โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"อนุทิน" ชี้โลกผันผวน ไทยต้องพร้อมและยืดหยุ่น เร่งลงทุนคน นวัตกรรม ดันรัฐทันสมัย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีเสนอแนวคิด

"อนุทิน" ชี้โลกเข้าสู่ยุคไร้ระเบียบ ต้องสร้างความยืดหยุ่น-พึ่งพาตนเอง วางยุทธศาสตร์พัฒนาคน นวัตกรรม และปฏิรูประบบราชการ พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการลงทุนของภูมิภาค

นายกฯ ชี้โลกเข้าสู่ยุค "New World Disorder"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน"The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ปรับหัวข้อการเสวนาจาก"SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER" เป็น"SURVIVING UNDER THE NEW WORLD DISORDER" หรือ "ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกไร้ระเบียบ" เพื่อสะท้อนสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดิมในการรับมือได้อีกต่อไป

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่น เพื่อรับมือทั้งความเสี่ยงและโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ย้ำ "พึ่งพาตนเอง" สร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระเบียบโลกเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยโลกาภิวัตน์ การค้า และห่วงโซ่อุปทาน กำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

ดังนั้น แนวทางสำคัญของประเทศไทยต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ หรือ Self-Reliance บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างฐานที่มั่นคงและทำให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีภูมิคุ้มกันและยั่งยืน

เสนอกรอบ 4P ใช้ AI อย่างสมดุล

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนำแนวคิด 4P มาเป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาและกำกับดูแล AI ของประเทศไทย ประกอบด้วย

- Prevention ป้องกันและรับมือความเสี่ยงจาก AI ไม่ให้ถูกนำไปใช้สร้างผลกระทบต่อประชาชน

- Prosperity ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่งคั่ง

- Potential นำ AI มาเสริมศักยภาพของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และกำลังคน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตในอนาคต

- Protection วางระบบคุ้มครองประชาชนให้สามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล

นายกรัฐมนตรีมองว่า AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ต้องมีระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์แก่สังคมมากกว่าก่อให้เกิดความเสี่ยง

เปรียบการบริหารประเทศเหมือนหา "Critical Path"

นายกรัฐมนตรีเปรียบการบริหารประเทศท่ามกลางความผันผวนของโลกว่า คล้ายกับหลักการ Critical Path Method (CPM) ที่ต้องค้นหาเส้นทางสำคัญที่สุดของประเทศ จัดลำดับความสำคัญของโครงการและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมทั้งต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามสถานการณ์ (Improvisation) เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนของประเทศ และนำประเทศไทยไปสู่ Steady State หรือภาวะที่มีเสถียรภาพ แข็งแกร่ง และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

วางเป้าสร้างเมืองเศรษฐกิจใหม่ทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรมีศูนย์กลางการพัฒนาเพียงกรุงเทพมหานคร แต่ต้องสร้างมหานครและศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ในภูมิภาค เพื่อกระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง

พร้อมเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเส้นทางเหนือ–ใต้ และตะวันตก–ตะวันออก เพื่อใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งของประเทศไทย เปลี่ยนประเทศจาก "ทางผ่าน" ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมของภูมิภาค

ชู 3 ปัจจัยสำคัญ สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การยกระดับประเทศต้องเดินหน้าควบคู่กัน 3 ด้าน ได้แก่

1. พัฒนาคน

โลกยุคใหม่แข่งขันกันด้วยคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ประเทศที่มีคนเก่ง เรียนรู้เร็ว และปรับตัวได้ดี จะได้เปรียบในการแข่งขัน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

2. วิจัยและนวัตกรรม

ประเทศไทยต้องผลักดันการวิจัยให้ต่อยอดสู่การผลิตสินค้าและบริการเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งสร้างผู้ประกอบการ และยกระดับนวัตกรรมให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

3. ปฏิรูประบบราชการ

รัฐบาลจะเร่งปรับปรุงระบบราชการให้คล่องตัว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ยกระดับความโปร่งใส และส่งเสริมการทำงานแบบ Work Smart เพื่อสนับสนุนทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ

มุ่งสู่ "Exponential Thailand"

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือการผลักดันประเทศไทยสู่ "Exponential Thailand" หรือประเทศที่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา

พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็น "ตัวคูณ" ในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...