โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดหุ้นจีนต่างจากไทยอย่างไร? หุ้นจีนน่าลงทุนไหม? ASL แนะโอกาสลงทุนยุค AI

SpringNews

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การลงทุนในตลาดหุ้นจีนกำลังกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง ซึ่งตลาดมีความหลากหลายกว่าไทยมาก มีทั้งหุ้นที่เทรดด้วยเงินหยวน ดอลลาร์สหรัฐ หรือดอลลาร์ฮ่องกง โดยแบ่งตามกระดานอย่างเซี่ยงไฮ้ที่เน้นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ เซินเจิ้นที่รวบรวมเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงปักกิ่งและฮ่องกง

คำถามที่สำคัญคือ ‘เราเข้าใจตลาดหุ้นจีนดีแค่ไหน’ นายชาญชัย กุลถาวรากร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) ถ่ายทอดภาพรวมตลาดทุนจีนให้กับผู้บริหารจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกำลังศึกษาแนวโน้มเศรษฐกิจและความร่วมมือไทย-จีนในมิติต่าง ๆ ในหัวข้อ ‘ตลาดหุ้นจีนแตกต่างกับไทยอย่างไร’ และ ‘ควรลงทุนหรือไม่’

ตลาดหุ้นจีน ไม่ได้มีตลาดเดียว

นายชาญชัยอธิบายว่า หากเปรียบตลาดหุ้นไทยเป็นถนนสายหลัก ตลาดทุนจีนคือเครือข่ายทางด่วนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันหลายเส้นทาง แต่ละตลาดมีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ตั้งแต่ A-Shares ซึ่งเป็นตลาดหลักของจีนแผ่นดินใหญ่ ซื้อขายด้วยเงินหยวน และมีขนาดใหญ่ที่สุด ไปจนถึง H-Shares ที่จดทะเบียนในฮ่องกง เปิดรับนักลงทุนต่างชาติได้สะดวกกว่า

นอกจากนี้ยังมี B-Shares, Red Chips, P-Chips และหุ้นจีนที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ผ่านตราสาร ADR (American Depositary Receipt) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทจีนสามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนได้หลากหลายช่องทางกว่าที่นักลงทุนไทยคุ้นเคย

‘ตลาดหุ้นจีน’ แต่ละตลาด มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ตลาดหลักทรัพย์แต่ละแห่งในจีนถูกออกแบบให้รองรับอุตสาหกรรมแตกต่างกัน

  • ตลาดเซี่ยงไฮ้ เป็นฐานของบริษัทขนาดใหญ่และรัฐวิสาหกิจ
  • ตลาดเซินเจิ้น เป็นศูนย์กลางของบริษัทเอกชน ธุรกิจเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
  • ตลาดปักกิ่ง มุ่งสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ
  • ส่วน ตลาดฮ่องกง ทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญในการระดมทุนของบริษัทจีนสู่ตลาดโลก

โครงสร้างที่หลากหลายเช่นนี้ ทำให้ตลาดทุนจีนมีลักษณะเฉพาะ และมีโอกาสการลงทุนที่แตกต่างจากตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ทำไมหลายคนเริ่มกลับมามองหุ้นจีน

ในมุมมองของนายชาญชัย ปัจจุบันตลาดหุ้นจีนเริ่มมีปัจจัยสนับสนุนที่น่าจับตาหลายด้านทั้งระดับราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจน P/E อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว การเติบโตของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศ รวมถึงสัญญาณฟื้นตัวของภาคการบริโภคและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นแรงส่งต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป

หนึ่งในดัชนีที่ถูกจับตามองคือ CSI 300 ซึ่งรวมหุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง 300 บริษัทจากตลาดเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น จนได้รับการยกให้เป็นดัชนีสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจจีนแผ่นดินใหญ่ คล้ายกับบทบาทของ S&P 500 ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมักตอบสนองต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนได้ค่อนข้างรวดเร็ว

นักลงทุนไทยเข้าถึงหุ้นจีนได้ง่ายกว่าที่คิด

แม้โครงสร้างตลาดหุ้นจีนจะซับซ้อน แต่ในทางปฏิบัติ นักลงทุนไทยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายต่างประเทศเสมอไป ปัจจุบันสามารถลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น DR สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกหุ้นรายตัว, ETF ที่ช่วยกระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น AI และเซมิคอนดักเตอร์ หรือกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคัดเลือกหุ้นนวัตกรรมของจีน

นายชาญชัยยังกล่าวว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล พร้อมสนับสนุนนักลงทุนด้วยบทวิเคราะห์รายวัน รวมถึงแพลตฟอร์ม ASL ONNET ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามข้อมูลและการลงทุน

การบรรยายในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ไม่ได้มุ่งเพียงอธิบายความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นไทยและจีน แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า การเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศคู่ค้ารายสำคัญอย่างจีน กำลังกลายเป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้กำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...