“เฟด” มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.5-3.75% เสียงโหวตแตก 8 ต่อ 4 มากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี
วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 01.46 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5%–3.75% ในการประชุมล่าสุดตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้มีนัยสำคัญมากกว่าปกติ เนื่องจากอาจเป็นครั้งสุดท้ายของเจอโรม พาวเวล ในฐานะประธาน ก่อนการเปลี่ยนผ่านผู้นำของธนาคารกลางในช่วงต่อไป
แม้ผลการตัดสินใจจะเป็นไปตามคาด แต่บรรยากาศภายในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) กลับสะท้อนความเห็นที่แตกต่างอย่างชัดเจน โดยการลงมติออกมาในสัดส่วน 8 ต่อ 4 ซึ่งถือเป็นระดับความเห็นต่างที่สูงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี สะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายไม่ได้มีมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายดอกเบี้ยไปในทิศทางเดียวกันอีกต่อไป
ความขัดแย้งสำคัญอยู่ที่ทิศทางในอนาคต มากกว่าการตัดสินใจปัจจุบัน โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่เห็นด้วยกับถ้อยแถลงที่เปิดช่องให้มีการปรับลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้การผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไปกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพราคา ในขณะที่ผู้ว่าการบางรายยังคงสนับสนุนการลดดอกเบี้ยทันที เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เฟดระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจภายนอก ซึ่งทำให้การดำเนินนโยบายการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการรักษาโมเมนตัมของเศรษฐกิจ
ในด้านเศรษฐกิจจริง ตลาดแรงงานยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดยตัวเลขการจ้างงานยังขยายตัว และอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีสัญญาณชะลอลงเล็กน้อย สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังไม่ได้อ่อนแรงมากพอที่จะจำเป็นต้องใช้นโยบายผ่อนคลายอย่างเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน ความสนใจของตลาดกำลังหันไปที่การเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟด โดย เควิน วอร์ช ได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นประธานคนใหม่ และมีแนวโน้มได้รับการรับรองในไม่ช้า ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวทางนโยบายในระยะถัดไป
https://www.cnbc.com/2026/04/29/fed-interest-rate-decision-april-2026.html