โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ. เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' พบเคส 'ร้อยเอ็ด-ปทุมธานี' คีย์ข้อมูลพลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

31 กรกฎาคม 2569 นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข โฆษกสธ. พร้อมด้วย ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อมูล นพ.นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และ ดร.นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมแถลงข่าวประเด็นแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อมูลการรับบริการสุขภาพไม่ตรง

นพ.เอกชัย กล่าวว่า ข้อมูลสุขภาพเป็นสิทธิของประชาชน ซึ่งความถูกต้องของข้อมูลมีความสำคัญต่อการรักษาพยาบาล การใช้สิทธิ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสาธารณสุข เมื่อกระทรวงสาธารณสุขได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความถูกต้องของประวัติการรับบริการสุขภาพในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" จึงมีข้อสั่งการให้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนโดยตั้งคณะทำงานร่วมกับ สปสช. ตรวจสอบทุกประเด็นอย่างรอบด้าน

ทั้งการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ การเชื่อมโยงข้อมูล และการแสดงผล โดยพร้อมรับทุกข้อร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และยืนยันว่าจะตรวจสอบทุกกรณีอย่างโปร่งใส หากพบข้อผิดพลาดจะเร่งแก้ไข รวมถึงหากพบการกระทำโดยมิชอบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ระบบต้นทางเลือกบุคคลผิด บันทึกผิด

ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า ข้อมูลในหมอพร้อมเชื่อมโยงมาจากระบบข้อมูลของหน่วยบริการ หากระบบต้นทางเลือกบุคคลผิด บันทึกผิด หรือส่งข้อมูลคลาดเคลื่อน จะส่งผลให้ข้อมูลที่แสดงในหมอพร้อมไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงต้องตรวจสอบย้อนกลับเป็นรายกรณี โดยจะเปิดเผยผลการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง แก้ไขข้อผิดพลาดอย่างรวดเร็ว และนำผลการตรวจสอบมาปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนและควบคุมคุณภาพข้อมูล เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบข้อมูลสุขภาพของประเทศ

กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวประเด็นแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการรับบริการสุขภาพในแอปฯ หมอพร้อม ข้อมูลไม่ตรง

เบื้องต้น 2 กรณีแรกที่ปรากฏเป็นข่าว คือ ที่ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.ปทุมธานี ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นความผิดพลาดของการบันทึกข้อมูล ทั้งนี้ การพบข้อมูลผิดปกติในระบบยังไม่ควรสรุปว่า เป็นการสวมสิทธิ์หรือทุจริต จนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริง เจตนา และหลักฐานอย่างครบถ้วน

รมว.สธ.สั่งติดตามความคืบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มองว่าเป็นโอกาสในการยกระดับระบบข้อมูลสุขภาพ ซึ่ง นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีข้อสั่งการด่วนให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดตรวจสอบการบันทึกข้อมูลในระบบหมอพร้อมอย่างเข้มงวด ครอบคลุมกรณีประชาชนร้องเรียนว่า ข้อมูลไม่ถูกต้อง ความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงาน (human error) การบันทึกข้อมูลโดยเจตนาเพื่อปรับผลตัวชี้วัด และการบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อเพิ่มการเบิกจ่ายค่าบริการ โดยให้ตรวจสอบทุกจุดบริการในจังหวัด รายงานผลผ่านผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 1 สัปดาห์ และติดตามความคืบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี

"นอกจากนี้ยังให้ทุกจังหวัดเปิดช่องทางให้แจ้งทักท้วงเมื่อพบข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนตรวจสอบข้อมูลของตนเองในหมอพร้อม หากพบรายการที่ไม่เคยรับบริการหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง ขอให้แจ้งหน่วยบริการหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่

พร้อมขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพที่ระบุตัวบุคคลได้ในพื้นที่สาธารณะ โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยบริการเร่งตรวจสอบ แก้ไข และแจ้งผลแก่ประชาชน รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวมภายใน 2 สัปดาห์ อีกทั้งจะมีการพิจารณา ปรับลดจำนวนตัวชี้วัด (KPI) เพื่อลดภาระในเรื่องนี้ด้วย" ดร.นพ.โสภณกล่าว

ร้อยเอ็ด มีการให้บริการจริงใน รพ.สต.

ดร.นพ.พิทักษ์พงศ์ กล่าวว่า กรณีจังหวัดร้อยเอ็ด มีการให้บริการจริงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ปัจจุบันถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่เกิดการเลือกชื่อบุคคลผู้รับบริการผิดคนในโปรแกรม เนื่องจากชื่อและอักษรตัวแรกของนามสกุลเหมือนกัน ส่งผลให้ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลในหมอพร้อมคลาดเคลื่อน ขณะนี้ได้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องแล้วและกำลังนำเข้าข้อมูลใหม่ในแอปฯ หมอพร้อม และมีแนวทางการป้องกันโดยเพิ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

ด้าน นพ.นนท์ กล่าวว่า กรณีจังหวัดปทุมธานี พบว่ามีการจัดบริการคัดกรองสุขภาพในพื้นที่จริง 3 โครงการได้แก่ 1.การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วยชุดตรวจ FIT test 2.การตรวจหาเชื้อ HPV ในมะเร็งปากมดลูก 3.โครงการสาวไทยแก้มแดงและการให้ยาเสริมธาตุเหล็ก มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดำเนินการในชุมชน โดยพบผู้ที่รับบริการและนำส่งตัวอย่างตรวจที่โรงพยาบาล

ต่อมาบันทึกผลการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่พบความผิดปกติลงในระบบข้อมูล แต่รายนี้ไม่ได้ตรวจ HPV เนื่องจากเพิ่งตรวจเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ครบกำหนด 5 ปีตามแนวทางมาตรฐาน และมีการบันทึกสั่งยาธาตุเหล็ก แต่ไม่ได้เบิกจ่ายยาออกจากห้องยา รวมทั้งไม่ได้เบิกค่าใช้จ่ายกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และไม่ได้เบิกจากกรมบัญชีกลาง

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังปรับปรุงข้อมูลเวชระเบียนให้ถูกต้อง และจัดทำเอกสารยืนยันข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิ์หรือการทำประกันสุขภาพภาคเอกชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...