โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“วราวุธ” ดันอุตสาหกรรมไทย ดึงต่างชาติลงทุนเทคโนโลยี ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“วราวุธ” ยก

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน The Bangkok Business Summit: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า โลกกำลังเผชิญความผันผวนเชิงโครงสร้าง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงประชากร และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกและไทยตกอยู่ในสภาพ K-Shaped

โดยขาบนของตัว K คืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ เน้นเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนใหญ่ลงทุนโดยบริษัทข้ามชาติ ทำให้เห็นภาพว่าเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในขณะที่ขาล่างของตัว K คือ เอสเอ็มอี ห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น เกษตรกร และแรงงานจำนวนมากที่ยังเปราะบางและเติบโตไม่ทัน ซึ่งหากปล่อยให้ขาทั้งสองของตัว K ห่างออกจากันไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน
“การเติบโตที่ทิ้งพี่น้องคนไทยกว่าครึ่งหนึ่งไว้ข้างหลัง ไม่ใช่ความก้าวหน้าที่แท้จริง แต่คือความเสี่ยงเชิงระบบ” นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) เป็นเข็มทิศในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย โดยนำหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน มาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนจากการเติบโตโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน ไปสู่การเติบโตที่สมดุล แข่งขันได้ และมีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวน
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ มาตรฐาน มอก. 9999 ซึ่งนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการบริหารองค์กร โดยมุ่งสร้างธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความอยู่รอดระยะยาว การสร้างคุณค่าอย่างมั่นคง ธรรมาภิบาล และความยืดหยุ่น สอดคล้องกับหลักการสากลในการทำธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งได้กลายมาเป็นเครื่องมือในการแข่งขันทางการต้าในตลาดโลก ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเสริมให้มีการใช้ มอก. 9999 ในเอสเอ็มอีด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้
นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมไทย ได้เสนอกรอบยุทธศาสตร์ “AI²” หรือ 2 เครื่องยนต์ใหม่ ได้แก่ อุตสาหกรรมขั้นสูง (Advanced Industry) และ อุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ (Agriculture Industry) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งด้านการเติบโตและการกระจายโอกาส
AI ตัวแรก คือ Advanced Industry ครอบคลุม AI ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยไทยต้องใช้โอกาสจากการลงทุนจากต่างประเทศและพันธมิตรระดับโลกเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม แต่เป้าหมายต้องมากกว่าแค่ดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ
“มาตรวัดที่แท้จริงของการพัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยมากเท่าไร แต่คือการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยได้มากขนาดไหน” นายวราวุธ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การลงทุนใหม่ต้องนำมาซึ่งองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาวิศวกรและบุคลากรไทย การเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก ตลอดจนการสร้างบริษัทไทยให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา และตลาดของตนเองได้
สำหรับ AI ตัวที่สอง คือ Agriculture Industry จะทำหน้าที่เป็นสะพาน ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและกลุ่มที่อยู่ขาล่างของตัว K โดยเปลี่ยนเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Agri-Food) และเทคโนโลยีการเกษตร (Agri-Tech) มูลค่าสูง ผ่านเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารแห่งอนาคต สารทางการแพทย์ เกษตรแม่นยำ การแปรรูปอาหารขั้นสูง และการผลิตอัจฉริยะ
ขณะเดียวกัน จะนำเทคโนโลยีจาก Advanced Industry ทั้ง IoT, AI ระบบอัตโนมัติ และระบบข้อมูลขั้นสูง เข้าไปเพิ่มผลิตภาพ ลดของเสียและพลังงาน เพิ่มการตรวจสอบย้อนกลับ และสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้จากพื้นที่เกษตรกรรมไทย
นายวราวุธ กล่าวว่า การขับเคลื่อน AI² ยังสอดคล้องกับแนวทางของธนาคารโลกที่เสนอให้ไทยเร่งเปลี่ยนผ่านจากการผลิตต้นทุนต่ำ มูลค่าต่ำ ไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสีเขียว อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อให้คนไทยสามารถก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ไม่สามารถสร้างอนาคตประเทศไทยได้ หากทิ้งพี่น้องคนไทยอีกหลายคนไว้ข้างหลัง ดังนั้น การยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานไม่ใช่เพียงนโยบายด้านแรงงาน แต่เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
นายวราวุธ กล่าวว่า เป้าหมายของอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ไม่ใช่เพียงทำให้ประเทศเติบโต แต่ต้องทำให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมๆ กัน และภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากนักลงทุน ผู้นำอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และพันธมิตรต่างประเทศในการลงทุนกับคน การพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อดึงเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกให้ได้
“อย่าเพียงไล่ตามการเติบโต จงสร้างความยืดหยุ่น อย่าเพียงดึงดูดการลงทุน จงสร้างขีดความสามารถ และอย่าวัดความสำเร็จเพียงว่าประเทศไทยก้าวไปไกลเพียงใด แต่ต้องวัดว่า เรายกระดับผู้คนไปพร้อมกับเราได้กี่คน” นายวราวุธ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...