โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปกรณ์ย้ำต้องเดินหน้าปฏิรูปภาครัฐ เล็งยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม ก.ย. นี้

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ปกรณ์ย้ำต้องเดินหน้าปฏิรูปภาครัฐ เล็งยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม ก.ย. นี้

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงนโยบายสำคัญในการปฏิรูประบบราชการผ่านการพิจารณายุบหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจซ้ำซ้อนหรือหมดความจำเป็น การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งปัญหาด้านพลังงาน ภาระภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น และรูปแบบการค้าการลงทุนที่มีความซับซ้อนมากกว่าในอดีต

รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องปรับตัวและปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากยังคงรักษารูปแบบการทำงานและโครงสร้างหน่วยงานจำนวนมากไว้เช่นเดิม ประเทศไทยจะประสบปัญหาในการพัฒนาและไม่สามารถเทียบเคียงกับประเทศอื่นที่พัฒนาไปข้างหน้าได้

การดำเนินการยุบหน่วยงานเป็นนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยกระบวนการจะเริ่มต้นในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ หน่วยงานแรกที่จะเข้าสู่กระบวนการยุบคือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการขยายระยะเวลาการดำเนินงานมาแล้วหลายปี โดยมีแนวทางที่จะนำไปควบรวมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดระบบควบคุมการทำงานไว้ทั้งหมดแล้ว

หลังจากนั้น รัฐบาลจะพิจารณายุบหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจซ้ำซ้อนตามลำดับ ได้แก่ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) รวมถึงองค์การมหาชนอีกประมาณ 4-5 แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มหน่วยงานที่ไม่ผ่านการประเมินผลการดำเนินงานติดต่อกันหลายปี แม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ปรับตัวแล้วก่อนหน้านี้

สำหรับหลักเกณฑ์และกระบวนการประเมินหน่วยงานนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินหน่วยงานราชการ ในขณะที่กระทรวงการคลังจะรับผิดชอบการประเมินหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยใช้เกณฑ์หลักคือการพิจารณาว่าหน่วยงานดังกล่าวมีภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่

ในส่วนของการบริหารจัดการอัตรากำลังและบุคลากรของหน่วยงานที่ถูกยุบ รัฐบาลได้เตรียมแนวทางรองรับไว้ 2 แนวทาง ได้แก่

  • การเปิดโอกาสให้บุคลากรที่สมัครใจสามารถเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire)
  • การโอนย้ายบุคลากรไปสังกัดหน่วยงานใหม่ โดยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบุคลากรที่โอนย้ายจะต้องปรับเปลี่ยนและอิงตามระบบของหน่วยงานใหม่ที่รับโอน

ทั้งนี้ ปกรณ์ระบุว่ากระบวนการยุบหน่วยงานจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันผลกระทบที่รุนแรงต่อบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อประเมินถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชุมนุมเรียกร้องหรือคัดค้านจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ ปกรณ์ระบุว่าการบริหารจัดการประเทศต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล และมองว่าวิธีการเรียกร้องแบบเดิมไม่ส่งผลดีต่อประเทศ หากพิจารณาจากสถานการณ์และตัวเลขงบประมาณในปัจจุบัน การคงสภาพโครงสร้างเดิมไว้จะทำให้ประเทศไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยย้ำให้ทุกฝ่ายพิจารณาเลือกระหว่างผลประโยชน์ของประเทศหรือผลประโยชน์ส่วนตัว

สำหรับข้อกังวลด้านผลกระทบต่อคะแนนนิยมทางการเมือง ปกรณ์ยืนยันว่ารัฐบาลสนับสนุนให้ตนดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริงภายในวาระของรัฐบาลชุดนี้ แม้กระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรภาครัฐจะไม่มีความคล่องตัวเท่าภาคเอกชน และอาจต้องใช้ระยะเวลากว่า 10 ปีจึงจะเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...