โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มติเอกฉันท์ กนง.คงดอกเบี้ยที่เดิม 1% ชี้เหมาะสมรองรับศก.ชะลอตัว-ฝ่าพิษสงคราม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 07.20 น.

มติเอกฉันท์ กนง.คงดอกเบี้ยที่เดิม 1% ชี้เหมาะสมรองรับศก.ชะลอตัว-ฝ่าพิษสงคราม

เมื่อวันที่ 29 เมษายนนายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ผลการประชุม กนง. ในวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ (6 ต่อ 0 เสียง) ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงผ่านการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและการบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในปี 2569 แต่จะโน้มลดลงในปี 2570 ตามแรงกดดันด้านอุปทานที่คาดว่าจะทยอยคลี่คลาย ด้านสินเชื่อมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ โดยต้องติดตามผลของสงครามต่อคุณภาพและอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการรองรับเศรษฐกิจที่ชะลอลงและความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทาน จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ โดยต้องติดตามพัฒนาการเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลเศรษฐกิจก่อนสงครามในตะวันออกกลางสะท้อนแนวโน้มที่ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้จากการประชุมครั้งก่อนจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกสินค้า แต่ผลกระทบของสงครามส่งผลให้เศรษฐกิจในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงที่ 1.5% และ 2% ในปี 2570 โดยการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงจากต้นทุนและข้อจำกัดการเดินทาง แต่การส่งออกสินค้ายังมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่องตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีโลก นอกจากนี้ กรณีที่รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการคลังด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จะทำให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่จะปรับลดลงในปีหน้าเมื่อผลของมาตรการหมดไปและผลของฐานที่สูงขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยต้องติดตามความเสี่ยงจากภาวะสงครามที่อาจยืดเยื้อและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (supply disruption) ที่อาจส่งผลรุนแรงต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% ในปี 2569 จากที่ติดลบ 0.5% ในไตรมาสแรกของปี โดยอัตราเงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนเป็นสำคัญ และจะอยู่สูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ 3% เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ในปี 2570 ภายหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2569 มีแนวโน้มอยู่ที่ 1.6% และ 1.5% ในปี 2570 ตามการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาสินค้าและบริการ แต่การปรับขึ้นราคาจะไม่เป็นวงกว้างและต่อเนื่องจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนได้จำกัดภายใต้อุปสงค์ที่อ่อนแอ สำหรับเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นจากราคาพลังงานและการขาดแคลนวัตถุดิบที่อาจยืดเยื้อกว่าคาดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการที่สูงกว่าคาด และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่อาจปรับเพิ่มสูงขึ้น

ราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันกับตลาดโลก ขณะที่เงินบาทปรับอ่อนค่าเนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างสูง สำหรับอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการปรับลดของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่สินเชื่อยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง และอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบของสงคราม

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานแต่ยังมีความไม่แน่นอนในระดับสูง จึงต้องติดตามผลกระทบของสงครามและปัจจัยอื่น ๆ ต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มติเอกฉันท์ กนง.คงดอกเบี้ยที่เดิม 1% ชี้เหมาะสมรองรับศก.ชะลอตัว-ฝ่าพิษสงคราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...