โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Right Shift แนะ นักลงทุนไทยเก็บบิตคอยน์อย่างมั่นใจ

efinanceThai

เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 11.53 น.

Right Shift แนะ นักลงทุนไทยเก็บบิตคอยน์อย่างมั่นใจ

Right Shift แนะ นักลงทุนไทยเก็บบิตคอยน์อย่างมั่นใจ

เร็วๆ นี้ชาวไทยได้รับรู้สองข่าวใหญ่ที่กระทบความมั่นใจในการเป็นเจ้าของบิตคอยน์ (Bitcoin : BTC) ทั้งจากกรณีที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และหลังจากนั้นเพียงไม่นานก็เกิดเหตุการณ์โจมตีช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (hardware wallet) แบรนด์ COLDCARD สร้างความเสียหายที่ได้รับการยืนยันแล้วมากกว่า 1,700 BTC (มูลค่ากว่า 3.6 พันล้านบาท)

แม้ทั้งสองข่าวไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อพื้นฐาน ความแข็งแกร่ง และมูลค่าของบิตคอยน์เลย แต่ก็นำไปสู่ความไม่สบายใจในหมู่นักลงทุน เราอาจเชื่อมั่นว่าบิตคอยน์จะมีมูลค่าสูงขึ้นในระยะยาว แต่ว่าเราจะถือมันอย่างปลอดภัยให้ตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร?

หากคุณลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ อยู่แล้ว คุณสามารถถือหน่วยลงทุน Bitcoin ETF ได้

ปัจจุบันมีหลายแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คนไทยลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้โดยตรง นั่นรวมถึงหน่วย ของกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือ ETF ด้วย โดย Spot Bitcoin ETF เปิดให้ซื้อขายในตลาดหุ้น สหรัฐฯ มาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2567 และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุน IBIT ที่ออกโดยบริษัทบริหารสินทรัพย์อันดับ 1 ของโลกอย่าง BlackRock ที่นับว่าเป็น ETF ที่ประสบความสำเร็จ ในการเปิดตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ยักษ์ใหญ่อีกหลายรายก็มี Bitcoin ETF เป็นของตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น FBTC ของ Fidelity หรือ GBTC ของ Grayscale

เบื้องหลังคือกองทุน ETF เหล่านี้จะนำเงินของลูกค้าไปซื้อบิตคอยน์สะสมไว้จริง ส่งผลให้ราคา ซื้อขายของหน่วยลงทุน ETF มีการปรับตัวขึ้นลงสอดคล้องกับทิศทางราคาบิตคอยน์ และในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาบิตคอยน์เองเลย

ข้อเสียของวิธีนี้คือหากคุณต้องการอัพเกรดไปสู่การถือบิตคอยน์เอง นักลงทุนรายย่อยจำเป็นต้อง ขายหน่วยลงทุนเป็นเงินดอลลาร์ เปลี่ยนเป็นเงินบาทถอนเข้าบัญชีธนาคารไทยก่อนจะนำไปซื้อบิตคอยน์ ด้วยวิธีการอื่นซึ่งมีความยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยน และอาจมีภาระทางภาษีเกิดขึ้นระหว่าง กระบวนการ นั่นคือนอกจากราคาแล้วคุณก็ไม่ได้รับประโยชน์รูปแบบอื่นจากบิตคอยน์เลย

หากคุณลงทุนในตลาดคริปโทฯ อยู่แล้ว คุณสามารถถือบิตคอยน์บนแพลตฟอร์มได้

การซื้อและถือบิตคอยน์ไว้ในแพลตฟอร์มเป็นวิธีที่สะดวกสบายและเป็นจุดเริ่มต้นของมือใหม่ส่วนใหญ่ แม้จะมีเหตุการณ์ที่กระทบความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เป็นระยะทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ แต่ด้วยหลักเกณฑ์ซึ่งกำกับดูแลโดย ก.ล.ต. ก็ทำให้นักลงทุนไทยสามารถมั่นใจกับ แพลตฟอร์มไทยได้มากว่าแพลตฟอร์มต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังตัวเองอย่างดี เพราะนักลงทุนคริปโทฯ มักตกเป็นเป้า โจมตีดักขโมยรหัสผ่านเพื่อสวมรอยเป็นเจ้าของบัญชีเข้าไปส่งคำสั่งในแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการสั่งถอน เพื่อดึงสินทรัพย์ออกจากบัญชีโดยตรง หรือส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อผ่องถ่ายมูลค่าทรัพย์สินไปสู่บัญชีของ ผู้ใช้งานรายอื่น กรณีลักษณะนี้มักถูกพิจารณาว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ใช้ (user error) ที่ปล่อยปละ ให้ผู้อื่นสวมรอยเข้ามาส่งคำสั่งในนามของตนเองซึ่งเป็นกรณีที่อยู่นอกขอบเขตการชดเชยเยียวยาจากผู้ให้บริการ

และบิตคอยน์ที่อยู่ในแพลตฟอร์มยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติม อย่างเช่นค่าธรรมเนียมถอนสินทรัพย์ ดิจิทัลที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายจริงในการทำธุรกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชน ต้องมีการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และอาจจะมีเพดานการถอนที่ทำให้หลายๆ คนมองว่ามีอิสระในการใช้งานลดลง

หากคุณให้ความสำคัญกับอิสระในการใช้งานบิตคอยน์หรือต้องการถือบิตคอยน์ระยะยาว คุณก็สามารถถือเองได้

เช่นเดียวกับที่เราสามารถเก็บทองคำเป็นแท่งไว้ที่บ้าน เราก็สามารถถอนบิตคอยน์ออกจาก แพลตฟอร์มมาเก็บรักษาเองเช่นกัน แต่กลไกความเป็นเจ้าของสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างบิตคอยน์นั้นไม่ เหมือนกับวัตถุที่จับต้องได้อย่างทองคำ

เมื่อคุณเป็นเจ้าของบิตคอยน์ บิตคอยน์ไม่ได้อยู่ในคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล ใด ๆ ที่เราถือไว้กับตัว แต่หน่วยของบิตคอยน์นั้นมีตัวตนอยู่บนระบบบัญชีสาธารณะที่เรียกว่าบล็อกเชน (blockchain) เพื่อเป็นเจ้าของบิตคอยน์คุณจะต้องสุ่มตัวเลขขึ้นมาตัวหนึ่งซึ่งใหญ่มากจนเป็นไปไม่ ได้ในทางสถิติที่จะมีใครสุ่มได้ซ้ำกับคุณ ใช้เลขนั้นเป็นกุญแจส่วนตัว หรือไพรเวทคีย์ (private key) ซึ่งนำไปคำนวณต่อเพื่อหาที่อยู่สำหรับรับบิตคอยน์ หรือแอดเดรส (address) ที่คู่กัน เมื่อผู้อื่นส่งบิตคอยน์ ไปล็อคไว้ที่แอดเดรสของคุณ

คุณคือคนเดียวที่สามารถปลดล็อคนั้นได้ด้วยการใช้ไพรเวทคีย์ที่คุณเก็บไว้เป็นความลับ คล้ายแม่กุญแจและลูกกุญแจ

จะเห็นได้ว่า ระบบบิตคอยน์ไม่สนว่าใครเป็นใคร ขอแค่มีกุญแจที่ถูกต้องก็สามารถปลดล็อค บิตคอยน์ออกมาใช้งานได้ ดังนั้น ความปลอดภัยของบิตคอยน์ของคุณจึงขึ้นกับการเก็บรักษาไพรเวทคีย์ ของคุณ หากมีผู้อื่นขโมยหรือแอบปั๊มลูกกุญแจของคุณไปได้ เขาก็จะสามารถไขแม่กุญแจแล้วเอาบิตคอยน์ ไปได้

ปัจจุบันเทคนิคในการเป็นเจ้าของบิตคอยน์พัฒนาไปจากคอนเซปต์ดั้งเดิมที่อธิบายไว้ข้างต้น แต่ความซับซ้อนทั้งหลายจะถูกบริหารจัดการโดยกระเป๋าบิตคอยน์หรือวอลเล็ต (wallet) ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้เก็บรักษาบิตคอยน์แต่เก็บรักษาไพรเวทคีย์ให้กับเรา ผู้ที่จริงจังกับการเก็บรักษา บิตคอยน์จึงนิยมหาซื้ออุปกรณ์เฉพาะทางที่เรียกว่า ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) มาใช้งาน ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าเพราะมันจะเก็บไพรเวทคีย์ของเราไว้ในพื้นที่ที่ห่างจากอินเทอร์เน็ต

กรณีของ COLDCARD เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของ ซอฟต์แวร์ที่ทำให้ตัวเลขสุ่มซึ่งควรจะใหญ่มหาศาลจนไม่สามารถสุ่มซ้ำกันได้ถูกตีกรอบความเป็นไปได้ลงเหลือเพียงหยิบมือทำให้ผู้โจมตีสามารถไล่สำรวจความเป็นไปได้ต่าง ๆ ได้ ปัญหาครั้งนี้เป็นช่องโหว่เฉพาะ ตัวที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์แบรนด์นี้เท่านั้นไม่ได้ลุกลามไปยังฮาร์ดแวร์วอลเล็ตแบรนด์อื่น ในท้องตลาดยังมี ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตแบรนด์อื่นอีกมากมายที่ได้รับความนิยมและไม่เคยถูกโจมตีด้วยช่องโหว่ลักษณะนี้ไม่ว่าจะเป็น Trezor, Ledger, Blockstream Jade หรือ OneKey ส่วนฝั่งผู้ใช้งานเองก็เริ่มมีพูดถึงแนวปฏิบัติที่จะ ตัดการพึ่งพาเลขสุ่มจากตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตไม่ว่าจะเป็นการสร้างเลขสุ่มเองด้วยการทอยลูกเต๋า หรือการใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหลายรุ่นหลายแบรนด์ร่วมกันเพื่อสร้างกระเป๋าที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการเก็บรักษาบิตคอยน์เองนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบในระดับสูงที่สุด มันให้อิสระที่เราจะเก็บรักษา พกพา หรือโอนไปที่ใดก็ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องธรรมาภิบาลของผู้ให้บริการ แพลตฟอร์มหรือการแทรกแซงของหน่วยงานกำกับดูแล แต่ในขณะเดียวกันหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ระบบบิตคอยน์ไม่มีแผนกบริการลูกค้าให้โทรไปร้องเรียนและไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น

หากคุณเริ่มมองไปไกลกว่าช่วงชีวิตตัวเอง บางทีคุณอาจต้องการผู้ช่วย

หากคุณพยายามใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงของวอลเล็ตเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความยุ่งยากซับซ้อนก็จะยิ่ง มากขึ้น ตัวคุณเองอาจสามารถรับมือเรื่องนั้นได้ แต่ทายาทที่คุณอยากส่งต่อมรดกให้อาจไม่มี ความสามารถระดับนั้น จึงมีบริการหลายแห่งที่เสนอทางออกด้วยการเป็นผู้ช่วยในกระบวนการถือครอง บิตคอยน์ให้กับลูกค้าโดยที่ไม่ใช่การฝากไว้กับผู้ให้บริการเหมือนการฝากบิตคอยน์ไว้ในแพลตฟอร์ม แต่คือการให้บริการวอลเล็ตแบบพิเศษที่ใช้กุญแจหลายดอกร่วมกัน (multisig) โดยทางผู้ให้บริการจะถือ กุญแจสำรองบางส่วนไว้ซึ่งไม่เพียงพอที่จะโอนเงินของลูกค้าออก แต่ทำหน้าที่รอส่งมอบกุญแจต่อให้ ทายาทหรือให้ความร่วมมือในการโอนบิตคอยน์ต่อให้กับทายาทในวันที่คุณไม่สามารถบริหารจัดการบิตคอยน์ของตัวเองได้อีกต่อไป

บริการแบบนี้มักคิดค่าบริการเป็นรายปี และมีรูปแบบบริการที่แตกต่างกันในรายละเอียดแล้วแต่ว่า ผู้ให้บริการจะออกแบบให้แต่ละแพ็คเกจมีบริการเสริมอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคีย์ที่ถือให้, การช่วยสำรองข้อมูลสำคัญ, ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในการเปิดใช้งานวอลเล็ต สายด่วนช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือความร่วมมือทางกฎหมายเมื่อบิตคอยน์จำนวนนั้นเข้าสู่กระบวนการ ส่งต่อมรดก ยกตัวอย่างบริการเหล่านี้ในต่างประเทศเช่น Casa และ Nunchuk Wallet แต่หากต้องการ บริการที่เป็นภาษาไทย สามารถติดตามบริการของ Mebit ซึ่งจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

เหนือสิ่งอื่นใดคือลูกค้าควรที่จะต้องเข้าใจรูปแบบการทำงานของเทคโนโลยีเบื้องหลังบริการแบบนี้ก่อนที่จะใช้งาน มันคือบริการที่ออกแบบมาสำหรับคนที่ต้องการจะถือบิตคอยน์เองโดยมีผู้ช่วยคอยระวัง หลังให้ ไม่ใช่บริการสำหรับผู้ที่ต้องการฝากบิตคอยน์ไว้กับคนอื่น

สุดท้าย – ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการถือบิตคอยน์ให้ตลอดรอดฝั่ง

ผมมักพูดว่าไม่มีวิธีการเก็บบิตคอยน์วิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน ทักษะความรู้ไม่เท่ากัน มีความเสี่ยงคนละแบบ ดังนั้นหน้าที่ของแต่ละคนคือการเข้าใจตัวเอง และเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยีนี้ เพื่อที่จะสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเองได้

ไม่ว่าคุณจะนิยามตัวเองว่าเป็นนักลงทุน เป็นนักเทรด เป็นคนธรรมดาที่ทำงานเก็บออม หรือเป็นบิตคอยเนอร์ คุณสามารถค้นพบวิธีการเก็บรักษาบิตคอยน์ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ในงานสัมนา BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026ภายในงานพบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและหัวข้อความรู้ มากมายที่คัดสรรมาสำหรับผู้ฟังทุกกลุ่ม

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลมานานแล้วหรือเพิ่งรู้จัก บิตคอยน์ นอกจากหัวข้อเกี่ยวกับการเก็บรักษาบิตคอยน์แล้วยังครอบคลุมหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ สงครามพลังงาน ท่าทีของรัฐบาล การยอมรับของภาค การเงินดั้งเดิม ประโยชน์ใช้สอยในเศรษฐกิจรากหญ้า ไปจนถึงบทบาทของบิตคอยน์ในเศรษฐกิจที่ ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประเด็นอื่นๆ ที่เจาะลึกยิ่งกว่านั้น

BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026 จัดขึ้นที่ Samyan Mitrtown Hall ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ วันเสาร์ที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 นี้ จำหน่ายบัตรแล้วที่เว็บไซต์bitcointhailand.co

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

Bitget ชี้แม้ FED ขึ้นดอกเบี้ยแต่บิตคอยน์ยืนเหนือ 75,000 ดอลลาร์ นักลงทุนให้น้ำหนักถือทอง คริปโท หุ้นเทคฯ

Share2Trade

BOJ ขยับขึ้นดอกเบี้ยรอบ 31 ปี! Bitcoin ยังแกร่งยืนเหนือระดับ 77,000 ดอลล์

ทันหุ้น

สหรัฐ คว่ำบาตร BitBank อ้างโอน Bitcoin หนุนผู้ก่อร้ายอิหร่าน

ทันหุ้น
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...