และความรุนแรง และไม่ได้จู่โจมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงโดยตรง”

อีกหนึ่งนัยยะที่ ผศ.เอกรินทร์ ตั้งข้อสังเกตคือ ประสิทธิภาพ คุณภาพ และความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ออกมารับผิดชอบต่อสถานการณ์ หากเทียบกับสถานการณ์ในต่างประเทศ เมื่อพื้นที่ได้รับงบประมาณ อำนาจ และกำลังคนแล้ว เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น ความรับผิดชอบควรเกิดขึ้น แต่สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนใต้ยังไม่เป็นเช่นนั้น

“มีคนตั้งคำถามเยอะว่า แล้วเจ้าหน้าที่รัฐที่มีงบประมาณเยอะ ทำไมเรื่องเหล่านี้ถึงเกิดขึ้นได้ในพื้นที่”

ผศ.เอกรินทร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนอีกด้านหนึ่งถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานข่าวกรองและหน่วยงานความมั่นคงที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะการที่ไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที ซึ่งส่งผลให้คนในพื้นที่เกิดความกลัว เพราะประชาชนรู้สึกว่าไม่สามารถพึ่งใครได้

“สำคัญคือเจ้าหน้าที่ยังดูแลไม่ได้ แล้วประชาชนจะพึ่งใคร สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่”

ส่วนเรื่องการเจรจากับ BRN ผศ.เอกรินทร์ มองว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐไทยก็ต้องสามารถทำหน้าที่ภายใต้อำนาจรัฐในการดูแลความปลอดภัยประชาชนให้ได้ด้วย

เขาตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานและบุคลากรของรัฐว่า ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์หรือสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ หากจะมีการเจรจา จึงอาจต้องตอบให้ได้ว่าจะพูดคุยภายใต้เงื่อนไขแบบใด เมื่อรัฐไทยเองยังไม่พร้อม

สิ่งที่ต้องตรวจสอบในขณะนี้จึงเป็นการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคงที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ว่าเหตุใดเหตุการณ์ลักษณะนี้จึงยังเกิดขึ้น ขณะที่มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก

“คำถามคือว่าเราจะใช้วิธีแบบนี้ และให้งบประมาณแบบนี้อีกต่อไปหรือเราจะเปลี่ยนวิธีการ หากยังเลือกใช้วิธีการเดิม ๆ ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ถ้าสังคมไทยยังเชื่อแบบเดิมว่าแนวทางการทหารจะปราบปรามและจัดการแนวร่วมในพื้นที่ได้ ฉะนั้นคำถามสำคัญคือเราพร้อมที่จะมุ่งมั่นเปลี่ยนแนวทางเป็นการเมืองเพื่อการพูดคุยหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบการใช้งบประมาณ เปิดเผยการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของฝ่ายทหารเพียงพอหรือไม่”

อย่างไรก็ดี ผศ.เอกรินทร์ ไม่ได้ปฏิเสธการใช้กำลังในพื้นที่กับกลุ่มติดอาวุธ โดยมองว่ายังมีความจำเป็น แต่ต้องใช้อย่างมีขอบเขต มีเหตุผล มีความรับผิดชอบ และอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประชาชนยอมรับได้

“ตอนนี้งบประมาณไม่ได้สัดส่วนกับสถานการณ์ความรุนแรง กับคนในพื้นที่ทำไมประชาชนถึงรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่กับทหาร และประชาชนถึงรู้สึกสงสัยกับงบประมาณตลอด เพราะสิ่งนี้ไม่ได้สร้างความไว้วางใจหรือสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เลย”

IO เพิ่มความหวาดระแวง กระทบบรรยากาศการพูดความจริงในพื้นที่

อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญที่ ผศ.เอกรินทร์ มองว่าเป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยสันติภาพและการพูดความจริงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ คือปฏิบัติการ IO ซึ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวงว่าจะพูดหรือไม่พูด ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่อึมครึมและไม่มีเสรีภาพ

ผศ.เอกรินทร์ เห็นว่า รัฐต้องสร้างความเป็นเอกภาพของแนวทางทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากการทหารนำการเมืองแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพ ก็ต้องหันมาใช้วิธีการเมืองนำการทหาร

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนในพื้นที่ต้องพึ่งตัวเอง หมายความว่าประชาชนไม่สามารถฝากความหวังไว้กับหน่วยงานของรัฐได้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่า แม้จะมีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในพื้นที่ก็ไม่มีความหมาย

เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ในเชิงรัฐศาสตร์ โดยที่ยังไม่สามารถระบุกลุ่มคนที่ก่อเหตุได้ ผศ.เอกรินทร์ มองว่า นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีประสิทธิภาพอย่างมาก และสะท้อนว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความมั่นคง หน่วยข่าวกรอง หรือหน่วยงานสืบสวนสอบสวน ล้มเหลวทั้งหมด

การที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้มุ่งหมายเอาชีวิตผู้คน ยังหมายความว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุกำลังแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีปัญหากับประชาชนในพื้นที่ แต่กำลังโยนโจทย์ให้กับรัฐ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือรัฐเข้าไปจับกุมและค้นบ้าน ซึ่ง ผศ.เอกรินทร์ มองว่า ยิ่งทำให้ประชาชนหวาดกลัวรัฐ และอาจสะท้อนถึงระบบข่าวกรองที่มีปัญหา รวมถึงการใช้ปฏิบัติการ IO ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีสมาธิในการทำงานอย่างจริงจังหากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐยังคงเป็นเช่นนี้ อาจส่งผลให้เกิดเหตุขึ้นอีกครั้งในอนาคต

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สมการต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม แล้วเราจะหวังให้มันมีการเปลี่ยนแปลง มีผลลัพธ์แบบใหม่ เป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังใช้สูตรเดิม ผลลัพธ์ก็จะเหมือนเดิม”

อย่างไรก็ดี ความเห็นของนักวิชาการทั้งสองคนสอดคล้อง คือ การแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ไม่อาจพึ่งพามาตรการทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับกระบวนการทางการเมืองและการพูดคุยสันติภาพ ขณะเดียวกันรัฐต้องทบทวนทั้งเจตจำนงทางการเมือง ประสิทธิภาพของหน่วยงานความมั่นคง และการใช้งบประมาณ เพื่อให้การแก้ปัญหานำไปสู่ความปลอดภัยและความไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คนไทยในอดีต แต่งตัวยังไง ก่อนมีชุดไทยประจำชาติ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มติเห็นชอบ ลดภาระเจ้าภาพ งานศพอีสานต้องไม่สิ้นเปลือง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...