โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ทรัมป์" จ่อลงนามกฎหมาย เก็บภาษี 100% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันกับ "รัสเซีย"

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในกฎหมาย “ลินด์ซีย์ โอ. เกรแฮม ว่าด้วยการคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน ปี 2026” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ตามเวลาสหรัฐ โดยกฎหมายฉบับนี้ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียและอิหร่าน พร้อมเปิดทางให้ฝ่ายบริหารสหรัฐใช้มาตรการทางภาษีต่อประเทศที่ยังคงซื้อพลังงานจากรัสเซีย

สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว คือการให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐเรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% ต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มผู้ซื้อน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียรายใหญ่ โดยมาตรการดังกล่าวมุ่งเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย และลดรายได้จากการส่งออกพลังงานซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลรัสเซีย

ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะลงนาม ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐด้วยคะแนน 262 ต่อ 159 เสียง หลังจากผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐด้วยคะแนน 86 ต่อ 11 เสียงในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนเข้าสู่กระบวนการลงนามและประกาศใช้เป็นกฎหมาย

นอกจากมาตรการด้านภาษีแล้ว กฎหมายฉบับนี้ยังเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานของรัสเซีย รวมถึงเรือที่เกี่ยวข้องกับ “กองเรือเงา” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเครือข่ายเรือที่ช่วยให้รัสเซียสามารถขนส่งและส่งออกพลังงานต่อไปได้ แม้จะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและประเทศตะวันตก โดยมาตรการใหม่ยังครอบคลุมบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือการส่งออกพลังงานหรือการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

อย่างไรก็ตาม การที่กฎหมายเปิดทางให้เรียกเก็บภาษีสูงสุด 100% ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 100% กับทุกประเทศที่ซื้อน้ำมันหรือก๊าซจากรัสเซียโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกฎหมายให้อำนาจฝ่ายบริหารของสหรัฐเป็นผู้พิจารณาว่าจะใช้มาตรการดังกล่าวกับประเทศใด อัตราเท่าใด และภายใต้เงื่อนไขใด

สำหรับกรณีอินเดีย กฎหมายฉบับนี้เปิดทางให้สหรัฐสามารถเรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงสุด 100% กับสินค้านำเข้าจากอินเดีย หากอินเดียยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซียในปริมาณสูง โดยอินเดียและจีนเป็นหนึ่งในประเทศผู้ซื้อน้ำมันดิบรัสเซียรายสำคัญ จึงกลายเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย โดยประเทศที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในสัดส่วนต่ำกว่า 15% ของปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติทั้งหมดของรัสเซีย และมีมาตรการสำคัญในการลดการนำเข้าดังกล่าว อาจมีสิทธิได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับก๊าซธรรมชาติ

สำหรับอินเดีย การประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างอินเดียกับสหรัฐ โดยรัฐบาลอินเดียได้แสดงท่าทีว่าจะติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านการค้าและเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงประสานงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน มาตรการดังกล่าวยังมีนัยสำคัญต่อการค้าและพลังงานโลก เนื่องจากประเทศผู้ซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียรายใหญ่หลายประเทศอาจอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย โดยรายละเอียดว่าจะมีประเทศใดถูกเรียกเก็บภาษีและในอัตราเท่าใด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายบริหารสหรัฐและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวยังขยายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน โดยต่ออายุกรอบกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านออกไปอีก 5 ปี ขณะที่มาตรการต่อรัสเซียครอบคลุมทั้งภาคพลังงาน ภาคการเงิน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซีย และเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก

การลงนามของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้กฎหมายมีผลเป็นกรอบอำนาจทางกฎหมายสำหรับการใช้มาตรการคว่ำบาตรและภาษีเพิ่มเติมต่อรัสเซียและประเทศที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย โดยรายละเอียดการบังคับใช้จริงจะขึ้นอยู่กับแนวทางที่ฝ่ายบริหารสหรัฐเลือกดำเนินการต่อไป

#ทรัมป์ #โดนัลด์ทรัมป์ #รัสเซีย #น้ำมันรัสเซีย #คว่ำบาตรรัสเซีย #ภาษี100เปอร์เซ็นต์ #สหรัฐ #อินเดีย #จีน #น้ำมันโลก #ราคาน้ำมัน #เศรษฐกิจโลก #การค้าระหว่างประเทศ #สงครามรัสเซียยูเครน #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...