โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรรพสามิตโชว์ผลปราบปราม 11 เดือน จับ 35,739 คดี ค่าปรับรวม 6,274 ล้านบาท

Nation Online

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 37 นาทีที่แล้ว

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยผลการดำเนินงานด้านการป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ว่า ปัจจุบัน กรมสรรพสามิตได้ยกระดับแนวทางการทำงานจากการบังคับใช้กฎหมายแบบเดิมที่มุ่งเน้นการจับกุมภายหลัง เกิดเหตุไปสู่การทำงานเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Enforcement) โดยนำข้อมูลการจับกุม ข้อมูลพื้นที่ เส้นทางลำเลียงสินค้า ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเบาะแสจากประชาชน มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาในแต่ละพื้นที่ กรมสรรพสามิตได้นำแนวคิดการป้องกันและปราบปรามแบบ “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ”

โดยต้นน้ำครอบคลุมพื้นที่ชายแดนและแหล่งที่มาของสินค้า กลางน้ำคือเส้นทางลำเลียง จุดพัก และจุดกระจาย สินค้า ส่วนปลายน้ำคือร้านค้า ตลาด และผู้บริโภค มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดด้วยการวิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ ซึ่งพบว่าปัญหาและพฤติกรรมการกระทำผิดมีความแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ชายแดน พื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ศูนย์กลางการกระจายสินค้า ส่งผลให้มาตรการป้องกันและปราบปรามต้องมีความเฉพาะเจาะจงและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่มากขึ้น

สำหรับพื้นที่ชายแดน กรมสรรพสามิตมุ่งเน้นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางทะเล โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พื้นที่อุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่น กรุงเทพมหานครและจังหวัดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้เพิ่มมาตรการติดตามการกระจายสินค้า การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และการขนส่งพัสดุ รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคเพื่อลดความต้องการสินค้าผิดกฎหมาย

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การแถลงข่าว จัดขึ้น ณ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แสดงถึงภารกิจสำคัญของกรมสรรพสามิตได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการส่งออกสินค้า รวมถึงการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีจากพื้นที่ชายแดน โดยกรมสรรพสามิตยึดหลักการสำคัญคือ ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้อง ต้องได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ผู้กระทำผิดต้องเผชิญกับต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้น จนไม่คุ้มค่าต่อการกระทำผิด

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในรอบ 11 เดือน ปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวม 35,739 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.84 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการเปรียบเทียบปรับและประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.98 โดยสินค้ายาสูบยังเป็นสินค้าที่พบการกระทำผิดสูงสุด รองลงมาคือสุราและน้ำมัน อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตไม่ได้มองตัวเลขคดีเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่จะนำข้อมูลจากคดีที่เกิดขึ้นกลับมาวิเคราะห์ เพื่อประเมินแนวโน้ม รูปแบบ และความเสี่ยงใหม่ ๆ สำหรับกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามในระยะต่อไป

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมสรรพสามิตจะเดินหน้ายกระดับการใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยจะเปลี่ยนจากแนวคิด “มาตรการเดียวใช้ทั่วประเทศ” สู่ “พื้นที่ต่างกัน ความเสี่ยงต่างกัน มาตรการก็ต้องต่างกัน” (From One-Size-Fits-All to Tailored Enforcement) เพื่อให้มาตรการสอดคล้องกับบริบทและระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การเพิ่มจำนวนคดี แต่คือการทำให้สินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องสามารถดำเนินธุรกิจและส่งออกได้สะดวกขึ้น พร้อมรักษารายได้ของรัฐ ความน่าเชื่อถือของระบบภาษี และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...