BKIดึงเทคโนโลยีหนุนบริการ ยึดESGดูแลประชาชนทุกกลุ่ม
#BKI #ทันหุ้น BKI ย้ำให้ความสำคัญด้านบริการ ดึงเทคโนโลยีซัพพอร์ตงานบริการ ดดยเฉพางานเคลมสามารถตามติดได้แบบ เรียลไทม์ ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งESGมุ่งพัฒนาแบบประกันให้ความคุ้มครองกลุ่มฐานราก จนถึงดูแลบุคคลากรอาสาที่ทำสาธารณประโยชน์ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงไปด้วยกัน
นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทลูกค้า บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH กล่าวถึง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจประกันภัย ในด้านของระบบหลังบ้านเพื่อให้บริการลูกค้าก็ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการ โดยเฉพางานเคลมสินไหมได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้น บริษัทจึงได้นำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Experience) โดยในปี 2569 บริษัท ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ อย่าง LINE OA Upgrade for Motor Claims ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยระบบแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจรผ่าน LINE @bangkokinsurance เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ให้แก่ลูกค้า
*ติดตามได้แบบเรียลไทม์
โดยสามารถรับทราบข้อมูลสำคัญต่างๆ จากการเคลมประกันภัยรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่จะเดินทางเข้าไปดูแล การส่งเอกสารใบแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ การแจ้งสถานะการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ตลอดจนการติดตามสถานะการเคลมแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาการซ่อมและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
นอกจากนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเคลมสินไหมทดแทน (AI Claims) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า และสนับสนุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั่วไปให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการพิจารณาเคลมให้มีความคล่องตัวและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สำหรับกรณีที่มีความซับซ้อน ระบบจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเพิ่มเติม โดยเทคโนโลยี AI ยังช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการเคลมในสถานการณ์ที่มีการแจ้งเคลมจำนวนมากพร้อมกัน เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที พร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด
*ยึดมั่นESG
นางสาวปวีณา กล่าวต่อไปว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือESG ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการดำเนินงานของบริษัท โดยในปี 2569 บริษัท เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโครงการใหม่ๆ ด้านความยั่งยืน
บริษัทมีการพัฒนาแบบประกันต่างๆ โดยคำนึงถึงประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่การพัฒนาแบบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง โดยมีความคุ้มครองที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าปรึกษาด้านสุขภาพจิต เนื่องจากผู้ดูแลมักเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากภาระหน้าที่ในการดูแลอย่างต่อเนื่อง
*ดีไซน์เพื่อกลุ่มไรเดอร์
การการออกแผนประกันภัยค่าชดเชยผลประโยชน์จากอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มไรเดอร์ หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงและมีรายได้ไม่แน่นอน รวมถึงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันกรณีประสบอุบัติเหตุ รวมถึงเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างหลักประกันด้านรายได้การประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวันและเงินชดเชยปลอบขวัญ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย
การส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีของลูกค้า โดยจูงใจให้ลูกค้าดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการมอบ Gift Voucher ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อประกันภัยสุขภาพ เมื่อแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนภายใน 6 เดือนก่อนการทำประกันภัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก มะเร็งปากมดลูก (HPV) งูสวัด หรือไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น
*ดูแลเจ้าหน้าที่อาสา
การมอบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ ผู้ปฏิบัติงานใต้ทะเล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเสริมความอุ่นใจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยถือเป็นผู้ริเริ่มพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักดำน้ำในประเทศไทย ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูญเสียอวัยวะหรือสายตาจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ เป็นต้น
กรุงเทพประกันภัย นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง