โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"พิพัฒน์”เปิดใช้ ทล.4140 วิ่งฉิว 4 เลน พร้อมเร่งขยายถนนเชื่อม 8 อำเภอ นครศรีฯ

Manager Online

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

"พิพัฒน์” กดปุ่มเปิดใช้ ทล.4140 ท่าศาลา – นบพิตำ นครศรีธรรมราช หลังขยายเป็น 4 เลนกว่า 17.5 กม. ใช้งบ 799 ล้านบาท เดือนหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 8 อำเภอเชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อประชาชน

วันที่ 19 กรกฎาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 4140 (ทล.4140) สายอำเภอท่าศาลา – อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้การบริหารงานของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งยกระดับการเดินทาง การขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

โดยมีนายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายษฐา ขาวขำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายยงยุทธ์ เพ็งเมือง รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ร่วมคณะ และนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ผู้บริหารหน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนให้การต้อนรับกว่า 1,800 คน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ภาคการเกษตรที่เข้มแข็ง และเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สำคัญของภาคใต้ รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นว่าการขับเคลื่อนศักยภาพของพื้นที่ให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ จำเป็นต้องอาศัยโครงข่ายคมนาคมที่มีความเข้มแข็ง ปลอดภัย และเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ สนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ

การเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 4140 เป็นการเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดย ทล.4140 เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่ออำเภอท่าศาลา อำเภอนบพิตำ อำเภอพรหมคีรี และอำเภอสิชล รวมทั้งเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 401 สายแยกโคกเคียน – นครศรีธรรมราช และทางหลวงหมายเลข 4186 สายโรงเหล็ก – ห้วยพาน ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายคมนาคมหลักของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยกำชับให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้สอดรับกับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ได้รับฟังการนำเสนอข้อมูลโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากสำนักงานทางหลวงที่ 16 และสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอท่าศาลา อำเภอนบพิตำ อำเภอพรหมคีรี อำเภอพิปูน อำเภอฉวาง อำเภอช้างกลาง และอำเภอลานสกา ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา และการให้บริการด้านสาธารณสุข

ด้านนายปิยพงษ์ กล่าวว่า โครงการก่อสร้าง ทล.4140 ตอนท่าศาลา – นบพิตำ ดำเนินการในช่วงกิโลเมตรที่ 4+125.000 – 21+650.000 ระยะทางรวม 17.525 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าศาลาและอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยขยายทางหลวงจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็นทางหลวงมาตรฐานชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงระบบระบายน้ำ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบสัญญาณไฟจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตลอดสาย ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 799 ล้านบาท

เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง อันจะนำไปสู่การลดข้อจำกัดของเส้นทางเดิม เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะยาว

ทั้งนี้ ได้วางนโยบายสำคัญ 3 ประการ ที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมต้องถือปฏิบัติอย่างจริงจัง ได้แก่ ประการแรก ความปลอดภัยต้องมาก่อน โดยต้องเร่งปรับปรุงจุดเสี่ยง จุดตัดทางแยก ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้เพียงพอและครอบคลุม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง ประการที่สอง ความเชื่อมโยงไร้รอยต่อ โดยเส้นทางสายหลักและสายรองต้องสามารถเชื่อมโยงถึงกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร การค้า และการลงทุนของพื้นที่ และประการสุดท้าย คือ การรับฟังเสียงของประชาชน โดยทุกโครงการต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ลดผลกระทบจากการก่อสร้าง และมุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์ อย่างสูงสุด

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...