ให้เวลา อิราโอล่า ปรับจูนทีม ! 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล บุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล เกมเปิดซีซั่นพรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูล ได้ 1 แต้มที่ล้ำค่าในเกมบุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเปิดซีซั่น 2026/27 โดยผลการแข่งขันในแมตช์นี้ทำให้ อันโดนี่ อิราโอล่า มีโจทย์หลายข้อที่ต้องกลับไปขบคิดเพื่อแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนทีมในทุกๆ ตำแหน่ง โดยเฉพาะ ริโอ เอ็นกูโมฮา กับการเล่นตำแหน่งปีกขวา และการประสานงานร่วมกันของ โดมินิค โซโบซไล กับ ไรอัน กราเฟนแบร์ก รวมทั้งการปั้น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ให้กลายเป็นสุดยอดเพลย์เมกเกอร์ แต่สิ่งหนึ่งที่สาวก "เดอะ ค็อป" น่าจะยิ้มได้ก็คือการเล่นแบบไม่ยอมแพ้ และเพรสซิ่งดุดัน รวมถึงตัวสำรองอย่าง บิคตอร์ มูนเญซ ที่สร้างอิมแพ็คได้ทันทีสำหรับเกมเดบิวต์ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี
1. ผลเสมอก็ไม่ได้แย่สำหรับ นิวคาสเซิ่ล
หลังจากช่วงซัมเมอร์ที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อยผู้เล่นกำลังสำคัญออกไปถึง 3 ราย และทำเงินได้มากกว่า 240 ล้านปอนด์ (ราว 10,560 ล้านบาท) ทำให้หลายฝ่ายมองว่าทัพ "สาลิกาดง" อาจต้องเจอกับฤดูกาลที่ยากลำบาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมในช่วงกลางของการเตรียมทีมปรีซีซั่น
อย่างไรก็ตาม ผลงานในเกมเมื่อวันอาทิตย์แสดงให้เห็นว่า นิวคาสเซิ่ล ชุดนี้ยังมีศักยภาพมากพอที่จะต่อกรกับบรรดาทีมชั้นนำของประเทศได้ ขณะที่สาวก "ทูน อาร์มี่" ในสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค ก็ยังคงเชื่อมั่นในทีม และต้องการเพียงความมุ่งมั่นจากนักเตะในสนาม เพื่อให้พวกเขาสามารถส่งเสียงสนับสนุนจากบนอัฒจันทร์ได้อย่างเต็มที่
แผนการเล่นของ มัทธีอัส ไยส์เล่อ กุนซือวัยหนุ่มชาวเยอรมัน ยังมีหลายสิ่งที่น่าชื่นชม แม้ว่าทีมจะไม่มีบรรดานักเตะชื่อดังระดับซูเปอร์สตาร์เหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม แต่ผลงานของพวกเขาไม่ธรรมดาจริงๆ
การขาดนักเตะสำคัญอย่าง แอนโธนี่ กอร์ดอน, ซานโดร โตนาลี่ และ บรูโน่ กีมาไรส์ ทัพ "เดอะ แม็กพายส์" คงต้องเผชิญกับกระแสความกังวลและมุมมองในแง่ลบมากมายสำหรับการสู้ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อย่างไรก็ตาม การที่ทีมต้องมาเสียประตูในช่วงท้ายเกมอย่างน่าเจ็บใจ ทำให้ผลงานของพวกเขาในวันอาทิตย์ ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการเป็นฝ่ายแพ้ แม้ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอก็ตาม แต่กระนั้น 1 คะแนนกับทีมที่มีลุ้นแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว
2. อิราโอล่า ต้องการเวลาในการปรับจูนทีม ไม่ใช่แค่การเสริมทัพ
เนื่องจากตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ยังคงเปิดอยู่ แฟนบอล ลิเวอร์พูล จำนวนมากอาจมองว่าวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเกมนัดเปิดฤดูกาลมีเพียงการคว้าผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทีม
แต่ความจริงก็คือ นี่เป็นงานที่ยากสำหรับการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนในเกมแรกของฤดูกาล โดยเฉพาะกับทีมที่ยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้และปรับตัวภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า เฮดโค้ชคนใหม่
แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็สามารถพูดถึง นิวคาสเซิ่ล ได้เช่นกัน เพราะทีมขายนักเตะสำคัญไปเยอะ แถมมีกุนซือใหม่ด้วย แต่จุดที่ได้เปรียบของ "สาลิกาดง" ก็คือกองเชียร์เจ้าบ้านที่ส่งเสียงดังและสร้างบรรยากาศกดดันที่สุดในลีกคอยหนุนหลัง ย่อมช่วยทีมได้ไม่น้อย และนั่นคือสิ่งที่เจ้าบ้านได้รับในเกมนี้
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่านี่ ยังห่างไกลจากฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของกลุ่มนักเตะชุดนี้ภายใต้การคุมทีมของกุนซือสายเลือดบาสก์ และพวกเขาน่าจะพิสูจน์ให้เห็นถึงเรื่องดังกล่าวได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
แม้ว่าการได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาช่วยเสริมทัพในตลาดซื้อขายจะเป็นเรื่องที่ไม่เสียหาย แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือการพัฒนาของ ลิเวอร์พูล ไม่ได้จำเป็นต้องมาจากตลาดพ่อค้าแข้งเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะช่วยให้ทีมดีขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป
3. เจ้าหนูริโอกับบทบาทปีกขวาไม่ค่อยเวิร์ก
ต้องยอมรับว่านี่อาจเป็นเกมที่ ริโอ เอ็นกูโมฮา อยากลืมให้เร็วที่สุด แต่คงไม่ยุติธรรมหากจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้ดาวรุ่งรายนี้ เพราะการเล่นในตำแหน่งปีกขวาไม่ใช่งานที่เขาถนัดสักเท่าไหร่
แม้ เอ็นกูโมฮา จะเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง แต่ด้วยวัยเพียง 17 ปี การจับเขาไปเล่นในตำแหน่งที่ยังไม่ถนัด แถมเป็นตำแหน่งที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สร้างตำนานเอาไว้กับ "หงส์แดง" อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
"เจ้าหนูริโอ" ดูเหมือนจะไม่ได้มีความเร็วจัดจ้านมากพอที่จะกระชากหนีคู่แข่งจากริมเส้น ขณะเดียวกัน เขายังดูไม่คุ้นเคยกับมุมและจังหวะการเลี้ยงบอลเมื่อถูกโยกไปยืนทางฝั่งขวา ซึ่งต่างจากผลงานตอนยืนทางฝั่งซ้าย
สถิติในเกมนี้: สตาร์ดาวรุ่งชาวอังกฤษ มีโอกาสสัมผัสบอลเพียง 21 ครั้ง (น้อยที่สุดในบรรดานักเตะตัวจริงของลิเวอร์พูล) และมีเพียง 1 ครั้ง ที่เกิดขึ้นภายในกรอบเขตโทษของนิวคาสเซิ่ล
แน่นอนว่าเรื่องนี้สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ แต่การใช้งานดาวรุ่งวัย 17 ปีในบทบาทที่เหมาะสมกับจุดเด่นของเขา และเป็นตำแหน่งที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็น หนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูง น่าจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลมากกว่า
4. มูนญอซ สร้างความแตกต่างในเกมเดบิวต์
บอร์นมัธ ภายใต้การคุมทีมของ อิราโอล่า ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นแบบทุ่มสุดตัวสู้สุดใจจนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน โดยหนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการเลือกใช้ตัวสำรองของกุนซือชาวสเปน ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
ดังนั้นจึงอาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลยที่ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของนายใหญ่ชาวบาสก์ จะสามารถยิงประตูตีเสมอในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ โดยมีนักเตะที่ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองเป็นผู้สร้างความแตกต่าง
ผลงานของ บิคตอร์ มูนญอซ น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าตัวอย่างมาก หลังประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกด้วยการแสดงให้เห็นถึงความกล้าเล่นแบบตรงไปตรงมา รวมถึงความเร็วที่โดดเด่น
ผลงานดังกล่าวอาจช่วยอธิบายได้เช่นกันว่าเหตุใด อิราโอล่า จึงให้ความสำคัญกับการมีตัวเลือกในตำแหน่งปีกเพิ่มขึ้น มากกว่าที่จะมุ่งเน้นการเสริมผู้เล่นในตำแหน่งอื่นจากตลาดพ่อค้าแข้งช่วงโค้งสุดท้ายนี้
5. โซโบซไลกับกราเฟนแบร์กต้องปรับจูนอีกเยอะ
ลิเวอร์พูล คงจะไม่เดินหน้าเสริมทัพในตำแหน่งนี้เพิ่มเติมก่อนตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงในวันที่ 1 กันยายนนี้ และดูเหมือนหลายฝ่ายจะมองว่า โดมินิค โซโบซไล กับ ไรอัน กราเฟนแบร์ก เป็นคู่ที่แทบไม่มีทางประสานงานกันได้ ซึ่งเกมนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
อิราโอล่า ดูเหมือนจะเชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถสร้างความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันระหว่างนักเตะทั้งสองคนได้ เพราะการเสริมทัพในแผงมิดฟิลด์อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่ากับการที่ทั้งสองคนซ้อมร่วมกันมากขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจแนวทางการเล่นเมื่อต้องลงเล่นคู่กันในแดนกลาง
ในแผงความสมดุล อิราโอล่า อาจกำลังตั้งคำถามด้วยว่า การมี ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ยืนอยู่ด้านหน้าระหว่าง "โซโบ" กับ กราเฟนแบร์ก อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดหรือไม่ เพราะจอมทัพชาวดอยช์ยังไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้อย่างที่สาวก "เดอะ ค็อป" คาดหวัง
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การค้นหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับโจทย์ดังกล่าว ดูเหมือนจะเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดของ อิราโอล่า ในช่วงเริ่มต้นการทำงานกับลิเวอร์พูล และถ้าเขาสามารถหาสูตรลงตัวได้ งานนี้แดนกลางของ "เดอะ เร้ดส์" จะแข็งแกร่งและอันตรายสุดๆ